รีเซต

กระทรวงการต่างประเทศแถลงสรุปประชุมอาเซียน มุ่งปราบสแกมเมอร์

กระทรวงการต่างประเทศแถลงสรุปประชุมอาเซียน มุ่งปราบสแกมเมอร์
TNN ช่อง16
8 พฤษภาคม 2569 ( 21:02 )
14

รองโฆษกกระทรวงต่างประเทศ แถลงสรุป “นายกฯ-สีหศักดิ์”  ประชุมอาเซียน ครั้งที่ 48 ผลักดันจับมือปราบสแกมเมอร์ เสริมความมั่นคงพลังงาน เผยพรุ่งนี้มีกำหนดหารือทวิภาคี “ปธน.ฟิลิปปินส์” จ่อขยายความร่วมมือพลังงานสะอาด


นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสรุปภายหลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  ร่วมคณะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ เมือง เซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ 


ทั้งนี้ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ได้เน้นย้ำ 3 ประเด็น คือ 1.ความจำเป็นที่อาเซียนจะปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และแสดงบทบาทเชิงรุกในฐานะองค์การระดับภูมิภาครักษาและส่งเสริมระเบียบระหว่างประเทศตามกติกาสากล 


2.บทบาทและความสำคัญของความเป็นแกนกลางของอาเซียนรวมถึงความสำคัญของการกำหนด และแสดงจุดยืนร่วมในประเด็นที่มีผลกระทบต่อภูมิภาค 


3.การส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค เช่น การตอบสนองต่อสถานการณ์และความท้าทายรูปแบบใหม่ ๆ ทั้งสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ปัญหาออนไลน์สแกม ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน รวมถึงการติดตามสถานการณ์ในเมียนมาภายหลังการเลือกตั้ง

ส่วนการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48  ซึ่งมีทั้งการประชุมเต็มคณะและการประชุมแบบไม่เป็นทางการ // นายกรัฐมนตรี  กล่าวประเด็นสำคัญในการประชุมสุดยอดระดับผู้นำของอาเซียนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางไม่ใช่เพียงวิกฤตการณ์


ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโลกที่เกิดความผันผวนและคาดการณ์ได้ยากมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงระเบียบโลกที่ เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงได้นำเสนอแนวคิด 3R คือ 1.การเสริมสร้างความเป็นภูมิภาคนิยม (Regionalism) ซึ่งอาเซียนจะต้องหันมาให้ความสำคัญต่อประโยชน์ร่วมกันของภูมิภาค / 2.ความยืดหยุ่น (Resilience) ประเทศสมาชิกต้องยึดให้อาเซียน


เป็นแกนกลางของนโยบายต่างประเทศ ขณะเดียวกันความยืดหยุ่นหมายถึงความสามารถในรบริหารจัดการความตึงเครียดด้วย และ 3.การรักษาบทบาทสำคัญของอาเซียนทั้งภายในและภายนอกภูมิภาค (Relevance) อาเซียนต้องรักษาสถานะการเป็นหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือและได้รับความไว้วางใจจากประชาคมระหว่าประเทศ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำความจำเป็นของการส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด การผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน และการส่งเสริมความร่วมมือ เพื่อรองรับผลกระทบอื่นๆ จากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ต่อประชาชนอาเซียน ซึ่งรวมถึงในเรื่องของความมั่นคงทางอาหาร โดยให้ความสำคัญเช่นกัน กับการปกป้องเสรีภาพในการเดินเรือที่ยังคงเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้

 

โดยย้ำว่าอาเซียนเคยเผชิญกับวิกฤตมาแล้วหลายครั้ง จะสามารถก้าวผ่านได้ และเชื่อว่าอาเซียนจะสามารถรับมือกับความท้าทายนี้ได้


สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ 9 พ.ค. มีกำหนดการหารือทวิภาคีกับ นายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์


ฟิลิปปินส์  โดยประเด็นหารือร่วมกันของ 2 ประเทศ คือ เรื่องความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน รวมถึง การส่งเสริมและขยายความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง