รีเซต

ปลาหมอคางดำไม่ได้มีแค่ไทย เปิดบทเรียนจัดการปลาต่างถิ่นทั่วโลก

ปลาหมอคางดำไม่ได้มีแค่ไทย เปิดบทเรียนจัดการปลาต่างถิ่นทั่วโลก
TNN ช่อง16
27 สิงหาคม 2569 ( 15:36 )

ปลา 1 ตัวสามารถเดินทางข้ามโลกได้ไกลกว่าที่หลายคนคิด เพราะทุกวันนี้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำมีชีวิตระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งเพื่อเป็นอาหาร การเพาะเลี้ยง การประมง รวมถึง “อุตสาหกรรมปลาสวยงาม” ซึ่งมีเครือข่ายเชื่อมโยงหลายประเทศทั่วโลก

งานวิจัย A Global Account of Established Non-Native Fish Species พบปลาต่างถิ่นที่สามารถตั้งประชากรนอกถิ่นกำเนิดแล้วไม่น้อยกว่า 1,535 ชนิด ใน 193 ประเทศ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 82% ของโลก โดยกิจกรรมของมนุษย์มีบทบาทสำคัญต่อการเคลื่อนย้ายปลาไปยังพื้นที่ใหม่ และการค้าปลาสวยงามเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญของการเคลื่อนย้ายปลาต่างถิ่น

ตลาดปลาสวยงาม 2.2–2.8 แสนล้านบาท เชื่อมการค้าข้ามโลก

ตลาดปลาสวยงามทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 7–9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือประมาณ 2.2–2.8 แสนล้านบาท และมากกว่าครึ่งของตลาดเป็นปลาน้ำจืดเขตร้อน

เบื้องหลังปลาสวยงามแต่ละตัวจึงมีเครือข่ายตั้งแต่ผู้เพาะพันธุ์ ฟาร์ม ผู้ค้า ผู้ส่งออก ร้านปลาสวยงาม การขนส่ง ไปจนถึงผู้เลี้ยงปลายทาง ซึ่งเชื่อมโยงกันข้ามประเทศและทวีป

สิ่งที่เคลื่อนย้ายอยู่ในเครือข่ายนี้ไม่ใช่สินค้าทั่วไป แต่เป็น “สิ่งมีชีวิต” ทำให้การติดตามว่าเป็นปลาอะไร มาจากไหน และถูกส่งต่อไปที่ใด เป็นส่วนสำคัญของการบริหารจัดการ

ไทยหนึ่งในฐานผลิตปลาสวยงามสำคัญของเอเชีย

เอเชียเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของอุตสาหกรรมปลาสวยงามโลก โดยมีประเทศสำคัญในเครือข่ายทั้งญี่ปุ่น สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ศรีลังกา ไทย และมาเลเซีย

ประเทศไทยมีผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามขึ้นทะเบียน มากกว่า 10,000 ราย และมีมูลค่าการส่งออกสัตว์น้ำสวยงาม มากกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีตลาดส่งออกกระจายอยู่ในหลายประเทศ

เมื่อมีการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำมีชีวิตจำนวนมาก ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญจึงครอบคลุมทั้งมิติทางเศรษฐกิจและระบบกำกับดูแล โดยเฉพาะความสามารถในการตรวจสอบเส้นทางของสัตว์น้ำตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทาง

4 ปี ไทยส่งออก Sarotherodon melanotheron 323,820 ตัว

ข้อมูลกรมประมงระบุว่า ระหว่างปี 2556–2559 ประเทศไทยมีการส่งออกปลา Sarotherodon melanotheron รวม 323,820 ตัว ไปยัง 17 ประเทศ

ปี 2556 ส่งออก 58,840 ตัว ปี 2557 จำนวน 153,490 ตัว ปี 2558 จำนวน 14,340 ตัว และปี 2559 จำนวน 97,150 ตัว

ประเทศปลายทางรับปลาโดยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron และชื่อสามัญ Blackchin tilapia

ในช่วงเวลาดังกล่าว ปลาหมอคางดำมีชื่อทางการค้าว่า “ปลาหมอเทศข้างลาย” และมีชื่อวิทยาศาสตร์ Sarotherodon melanotheron ก่อนมีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น “ปลาหมอคางดำ” ในปี 2560

ข้อมูลการส่งออกดังกล่าวทำให้เห็นว่า ปลาหมอคางดำเคยเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำระหว่างประเทศ และเมื่อมองออกไปนอกประเทศไทย ยังพบประชากรปลาชนิดนี้นอกถิ่นกำเนิดในหลายพื้นที่ของโลก

ปลาหมอคางดำจากแอฟริกาตะวันตก พบในหลายพื้นที่ทั่วโลก

ปลาหมอคางดำ หรือ Sarotherodon melanotheron มีถิ่นกำเนิดบริเวณชายฝั่งแอฟริกาตะวันตก แต่ปัจจุบันพบประชากรนอกถิ่นกำเนิดในหลายพื้นที่

เส้นทางที่ทำให้ปลาเดินทางไปถึงแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ทั้งการนำเข้าเพื่อใช้ประโยชน์ การเพาะเลี้ยง การเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม การหลุดรอด รวมถึงการลักลอบนำเข้า

กรณี สหรัฐอเมริกา มีรายงานพบปลาหมอคางดำนอกถิ่นกำเนิดในรัฐฟลอริดาตั้งแต่ปี 1959 และในฮาวายตั้งแต่ปี 1972 โดยมีข้อมูลการนำเข้าปลาชนิดนี้เพื่อใช้ประโยชน์ด้านการประมงเชิงพาณิชย์และการเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม ก่อนพบการแพร่กระจายในทะเลสาบ อ่างเก็บน้ำ และพื้นที่ชายฝั่ง

กรณีนี้ทำให้เห็นเส้นทางตั้งแต่ นำเข้า → เลี้ยง → หลุดหรือถูกปล่อย → ธรรมชาติ ซึ่งหากปลาสามารถอยู่รอดและขยายพันธุ์ได้ ก็สามารถตั้งประชากรใหม่ในธรรมชาติ

ฟิลิปปินส์ พบปลาต่างถิ่น 62 ชนิด

ฟิลิปปินส์เป็นอีกประเทศที่พบความเชื่อมโยงระหว่างปลาต่างถิ่นกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

งานศึกษาปลาน้ำจืดต่างถิ่นที่ถูกนำเข้าสู่ประเทศจำนวน 62 ชนิด พบว่าส่วนใหญ่นำเข้าด้วยวัตถุประสงค์ด้านปลาสวยงาม โดยมีรายงานพบในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ Taal Lake, Laguna de Bay, Bataan ไปจนถึง Manila Bay

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าปลาหมอคางดำเข้าสู่ฟิลิปปินส์ด้วยช่องทางใด

กรณีนี้ทำให้เห็นความสำคัญของการมีข้อมูลต้นทาง เพราะหากไม่สามารถระบุได้ว่าปลาเข้ามาผ่านเส้นทางใด การย้อนกลับไปปิดช่องทางเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำก็ทำได้ยากขึ้น


ออสเตรเลีย พบทั้งการเลี้ยงและลักลอบนำเข้า

ออสเตรเลียเป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่า แม้อยู่ในประเทศเดียวกัน สัตว์น้ำต่างถิ่นก็อาจเข้าสู่ธรรมชาติผ่านเส้นทางที่แตกต่างกัน

ข้อมูลใน Queensland ระบุถึงการนำปลาหมอคางดำเข้ามาเพื่อการเลี้ยงและใช้ควบคุมศัตรูพืช ก่อนหลุดออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ขณะที่ New South Wales มีข้อมูลเชื่อมโยงกับการลักลอบนำเข้าเป็นปลาสวยงาม

เมื่อมองภาพรวมของออสเตรเลีย มีรายงานว่าปลาต่างถิ่นที่สามารถตั้งประชากรในธรรมชาติแล้ว อย่างน้อย 30 ชนิด มีความเชื่อมโยงกับการค้าปลาสวยงาม

จุดที่ต้องติดตามจึงไม่ได้อยู่เฉพาะการนำปลาเข้าประเทศ แต่ครอบคลุมเส้นทางหลังจากนั้น ทั้งการเพาะพันธุ์ การซื้อขาย การส่งต่อ การเลี้ยง การหลุดรอด และการปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ

“ปลาสวยงาม” หนึ่งในเส้นทางสำคัญของปลาต่างถิ่น

เมื่อพิจารณากรณีจากสหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย จะเห็นว่าเส้นทางที่พาปลาหมอคางดำและปลาต่างถิ่นไปสู่พื้นที่ใหม่มีหลายรูปแบบ ทั้งการนำเข้าเพื่อใช้ประโยชน์ การเพาะเลี้ยง การหลุดรอด และการลักลอบนำเข้า

หนึ่งในเส้นทางที่ปรากฏในหลายกรณีคือ “การค้าปลาสวยงาม” เนื่องจากตลาดนี้ทำให้สัตว์น้ำมีชีวิตเดินทางผ่านเครือข่ายขนาดใหญ่ ตั้งแต่ฟาร์ม ผู้ค้า ร้านปลาสวยงาม ไปจนถึงผู้เลี้ยง

ความเสี่ยงจึงไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อปลาผ่านขั้นตอนนำเข้า แต่ยังต่อเนื่องไปตลอดเส้นทาง นำเข้า → เพาะพันธุ์ → ซื้อขาย → เลี้ยง → หลุดรอดหรือถูกปล่อย → ธรรมชาติ

หากสัตว์น้ำที่หลุดออกไปสามารถอยู่รอดและขยายพันธุ์ได้ “ปลาในระบบการค้า” ก็สามารถกลายเป็น “ปลาต่างถิ่นในธรรมชาติ”

สหรัฐฯ-ออสเตรเลีย-ฟิลิปปินส์ ใช้หลายวิธีจัดการ

เมื่อสัตว์น้ำต่างถิ่นสามารถตั้งประชากรในธรรมชาติแล้ว การจัดการมีความซับซ้อนมากขึ้น และแต่ละประเทศเลือกใช้แนวทางตามสภาพพื้นที่

สหรัฐอเมริกาใช้ทั้ง การสำรวจ การเฝ้าระวัง เครื่องดักปลา และตาข่าย ขณะที่ออสเตรเลียใช้ การจับออก การกำหนดเขตควบคุม และระบบ Biosecurity เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไปยังพื้นที่ใหม่

ส่วนฟิลิปปินส์มีกรณีทดลองใช้ ปลากะพงขาว ซึ่งเป็นปลานักล่า เพื่อลดจำนวนปลาหมอคางดำในพื้นที่เพาะเลี้ยง

อีกแนวทางคือ “จับออกและนำมาใช้ประโยชน์” โดยในสหรัฐอเมริกามีการส่งเสริมการจับปลาสิงโต หรือ Lionfish ซึ่งเป็นปลาต่างถิ่นรุกราน มาพัฒนาเป็นอาหาร เพื่อสร้างแรงจูงใจในการนำปลาออกจากธรรมชาติ

แนวทางดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าการนำมาบริโภคจะทำให้ปัญหาหมดไป แต่เป็นช่องทางหนึ่งในการลดจำนวนสัตว์ต่างถิ่นออกจากระบบนิเวศ โดยต้องไม่สร้างแรงจูงใจให้นำกลับไปเพาะเลี้ยงหรือเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ใหม่

บทเรียนทั่วโลก “ป้องกันก่อนหลุด”

แนวทางจากหลายประเทศครอบคลุมตั้งแต่ เฝ้าระวัง → ควบคุม → จับออก → ใช้ประโยชน์ แต่อีกด้านหนึ่งคือการป้องกันไม่ให้ปลาหลุดออกจากระบบตั้งแต่แรก

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปลาสวยงาม ซึ่งสัตว์น้ำมีชีวิตต้องเดินทางผ่านหลายขั้นตอน ตั้งแต่ผู้นำเข้า ผู้เพาะเลี้ยง ผู้ค้า ร้านค้า ไปจนถึงผู้เลี้ยงปลายทาง

ยิ่งระบบสามารถติดตามเส้นทางของปลาได้มากเท่าไร โอกาสป้องกันก่อนสัตว์น้ำหลุดออกสู่ธรรมชาติก็ยิ่งเพิ่มขึ้น


ไทยเดินหน้าการค้า ควบคู่ระบบตรวจสอบย้อนกลับ

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของอุตสาหกรรมปลาสวยงามในเอเชีย แนวทางไม่ได้อยู่ที่การหยุดการค้าปลาสวยงาม แต่เป็นการทำให้ การนำเข้า การเพาะเลี้ยง การซื้อขาย และการเคลื่อนย้ายสัตว์น้ำมีชีวิตอยู่ในระบบและตรวจสอบย้อนกลับได้

ระบบควรสามารถติดตามได้ว่า ปลาอะไรเข้ามา มาจากไหน ใครนำเข้า ถูกส่งต่อให้ใคร และสุดท้ายไปอยู่ที่ไหน

เพราะสิ่งที่ซื้อขายและเดินทางข้ามประเทศคือ “สิ่งมีชีวิต” ข้อมูลและระบบตรวจสอบจึงต้องสามารถติดตามไปพร้อมกับสัตว์น้ำตลอดเส้นทาง

บทเรียนจากปลาหมอคางดำในหลายประเทศทำให้เห็นทั้ง หลากหลายสาเหตุและหลากหลายแนวทางจัดการ ขณะที่การค้าปลาสวยงามเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ต้องให้ความสำคัญในการป้องกันปัญหาปลาต่างถิ่นระยะยาว

ยิ่งสามารถรู้ได้เร็วว่า ปลาอะไร มาจากไหน และไปอยู่ที่ไหน ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสหยุดปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ก่อนที่ “ปลาสวยงามในระบบการค้า” จะกลายเป็น “ปลาต่างถิ่นในธรรมชาติ”

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง