รัฐจ่อออกมาตรการเที่ยว ‘AWC-CENTEL’รับเต็ม

#ไทยเที่ยวไทย พลัส #ทันหุ้น - รัฐบาล - ททท.เตรียมปรับโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” เพิ่มสิทธิ-ขยายผู้ได้รับประโยชน์ พร้อมลดข้อจำกัดการใช้สิทธิ์เพื่อกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ โบรกประเมินมาตรการรอบใหม่มีโอกาสหนุน RevPAR โรงแรมทั้งปีแตะ 2-3% แม้ยังต้องติดตามผลจากการดำเนินโครงการระยะ 8 เดือน ชู AWC-CENTEL เด่นรับผลดี ลุ้น AOT-BA-AAV ได้แรงหนุนหากมาตรการครอบคลุมค่าเดินทางด้วย
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันนี้ (15 ก.ค.2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเป็นประธานการประชุมร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 1 ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชน โดยมีโครงการ “ไทยเที่ยวไทย พลัส” บรรจุเป็น 1 ในวาระการประชุม
เบื้องต้น
@ดันท่องเที่ยว
โครงการดังกล่าวมุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในรูปแบบ Co-payment เพื่อรักษาเป้าหมายการเดินทางในประเทศที่ประมาณ 200 ล้านคนครั้ง รักษาและเพิ่มความถี่ให้เร่งตัวแตะ 3 คนครั้งต่อปีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จึงเตรียมปรับปรุงแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงขยายกลุ่มผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ ให้ครอบคลุมถึง ผู้ประกอบการเดินรถขนส่งและสายการบิน เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง
“ททท.อยู่ระหว่างปรับปรุงแนวทางการดำเนินโครงการให้เข้าถึงง่ายไม่ยุ่งยากเน้นผ่าน “เป๋าตัง” ที่ประชาชนคุ้นเคยและมีระบบที่เสถียรอยู่แล้ว รวมถึงกำลังพิจารณาปรับปรุงข้อจำกัด เช่น ข้อจำกัดเรื่องการใช้สิทธิ์เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ รวมถึงการทบทวนความจำเป็นของแนวคิด "เมืองหลัก-เมืองรอง" ว่าควรจะคงไว้หรือปรับเปลี่ยนอย่างไร”
@หนุน RevPAR
นายธนวิชช์ บุญชูวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถิติย้อนหลัง การดำเนินมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยภาครัฐบาล ส่งผลต่อรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) รวมทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 1-2% แต่หากการดำเนินโครงการรอบนี้ แม้ว่าจะเตรียมพิจารณาเพิ่มสิทธิขึ้นเป็นเท่าตัวตามที่คาดการณ์ในเบื้องต้น อาจไม่ส่งผลบวกต่อ RevPAR ไม่มากนัก เนื่องจากกรอบเวลาการดำเนินงานโครงการราว 8 เดือนครอบคลุมทั้งช่วงไฮซีซัน - โลว์ซีซัน
“แม้การเพิ่มสิทธิ์เป็นเท่าตัวมีโอกาสหนุนให้ RevPAR ทั้งปีขยับขึ้นสู่ระดับ 2-3% แต่ด้วยระยะเวลาดำเนินโครงการที่ยาวนานขึ้นเป็น 8 เดือน ยังต้องติดตามผลในทางปฏิบัติอย่างใกล้ชิด ว่าจะสร้างแรงหนุนได้มากเพียงใด อย่างไรก็ดี คาดว่าผลบวกของมาตรการในรอบนี้ไม่น่าจะต่ำกว่ารอบที่ผ่านมา”
พร้อมคัดหุ้นกลุ่มโรงแรมที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว อาทิ AWC ซึ่งมีพอร์ตโรงแรมในไทยทั้ง 100%, CENTEL ซึ่งมีพอร์ตโรงแรมในไทยสัดส่วนประมาณ 60% และ ERW แม้จะได้รับแรงหนุนจากมาตรการดังกล่าว แต่ผลบวกอาจลดหลั่นลงเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่มีพอร์ตโรงแรมเพื่อการท่องเที่ยวเป็นหลัก เนื่องจากยังมีสัดส่วนโรงแรม Hop Inn ซึ่งพึ่งพาฐานลูกค้าในประเทศและกลุ่มที่เดินเพื่อติดต่อธุรกิจ (Business) ค่อนข้างมาก
@ขนส่ง-รร.
ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุ การดำเนินโครงการดังกล่าวถึงเป็นปัจจัยบวกเชิงจิตวิทยาต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว แม้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะชะลอตัว แต่กลุ่มการท่องเที่ยวระดับบน (Luxury) ยังคงมีความแข็งแกร่ง เห็นได้จากราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ที่ยังคงเติบโตได้ดี ทั้งนี้หุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงคือกลุ่มโรงแรมที่เน้นการท่องเที่ยวในประเทศ อาทิ ERW และ CENTEL
ทั้งนี้ หากโครงการดังกล่าวเข้ามาช่วยลดภาระการเดินทางด้วย จะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มขนส่งอย่าง AOT BA และ AAV อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังปัจจัยเสี่ยงจากราคาน้ำมันและขีดความสามารถในการรองรับ (Capacity) ของสายการบินในการพิจารณาลงทุนระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
