วิจัยกรุศรีชี้ไทยเผชิญ"ค่าครองชีพ"สูงขึ้น

วิจัยกรุงศรีวิเคราะห์สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและผลพวงจากวิกฤตพลังงานส่อแววยืดเยื้อ หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านหยุดชะงัก ขณะเดียวกันแม้ว่าสภาล่างสหรัฐฯ จะผ่านร่างกฎหมายจำกัดอำนาจการทำสงครามของทรัมป์แต่โอกาสผลักดันให้มีผลบังคับใช้ยังค่อนข้างจำกัด
นอกจากนี้ ความเสี่ยงทางการค้าเพิ่มขึ้นอีกครั้งหลังสหรัฐฯ เตรียมเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมภายใต้มาตรา 301 กับ 60 ประเทศที่ถูกกล่าวหาว่าไม่สามารถสกัดสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแรงงานบังคับได้
ดังนั้นไทยจะเผชิญผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเสี่ยงต่อการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
วิจัยกรุงศรีประเมินว่า เศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงทั้งจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและนโยบายการค้าของสหรัฐฯ โดยอัตราเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตและฝั่งผู้บริโภคที่อยู่ในระดับสูงสะท้อนต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการและค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้น
ในระยะต่อไป อาจเห็นการทยอยส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการมาสู่ผู้บริโภค (Pass-through Effect) มากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคและลดทอนผลบวกจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส
ขณะที่ภาคการผลิตและภาคการส่งออกยังเผชิญความเสี่ยงจากการเสนอเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ในอัตราร้อยละ 12.5 ตามมาตรา 301 ประเด็นการนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานบังคับ ซึ่งจะชัดเจนขึ้นภายหลังการพิจารณาสาธารณะของสหรัฐฯ ในวันที่ 7 กรกฎาคม ช่วงเวลาใกล้เคียงกับการสิ้นสุดการบังคับใช้ภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 10 มาตรา 122 ในวันที่ 24 กรกฎาคม
นอกจากนี้ แนวโน้มการเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม มาตรา 301 ประเด็นการใช้กำลังการผลิตส่วนเกินใน 3 อุตสาหกรรม (รถยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาง และเครื่องจักร) จะเพิ่มแรงกดดันต่อการส่งออกและห่วงโซ่การผลิตของไทย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
