TPCHปลูกพืชพลังงาน ลดต้นทุนผลิตไฟฟ้า

TPCHปลูกพืชพลังงาน ลดต้นทุนผลิตไฟฟ้า
ทันหุ้น
16 กันยายน 2564 ( 08:26 )
26
TPCHปลูกพืชพลังงาน ลดต้นทุนผลิตไฟฟ้า

ทันหุ้น - TPCH แย้มอยู่ระหว่างศึกษาปลูกพืชพลังงานใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ลดต้นทุนผลิตไฟฟ้าโรงไฟฟ้าภาคใต้ คาดเห็นความชัดเจนในไตรมาส 1/65 ระบุรอประกาศผลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ภายในวันที่ 23 กันยายนนี้ จ่อ COD โรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์ ภายในปี 64

 

นายเชิดศักดิ์  วัฒนวิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TPCH เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาปลูกพืชพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นต้นไผ่ หรือพืชพลังงานรากแก้ว ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า ของโรงไฟฟ้าในภาคใต้ คาดจะเห็นความชัดเจนได้ในไตรมาส 1/2565 เนื่องจากแนวโน้มเชื้อเพลิงในภาคใต้ จะมีราคาที่สูงขึ้นในช่วงฤดูฝน ทำให้ซัพพลายลดลง

 

**ต้นทุนเชื้อเพลิงสูง

 

สำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลมีต้นทุนที่สำคัญในการเดินเครื่องการผลิต ได้แก่ Outsourcing, Operate, Maintenance โดยค่าเชื้อเพลิงอยู่ที่ประมาณ 70-80% ของต้นทุนทั้งหมดในการผลิตกระแสไฟฟ้า 1 หน่วย ซึ่งในช่วงไตรมาสที่ 1-2 จะค่อนข้างสูงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากสถานการณ์ โควิด-19 ที่ทำให้โรงไม้มีการปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้น บริษัทจึงมีแผนที่จะปรับลดต้นทุนดังกล่าวลง โดยวางแผนระยะสั้น ในไตรมาส 3/2564 จะมีการสต๊อกไม้เพิ่มขึ้น เนื่องจากไตรมาสที่ 4/2564 ราคาไม้จะปรับตัวสูงขึ้น บริษัทจึงมีแผนการปรับลดต้นทุน

 

อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมรอประกาศผลโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ภายในวันที่ 23 กันยายน 2564 นี้ หลังจากคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาอุทธรณ์ผลการพิจารณาคุณสมบัติและคำเสนอขายไฟฟ้าด้านเทคนิค โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โครงการนำร่อง) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา

 

** เป้าผลิตไฟฟ้า 250 เมก

 

โดยบริษัทย่อยของ TPCH ได้ผ่านการพิจารณาอุทธรณ์ รวม 10 บริษัท ซึ่งมีกำลังผลิตรวม 38 เมกะวัตต์ ซึ่งจะช่วยผลักดันเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือรวมภายในปี 2566 ที่ 250 เมกะวัตต์ จากการเดินหน้าขยายการลงทุนทั้งใน โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล, โรงไฟฟ้าชีวภาพ และโรงไฟฟ้าขยะอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ขายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ไปแล้ว 10 แห่ง เเละประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวล CRB, MWE, MGP, TSG, PGP, SGP, PTG,TPCH 5, TPCH 1 และ TPCH 2 เเละโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 185 เมกะวัตต์ นอกจากนี้บริษัทเตรียมที่จะ COD โรงไฟฟ้าขยะ สยาม พาวเวอร์ (SP) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 10เมกะวัตต์ ภายในปี 2564

 

ขณะที่ในปี 2565 จะมีการ COD เพิ่มเติม ได้เเก่ โครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล แม่ลาน ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3 เมกะวัตต์ รวมถึงโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล บันนังสตา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 3 เมกะวัตต์ ซึ่งทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดจะเเล้วเสร็จ เเละสามารถ COD ได้ในช่วงไตรมาสที่ 2/2565

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง