รีเซต

“จ่าสิบเอก” จูงมือลูกวัย 7 ขวบไปหาภรรยาก่อนลั่นไก

“จ่าสิบเอก” จูงมือลูกวัย 7 ขวบไปหาภรรยาก่อนลั่นไก
มติชน
9 มิถุนายน 2565 ( 13:49 )
92
“จ่าสิบเอก” จูงมือลูกวัย 7 ขวบไปหาภรรยาก่อนลั่นไก

ผู้กำกับ สภ.เมืองขอนแก่น ยืนยันหนูน้อยวัย 7 ขวบ ลูกของทหารยศจ่าสิบเอกกับพยาบาลที่เสียชีวิต ไม่ได้อยู่ในช่วงเหตุการณ์ที่ผู้เป็นพ่อใช้อาวุธปืนยิงแม่ โดยก่อนก่อเหตุ ผู้ก่อเหตุได้เข้าไปหาลูกที่อยู่อีกห้อง ก่อนจะจูงมือลูกวัย 7 ขวบ มาหาภรรยาที่อยู่อีกห้อง ก่อนจะมีปากเสียงกัน หนูน้อยเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งมาบอกพยาบาลให้ช่วยเหลือ ก่อนที่เสียงปืนจะดังขึ้น

 

วันที่ 9 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีจ่าสิบเอกอรรคพงษ์ โพนพันธุ์ ทหารสังกัดกรมทหารม้าที่ 6 ค่ายศรีพัชรินทร จังหวัดขอนแก่น ใช้อาวุธปืนลูกโม่ ขนาด .38 ยิง นางสาวนภาพร นาคเกี้ยว อายุ 34 ปี อดีตภรรยา ซึ่งเป็นพยาบาล ประจำที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น กระสุนเข้าที่ศีรษะ 1 นัด กลางหน้าอก 1 นัด และชายโครงขวา 1 นัด เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะเดินออกมาจากจุดที่ยิงอดีตภรรยา แล้วใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน จ่อขมับยิงตัวเอง และเสียชีวิตเมื่อเวลา 05.00 น. วันเดียวกัน หลังจากผู้ก่อเหตุตามไปเคลียปัญหาและปรับความเข้าใจกับอดีตภรรยาที่เป็นพยาบาล แต่ไม่สำเร็จจึงก่อเหตุ ซึ่งตามรายงานข่าวในช่วงเกิดเหตุมีรายงานว่า ในการก่อเหตุครั้งนี้ ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงอดีตภรรยา ต่อหน้าลูกวัย 3 ขวบ และ 7 ขวบ สร้างความเศร้าสลดและสะเทือนใจต่อผู้ที่ทราบข่าว

ล่าสุด เมื่อเวลา เวลา 12.30 น. พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ในช่วงก่อนเกิดเหตุหนูน้อยวัย 3 ขวบ และวัย 7 ขวบ ซึ่งทั้งสองคนเป็นลูกของผู้เสียชีวิตทั้งคู่ ได้มาอยู่กับแม่ที่เข้าเวรอยู่ที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น โดยได้นอนรอผู้เป็นแม่อยู่ที่ห้องที่ใช้เป็นที่เก็บของบนตึกคุณากร ชั้น 4 รพ.ศูนย์ขอนแก่น

 

ต่อมาในเวลาประมาณ 23.30 น. จ่าสิบเอกอรรคพงษ์ฯ ผู้เป็นพ่อและผู้ก่อเหตุ ได้เข้ามาตามหานางสาวนภาพรฯ เพื่อเคลียปัญหาเรื่องหึงหวง แต่ก่อนจะไปหานางสาวนภาพรฯ จ่าสิบเอกอรรคพงษ์ฯ ได้เข้าไปหาลูกที่อยู่อีกห้องก่อน ก่อนที่จะจูงแขนลูกวัย 7 ขวบ พาไปหาอดีตภรรยา ส่วนหนูน้อยวัย 3 ขวบ ลูกอีกคนนอนหลับอยู่ จากนั้นเมื่อจ่าสิบเอกอรรคพงษ์ฯ ไปพบอดีตภรรยา ก็เริ่มมีปากเสียงกัน หนูน้อยวัย 7 ขวบ เห็นว่าพ่อกับแม่ทะเลาะกัน จึงวิ่งไปบอกเจ้าหน้าที่พยาบาลที่อยู่ใกล้ห้องที่เกิดเหตุ แต่ในระหว่างที่หนูน้อยกำลังไปขอความช่วยเหลือนั้น เสียงปืนก็ดังขึ้นกลายเป็นเหตุสลดดังกล่าว

 

โดยยืนยันว่า ในช่วงเกิดเหตึนั้น เด็กไม่ได้อยู่ในช่วงเหตุการณ์ที่เกิดความรุนแรง แต่ถึงอย่างนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็ได้เตรียมที่จะส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลสภาพจิตใจของหนูน้อยทั้ง 2 คน และหาแนวทางในการดูแลครอบครัวในระยะยาว ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า หนูน้อยทั้ง 2 คน ยังมีตากับยายอาศัยอยู่พื้นที่ตำบลบ้านเป็ด จ.ขอนแก่น ซึ่งจะได้หาทางช่วยเหลือต่อไป ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพ ยังอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงจะประสานให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

 

ส่วนบรรยากาศที่โรงพยาบาลขอนแก่น ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ขณะที่ตึกคุณากร ชั้น 4 รพ.ศูนย์ขอนแก่น ห้องพิเศษ 5,6 จุดเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดห้องที่เกิดเหตุเอาไว้ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านในโดยเด็ดขาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง