ตร.นครสวรรค์ แจงข้อเท็จจริง ปมซากรถยนต์ หลังโดนฟ้อง

ตร.นครสวรรค์ แจงข้อเท็จจริง ปมซากรถยนต์ หลังโดนฟ้อง
ข่าวสด
21 กุมภาพันธ์ 2564 ( 17:05 )
50
ตร.นครสวรรค์ แจงข้อเท็จจริง ปมซากรถยนต์ หลังโดนฟ้อง

วันที่ 21 ก.พ.64 ที่ห้องประชุมชั้น 5 สภ.เมืองนครสวรรค์ จว.นครสวรรค์ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชานุ คุ้มนวล สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครสวรรค์ และนายสุพจน์ น้อยวงษ์ หรือ ช่างแดง ร่วมกันแถลงข้อเท็จจริงกรณีที่ นายสมพงษ์ ชำนาญไพร ไปยืนถือป้ายร้องขอความเป็นธรรมเรื่องซากรถ ที่บริเวณสี่แยกเดชาติวงศ์

 

พ.ต.อ.ธิติสรรค์เปิดเผยว่า จากกรณี เมื่อวันที่ 29 พ.ค.58 เวลา 16.00 น.ขณะที่ พ.ต.ท.ชานุ ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรคดีอาญาที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นครสวรรค์ ตรวจยึดรถกระบะมิตซูบิชิ แค็บ สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน หมายเลขเครื่อง ส่งมาให้ตรวจสอบ

 

 

โดยอ้างว่าได้รับแจ้งจากนาย สมพงษ์ ชำนาญไพร ว่ามีคนนำมาซ่อมที่อู่ซ่อมสมชายการาจ หมู่ที่ 10 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ จว.นครสวรรค์ โดยสงสัยว่าน่าจะได้มาโดยผิดกฎหมาย สภาพรถเสียหายเกิดจากการเฉี่ยวชนหนักอยู่ระหว่างการซ่อม ซึ่งคาดว่าน่าจะมีการสวมซากรถ จึงได้รับไว้เพื่อตรวจสอบ

จากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ทราบว่า นายมานพ เป็นคนนำรถคันดังกล่าวมาซ่อม โดยซื้อรถคันดังกล่าวมาจากนาย สมพงษ์ เจ้าของเต๊นท์อำนวย ขายรถมือสอง ตั้งอยู่ ต.หนองกรด อ.เมืองนครสรรค์ จว.นครสวรรค์

 

 

ซึ่งนายสมพงษ์ มีอาชีพประมูลรถมือสองมาขายต่อเพื่อเอากำไรทำมาเป็นเวลานานหลายปี ในราคา 120,000 บาท โดย นายมานพ ได้จ่ายเงินไปก่อนจำนวน 51,000 บาท ส่วนที่เหลือจะจ่ายให้ภายหลัง เพราะเป็นซากรถยนต์เพื่อนำมาซ่อมขายแล้วนายมานพ ได้นำรถมาซ่อมที่อู่สมชายการาจ แต่รถยังซ่อมไม่เสร็จ นายสมพงษ์ ก็ได้มาทวงถามเงินส่วนที่เหลือจากนายมานพ แต่ก็ยังไม่มีจ่าย นาย สมพงษ์ จึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ มาทำการตรวจยืดรถยนต์คันดังกล่าวไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2558 เพื่อให้นายมานพ นำเงินส่วนที่เหลือมาชำระ

 

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เปิดเผยอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบหมายเลขเครื่องยนต์ในระบบโปลิส ทราบว่ารถยนต์ดังกล่าวนั้นหมายเลขทะเบียน บธ-201 สระแก้ว ซึ่งมี นางเนตรชนก ชาวจว.สระแก้ว เป็นผู้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าว เมื่อสอบถามนางเนตรชนก ทราบว่ารถยนต์คันกล่าวได้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนได้รับความเสียหายมาก ไม่สามารถซ่อมได้ทางบริษัทกรุงเทพ ประกันภัยจำกัด(มหาชน)ผู้ประกันรถยนต์ได้จ่ายคืนเงินทุนประกันให้ตนแล้วรับซากรถไป

 

ต่อมาทางบริษัทกรุงเทพประกันภัย นำซากรถไปประมูลขายที่บริษัท สหการประมูล จำกัด(มหาชน) เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558 โดยมี นายสมพงษ์ ประมูลไปในราคา 72,000 บาท เมื่อทางเจ้าหน้าที่ทราบที่มาของรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จึงสอบถามนายมานพ ว่าต้องการให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างไร นายมานพ ได้แจ้งว่าต้องการให้เรียกนาย สมพงษ์ มาไกล่เกลี่ยเพื่อที่ตนจะได้นำรถไปซ่อมขายต่อไป

 

โดยทาง พ.ต.ท.ชานุ พยามโทรศัพท์ต่อติดนายสมพงษ์ ไปประมาณ 3 ครั้ง แต่นาย สมพงษ์ ไม่ยอมมาพบกับทางเจ้าหน้าที่และนายมานพ โดยแจ้งว่าจะมาพบก็ต่อเมื่อนายมานพ มีเงินจ่ายให้ตน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้นายสมพงษ์ ทราบว่ารถที่ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.นครสวรรค์ ยึดมานั้นไม่มีสถานที่เก็บรักษาต้องจอดตากแดดตากฝนจะทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งนายสมพงษ์ ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าปล่อยให้พังไป ไม่เป็นไร

 

พ.ต.ท.ชานุ จึงแจ้งเพิ่มเติมให้นาย สมพงษ์ ทราบว่าหากเกิดความเสียหาย ทางเจ้าหน้าที่จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้นเพราะเป็นการซื้อขายไม่มีอำนาจหน้าที่ ที่จะไปดำเนินการอะไรให้ แล้วได้แจ้งให้ นายมานพ ทราบว่าเป็นคดีความทางแพ่งจะต้องไปใช้สิทธิทางศาลฟ้องร้องกันเอาเอง

 

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ออกหมายเรียกให้ นาย สมพงษ์ มาพบเพื่อสอบปากคำไว้ประกอบการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวแต่นายสมพงษ์ ไม่ยอมมาพบตามหมายเรียก รถยนต์ดังกล่าว จึงจอดทิ้งอยู่ด้านหลัง สภ.มืองนครสวรรค์ เรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2560 ทาง สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้มีการปรับปรุงพื้นที่บริเวณด้านหลัง ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้เจ้าของซากรถที่คดีเสร็จสิ้นแล้วจำนวนหลายคันให้มารับรถคืนไป

 

 

ต่อมาได้มีนายสุพจน์ หรือช่างแดง ซึ่งมีอาชีพรับซื้อซากรถยนต์เก่าตามสถานที่ต่างๆแล้วนำซากรถมาแกะเอาชิ้นส่วนอะไหล่ไปประกอบใส่รถคันอื่น บางส่วนขายเป็นอะไหล่เก่า ส่วนที่ใช้การไม่ได้ก็จะนำไปขายเป็นเศษเหล็ก ได้นำรถยกมายกส่วนที่เป็นซากรถไปไว้ที่อู่ช่างแดงจำนวน 4 คัน ซึ่งเป็นซากรถทั้งหมด และได้มีการยกซากรถผิดไปจำนวน 1 คัน โดยได้ยกรถคันที่ นายสมพงษ์ ได้แจ้งให้ตรวจยึดไว้ติดไปด้วย ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 นายมานพ ชื่นอยู่ ได้ไปหาซื้ออะไหล่รถที่อู่ช่างแดง และได้พบรถยนต์คันดังกล่าว

 

จึงเดินทางมาพบกับพนักงานสอบสวนเพื่อติดต่อขอรับรถคืน โดย ช่างแดง ได้ยกรถกลับมาคืนให้ที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ แต่ช่างแดงได้ขายเครื่องยนต์และเกียร์รถไปก่อนแล้ว จึงมีการชดใช้ค่าเสียหายกัน โดยช่างแดงได้ตกลงซื้อขายซากรถและได้ชำระเงินสดให้กับนายมานพในราคา 160,000 บาทเรียบร้อยแล้ว

