รีเซต

PTTEPกำไรQ4จ่อ1.7หมื่นล. บุ๊กกำไรพิเศษ-ปริมาณขายโต

PTTEPกำไรQ4จ่อ1.7หมื่นล. บุ๊กกำไรพิเศษ-ปริมาณขายโต
ทันหุ้น
9 มกราคม 2569 ( 08:45 )
40

         

#PTTEP #ทันหุ้น - PTTEP โบรกคาดไตรมาส 4/2568 กำไรสุทธิ โต 35% แตะ1.72 หมื่นล้านบาท เหตุบุ๊กกำไรพิเศษ 4.2 พันล้านบาท จากซื้อกิจการ Algeria Touat ราคาต่ำ-ปริมาณการขายเพิ่ม 6% มองทั้งปี 2568 กำไรสุทธิ 5.99 หมื่นล้านบาท ลดลง 24%   ด้านผลดำเนินงานปี 2569 ปรับลดลง เหตุ ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลง-ไม่มีรายการพิเศษ

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดกำไรสุทธิ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP จะฟื้นตัวอย่างมากในไตรมาส 4/2568 โดยจะอยู่ที่ 1.72 หมื่นล้านบาท   เพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) แต่ลดลง 6%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) จากการรับรู้กำไรพิเศษเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นในไตรมาสนี้จำนวน 4.2 พันล้านบาท  โดยหลักมาจากกำไรจากการซื้อกิจการในราคาต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรมของโครงการ Algeria Touat จำนวน 2.7 พันล้านบาท กำไรจากการป้องกันความเสียงราคาน้ำมันที่ 1 พันล้านบาท  และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 323 ล้านบาท 

@ปริมาณการขายเพิ่ม

ในส่วนของกำไรปกติ  ฝ่ายวิจัยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 7% QoQ เป็น 1.3 หมื่นล้านบาท  ตามปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น 6% ตามส่วนแบ่งปริมาณขายหลังเข้าซื้อโครงการ Algeria Touat และ JDA และปริมาณการขายน้ำมันดับที่สูงขึ้นตามฤดูกาล และการเรียกรับก๊าซเพิ่มขึ้นโดย PTT อันเป็นผลจากการหยุดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซที่น้อยลง ขณะที่ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง คาดว่าจะถูกชดเชยได้เป็นส่วนใหญ่จากต้นทุนการผลิตต่อหน่วยที่ลดลงตามปริมาณสำรองที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3/2568

ทั้งนี้ PTTEP รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มปริมาณการขายปิโตรเลียมขึ้น 9% เป็น 556,000 แสนบาร์เรลต่อวัน ในปี 2569 ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งคิดเป็น 70% ของปริมาณการขายดังกล่าว คาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 5.6-5.7 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู  โดยมีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยราว 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อกำไร ได้แก่ 1. ระดับราคาน้ำมันดิบสำหรับปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ที่เหลืออีก 30%

@งบปี 69 อ่อนแอ

ด้านปัจจัยพื้นฐานยังอ่อนแอ และอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาดสูงสุดราว 2.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน  2.รายการพิเศษ ซึ่งคาดว่ากำไรปี 2568 จะรวมกำไรพิเศษปประมาณ 130 ล้านดอลลาร์ หรือ 7% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ของฝ่ายวิจัย และ 3. เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ดังนั้นปัจจัยเหล่านี้ยืนยันว่าผลประกอบการปี 2569 ของ PTTEP น่าจะมีแนวโน้มอ่อนตัวลง YOY

อย่างไรก็ตามจากประมาณการกำไรไตรมาส 4/2568  ดังกล่าว กำไรปี 2568 ของ PTTEP น่าจะอยู่ที่ 5.99 หมื่นล้านบาท  ลดลง 24% YoY ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงยังคงคาดการณ์เงินปันผลปี 2568 ที่ 8.50 บาทต่อหุ้น ลดลง 12% YoY คิดเป็นอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 7.8%  โดยฝ่ายวิจัยเชื่อว่า Downside ต่อราคาหุ้นของ PTTEP มีอยู่อย่างจำกัดที่ 100 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับที่จะทำให้อัตราตอบแทนเงินเป็นผล เพิ่มขึ้นเป็น 8-9%  โดยPTTEP ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วที่ 4.1 บาทต่อหุ้น

@ปรับลดเป้าหมาย

โดยฝ่ายวิจัยปรับลดคำแนะนำสำหรับ PTTEP จาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" จากการคาดการณ์ที่ว่าตลาดจะทยอยปรับลดประมาณการกำไร แม้ว่าสมมติฐานกำไรปี 2568 ของฝ่ายวิจัยจะต่ำกว่าของตลาดอยู่ราวๆ 5% แต่ฝ่ายวิจัยยังเชื่อว่าจะมี Downside Risk เพิ่มเติมต่อประมาณการกำไรของฝ่ายวิจัย เนื่องจากสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบล่าสุดยังอยู่ที่ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงได้ทำการวิเคราะห์ความไวซึ่งพบว่าสมมติฐานราคาน้ำมันที่ลดลงทุกๆ 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะทำให้ประมาณการกำไรกำไรและราคาเป้าหมายปี 2568 ลดลง 5 พันล้านบาทต่อปี หรือลดลง 9% และ 16 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ ซึ่งขณะนี้กำลังทบทวนประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายของฝ่ายวิจัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง