กระแสการเมืองฝ่ายขวา แรงไม่หยุด ทำไมประชาชนสนับสนุน?

เป็นที่แน่ชัดว่า กระแสการเมืองโลกทุกวันนี้ กำลังเข้าสู่ยุคฝ่ายขวา หรือฝ่ายอนุรักษ์นิยม จากการที่พรรคการเมือง หรือนักการเมืองฝ่ายขวาชนะการเลือกตั้งครั้งสำคัญในหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคน โดยเฉพาะประเทศตะวันตก ที่เป็นฝ่ายซ้ายมาตลอด นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งหลายประเทศในยุโรป ส่งเสริมแนวคิดเสรีนิยม สนับสนุนความเท่าเทียม ต่อต้านการทำสงคราม และการแบ่งแยก แต่แนวคิดเหล่านี้ ก็สร้างปัญหาเรื้อรังและสร้างภาระให้ประชาชนมาโดยตลอด จากนโยบายเปิดรับผู้อพยพ นโยบายส่งเสริมความเท่าเทียม ที่กลายเป็นสร้างความไม่เท่าเทียมเสียเอง รวมทั้ง การเปิดรับแนวคิดเสรี ที่ทำให้ความเชื่อและวัฒนธรรมดั้งเดิม สูญเสียเอกลักษณ์ ทำให้ประชาชนรู้สึกสูญเสียตัวตน และถูกอิทธิพลจากภายนอกกลืนกินความเป็นชาติเข้าไปเรื่อย ๆ จนทำให้ประชาชนเริ่มเหน็ดเหนื่อยกับค่านิยมฝ่ายซ้าย ที่ดูเหมือนว่าจะฟังดูสวยหรู แต่กลับทำให้ชีวิตของพวกเขาดูไร้ตัวตนและไร้ความหมาย และยิ่งช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวแบบนี้ ที่ค่าครองชีพสูงขึ้น คนตกงานเพิ่มขึ้น รายได้แทบไม่เหลือ ก็ยิ่งทำให้พรรคการเมืองฝ่ายขวา ที่มุ่งเน้นการปกป้องผลประโยชน์ของคนในชาติ ส่งเสริมความรักชาติ ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
พรรคการเมืองฝ่ายขวาในยุโรปสามารถเอาชนะการเลือกตั้งได้ในหลายประเทศ โดยมีนโยบายหลัก ๆ คือการต่อต้านผู้อพยพ ปิดกั้นพรมแดนให้แน่นหนาขึ้น ปกป้องสิทธิผลประโยชน์ของประชาชน และลดการเข้าไปช่วยเหลือ หรือยุ่งเกี่ยวกับกิจการภายในของประเทศอื่น ส่วนในประเทศที่ฝ่ายกลาง หรือฝ่ายซ้าย ยังเป็นรัฐบาลได้อยู่ ก็ต้องเจอกับคู่แข่งฝ่ายขวาที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ๆ จนแทบจะต้านไม่ไหวแล้ว
กระแสการเมืองฝ่ายขวามาแรง ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับชาติตะวันตกเท่านั้น แต่ลุกลามมาถึงประเทศในเอเชีย อย่างที่เพิ่งเห็นกันในผลการเลือกตั้งของประเทศไทยและญี่ปุ่นที่จัดขึ้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่พรรคการเมืองฝ่ายขวา แนวอนุรักษ์นิยมของทั้งสองประเทศ สามารถกวาดที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างล้นหลาม โดยพรรคภูมิใจไทย ของ อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ไป 194 ที่นั่ง ส่วนพรรค LDP ของซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้ไป 316 ที่นั่ง ยิ่งตอกย้ำกระแสชาตินิยมที่กำลังมาแรงในหมู่ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ที่ตอบโจทย์และความต้องการของประชาชนมากกว่า
หลายคนตั้งคำถามว่า แล้วเกิดอะไรขึ้นกับกระแสการเมืองฝ่ายซ้าย ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วง หลายสิบปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาพแวดล้อมทางการเมือง สภาพเศรษฐกิจ และความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้ประชาชนมองว่าฝ่ายเสรีนิยม ที่มีแนวทางประนีประนอม หาทางออกกับปัญหาต่าง ๆ ด้วยการเจรจา ไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาที่ทำได้จริง หากเทียบกับมาตรการเด็ดขาดของฝ่ายขวา
นอกจากนี้ แนวความคิดของฝ่ายซ้ายที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างของสังคม เพื่อการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด เป็นอุปสรรคใหญ่ที่ทำให้เกิดการต่อต้านจากฝ่ายอนุรักษ์นิยม ที่มีค่านิยมแบบดั้งเดิมที่ฝังรึกมาอย่างยาวนาน ทำให้แม้ประชาชนส่วนใหญ่อยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังไม่พร้อมที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วเกินไป
รวมทั้งการที่พรรคการเมืองฝ่ายซ้าย ส่วนใหญ่ มุ่งเน้นการทำงานไปที่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประเทศ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล มากกว่าการโฟกัสไปที่การทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ประชาชนกำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า เช่น ปัญหาปากท้อง ปัญหาผู้อพยพ หรือปัญหาอาชญากรรม ประชาชนจึงอาจมองว่าเป้าหมายของพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายยังเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่แตะต้องไม่ได้ ซึ่งหากประเทศอยู่ในภาวะที่ปกติ เศรษฐกิจดี ไม่มีสงคราม พรรคการเมืองฝ่ายซ้ายก็คงได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ในสภาวะที่โลกปั่นป่วน ไม่มีความมั่นคง แบบที่กำลังเป็นอยู่ พรรคการเมืองฝ่ายขวา จึงอาจเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการมากกว่า
อย่างไรก็ตาม หากหลายประเทศทั่วโลก มุ่งหน้าสู่กระแสฝ่ายขวามากขึ้น ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดความตึงเครียดในเรื่องการปะทะกัน เพราะทุกประเทศจะหันมาสนใจแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง โดยไม่สนใจประเทศอื่น เปิดทางให้ประเทศใหญ่สามารถเอาเปรียบประเทศที่อ่อนแอกว่าได้ ซึ่งในระยะยาว เมื่อความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น กระแสการเมืองโลกอาจจะมีการปรับตัว กลับมาสนับสนุนฝ่ายซ้าย หรืออยู่ตรงกลางมากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