 

นายมานพ ได้มาติดต่อขอรับรถยนต์คืนจากพนักงานสอบสวนไปอีก ซึ่งทางช่างแดงได้พยามติดต่อสอบถามนายมานพ เพื่อขอซากรถคืน เนื่องจากได้จ่ายเงินซื้อรถแล้วแต่นายมานพ ไม่ยอมคืนให้ กลับนำซากรถคันดังกล่าวไปหักชดใช้หนี้ส่วนหนึ่งกับนายสมพงษ์โดยตีราคาเป็นจำนวนเงิน 32,000 บาท ส่วนอีก 38.000 บาท จ่ายเป็นเงินสด

 

โดยมีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ย่อยหนองเบน และทราบจากช่างแดงว่าได้พบกับนายสมพงษ์ ที่อู่น้องชายช่างแดง เขต ต.หนองกรด อ.เมือนครสวรรค์ จว.นครสวรรค์ ซึ่งนายสมพงษ์ ได้บอกกับช่างแดงว่าตนได้เงินครบแล้ว

 

ต่อมานาย สมพงษ์ ได้ยื่นฟ้องร้อง พ.ต.ท.ชานุ ในคดีอาญาต่อศาลทุจริตภาค 6 เรื่องเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเรียกร้องค่าเสียหาย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2563 ต่อมาศาลทุจริตภาค 6 ได้มีคำสั่งยกฟ้องเพราะเห็นว่านาย สมพงษ์ ไม่ใช่ผู้เสียหาย เป็นการเรียกค่าหายซ้ำซ้อน บิดเบือนข้อเท็จจริง เป็นการฟ้องคดีที่ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ตามคดีหมายเลขดำที่ อท 19/2563 คดีหมายเลขแดงที่ 32/2563 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2563

 

ต่อมาเดือน ธันวาคม 2563 พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ได้มาดำรงตำแหน่ง ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และทราบเรื่องราวดังกล่าว จึงได้เรียกให้นายสมพงษ์ มาสอบถามข้อเท็จจริงและยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

 

พ.ต.อ.ธิติสรรค์ กล่าวต่อว่า จึงทำการสืบสวนสอบสวนทราบว่า ช่างแดงเป็นผู้ยกซากรถดังกล่าวไปจาก สภ.เมืองนครสวรรค์ จึงได้เรียกนายสุพจน์ หรือ ช่างแดง มาสอบสวนได้ความว่าช่างแดงมีอาชีพรับซื้อซากรถยนต์ตามสถานที่ต่างๆ แล้วนำซากรถมาแกะเอาอะไหล่ไปประกอบใส่รถคันอื่น บางส่วนก็ขายเป็นอะไหล่ ชิ้นส่วนที่ใช้การไม่ได้ก็จะขายเป็นเศษเหล็ก ยอมรับว่ามาซื้อซากรถสภาพใช้การไม่ได้และยกซากรถไปจาก สภ.เมืองนครสวรรค์ จำนวน 4 คัน

 

 

แต่ทราบภายหลังว่ายกซากรถผิดไป 1 คัน แล้วแกะเครื่องยนต์และเกียร์ขายไป และได้ตกลงชดใช้ค่าเสียหายและขอซื้อซากรถจากนายมานพเป็นจำนวนเงิน 160,000 บาทและจ่ายเงินให้นายมานพไปเรียบร้อยแล้ว

 

จึงแนะนำให้นายสมพงษ์ ฟ้องเรียกค่ารถยนต์ส่วนที่เหลือจากนายมานพ อีกทั้งยังได้แนะนำให้นายมานพ นำซากรถมาคืนให้นายสุพจน์หรือช่างแดง เนื่องจากได้จ่ายเงินค่าซากรถให้ไปแล้ว และยังได้แนะนำนายสมพงษ์ เพิ่มเติมอีกว่าหากไม่พอใจคำพิพากษาของศาลทุจริตภาค 6 ยังสามารถอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลสูงต่อไปได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง