ยูเครนจ่ายเงินทหารแลกกับการเก็บ "อสุจิ" หวังแก้ปัญหาประชากรลด

สงครามเต็มรูปแบบระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 2022 และยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ นอกจากกระส่งผลกระทบต่อทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคงของประเทศ ไปจนถึงการใช้ชีวิตของประชาชนแล้ว อีกหนึ่งวิกฤตที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะใน “ยูเครน” คือ วิกฤตจำนวนประชากรลดลง จนเข้าขั้น “หายนะ” และกลายเป็นปัญหาที่รัฐบาลยูเครนของประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี กำลังเร่งหาทางแก้ไข
จนกระทั่งหนทางหนึ่งที่เริ่มผุดขึ้นมา อย่างการ “เก็บอสุจิ” ได้รับความสนใจมากขึ้นโดยเฉพาะในหมู่ “ทหารยูเครน” ที่ต้องไปประจำการในแนวหน้าและจำเป็นต้องทิ้งให้ภรรยาและครอบครัวของพวกเขารออยู่เบื้องหลัง แนวทางนี้เป็นที่พูดถึงมากขึ้น จนในที่สุดมันได้กลายเป็นโครงการในระดับชาติที่รัฐบาลยูเครนผลักดันเพื่อการแก้ปัญหาประชากรลดน้อยลงด้วยการ “จ่ายเงิน” ให้ทหารเหล่านี้ แลกกับการให้พวกเขาไปเก็บอสุจิไว้ เพื่อสามารถนำมาใช้สร้างตัวอ่อนหรือให้กำเนิดชีวิตได้ในอนาคต
-เงินไป “อสุจิ” มา
ที่จริง ความพยายามแรกเริ่มในการดำเนินโครงการเก็บอสุจิถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังจากที่มีภรรยาของนายทหารคนหนึ่งออกมาเปิดเผยว่า เมื่อสามีของเธอเสียชีวิตในสนามรบ เธอถูก “ปฏิเสธ” ไม่ให้ใช้อสุจิของสามีเพื่อการเจริญพันธุ์ เนื่องจากมีข้อกำหนดจากรัฐบาลว่า หากเจ้าของอสุจิเสียชีวิตระหว่างสงครามที่กำลังเกิดขึ้นจะต้องมีการทำลายอสุจิทั้งหมดที่บุคคลนี้ได้เก็บไว้ทิ้ง
เมื่อถูกกระแสวิจารณ์หนักขึ้น รัฐบาลยูเครนได้มีการแก้ไขข้อกำหนดดังกล่าว ให้สามารถเก็บรักษาอสุจิของทหารทุกนายไว้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นเวลาสูงสุด 3 ปี หลังเสียชีวิต และเปิดโอกาสให้คู่สมรสสามารถนำไปใช้ได้หากมีหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้วิกฤตประชากรลดน้อยลง โดยเฉพาะในหมู่ทหารซึ่งยูเครนเรียกว่าเป็นกลุ่มคนหนุ่มที่แข็งแรงที่สุดของยูเครน
วิกฤตด้านประชากรเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้นไปอีก เมื่อมีการพูดคุยอย่างเปิดเผยจากบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของยูเครนว่า หากยูเครนยังคิดถึงอนาคตร่วมกับการที่ต้องสูญเสียคนหนุ่มสาวจำนวนมากในช่วงสงคราม ยูเครนจึงจำเป็นต้องหาทางทดแทนเพื่อปรับปรุงสถานการณ์ด้านประชากรในขณะนี้
และในที่สุดเมื่อเดือนมกราคม ปี 2026 ที่ผ่านมานี้ ศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ของรัฐ ในกรุงเคียฟของยูเครนก็ได้เริ่มเปิดรับนายทหาร เข้าร่วมโครงการ “แช่แข็งอสุจิ” โดยมีรัฐบาลยูเครนให้การสนับสนุนด้านงบประมาณ แก่ทหารแนวหน้าที่ต้องการแช่แข็งอสุจิไว้ เพื่อแก้ปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างรวดเร็ว แต่จนถึงขณะนี้มีทหารเข้ามาสมัครเพียงประมาณสิบกว่าคนเท่านั้น แม้ว่าจะยังเป็นจำนวนที่น้อยแต่ศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์เชื่อมั่นว่า เมื่อเกิดการบอกต่อและการแพร่กระจายข่าวสารออกไป จะทำให้มีผู้คนอีกมากเดินทางมาเก็บอสุจิของพวกเขาไว้ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือน ในทางเดียวกันไม่ใช่แค่ผู้ชายแต่ “ผู้หญิง” ก็สามารถมา “เก็บไข่” ของพวกเธอไว้ได้ด้วยเช่นกัน
อ็อกซานา โฮลิโควา ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์กรุงเคียฟกล่าว ศูนย์เจริญพันธุ์มีความหวังว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นจากคนหนุ่มสาวที่ต้องการเก็บอสุจิและไข่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเจริญพันธ์ุในอนาคต ซึ่งภายในศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์กรุงเคียฟ มีห้องปฏิบัติการที่พร้อมสำหรับขั้นตอนการเก็บและเตรียม “สารชีวภาพ” ซึ่งก็คืออสุจิและไข่อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยถังบรรจุขนาดใหญ่ที่มีการเก็บรักษาด้วยอุณภูมิที่เหมาะสม
BBC รายงานว่าวิกฤตประชากรของยูเครนที่เข้าขั้นหายนะ ถึงขนาดที่ว่า มีทารกแรกเกิดเพียงคนเดียวในเปลจากโรงพยาบาลหนึ่ง และมีหญิงตั้งครรภ์เพียงคนเดียวที่กำลังคลอดในโรงพยาบาล ซึ่งสอดคล้องกับจำนวนหญิงตั้งครรภ์ที่ลดลงครึ่งหนึ่ง นับตั้งแต่สงครามเต็มรูปแบบกับรัสเซียได้เริ่มต้น ซึ่งผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์กรุงเคียฟเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า “ภาวะชะลอชีวิต” หรือการที่คนหนุ่มสาวเลื่อนการตัดสินใจครั้งสำคัญ อย่างการมีบุตรออกไปในช่วงสงคราม และตอนนี้ ผู้หญิงชาวยูเครนก้กำลังเผชิญหน้ากับภาวะ “กลัวการตั้งครรภ์” หากต้องลงเอยด้วยการวิ่งอุ้มท้องไปหลบภัยในหลุมหลบภัย
-อสุจิจาก 1 คน อาจช่วยได้ทั้งประเทศ
“แม็กซิม” ชายวัย 35 ปี ประจำการอยู่กับกองกำลังพิทักษ์ชาติยูเครน และเมื่อไม่นานมานี้ระหว่างลาพักรบจากแนวหน้า ภรรยาของเขาได้ชักชวนให้ไปคลินิกแห่งหนึ่งในกรุงเคียฟเพื่อเก็บตัวอย่างอสุจิ แม็กซิมไม่ได้รู้สึกอึดอัดที่จะพูดถึงอสุจิของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงเขาเห็นด้วยว่า ทหารในกองทัพยูเครนควรตระหนักภาวะเจริญพันธุ์ของพวกเขามากกว่านี้ หรืออย่างน้อยก็ใส่ใจเรื่องนี้อย่างการไปเก็บอสุจิเอาไว้
แม็กซิม เป็นหนึ่งในทหารที่เข้าร่วมโครงการ “แช่แข็งอสุจิ” ของรัฐบาลยูเครน อสุจิของเขาถูกแช่แข็งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและหากเกิดเหตุที่ทำให้แม็กซิมเสียชีวิต ภรรยาของเขาสามารถใช้ตัวอย่างดังกล่าวเพื่อพยายามมีบุตรตามที่ทั้งคู่ใฝ่ฝันมาตลอดได้
แม็กซิม มองว่า ผู้ชายกำลังเสียชีวิตในสนามรบจำนวนมาก นั่นหมายความว่าแหล่งพันธุกรรมของยูเครนกำลังลดลง และนี่คือเรื่องการอยู่รอดของประเทศ ดังนั้นแล้วอสุจิที่แช่แข็งไว้มีความสำคัญต่อการสร้างครอบครัว ไม่ว่าทหารคนนั้นจะอยู่ที่แนวหน้า หรืออยู่ห่างออกไป 30 หรือแม้แต่ 80 กิโลเมตร ก็ไม่มีหลักประกันว่าพวกเขาจะปลอดภัยกลับมา แต่ยูเครนต้องการเด็กเกิดใหม่ทุกคนมากเท่าที่จะเป็นไปได้ในภาวะสงครามเช่นนี้ และเขาต้องการชักชวนให้ผู้ชายสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าว
แม็กซิม เสนอว่าทหารควรถูกกำหนดให้แช่แข็งอสุจิ เมื่อถูกเกณฑ์เหมือนกับการทิ้งตัวอย่าง DNA ไว้เพื่อระบุตัวตนหากเสียชีวิต และสิ่งที่ควรทำคือการอธิบายให้คนอื่น ๆ เห็นว่าทำไมการเก็บอสุจิจากคนเพียง 1 คนถึงสำคัญ และเมื่อรวมกันกับอีกหลาย ๆ คนมันจะเป็นหนทางที่ช่วยให้ยูเครนก้าวผ่านวิกฤตด้านประชากรนี้ไปได้
-เสียงจากภรรยาทหารแนวหน้าที่เสียชีวิต
คาเทรินา มาลีชโก และสามีของเธอ “วิตาลี” พยายามมีบุตรมาระยะหนึ่งแต่ไม่สำเร็จ เธอเชื่อมาตลอดว่าปัญหาการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติของเธอ เกิดจากความเครียดและคืนที่นอนไม่หลับเพราะความกังวลจากสงครามและโดรนของรัสเซีย จนคาเทรินากล่าวว่า ทุกคืนของเธอเหมือนการเสี่ยงดวงซื้อลอตเตอรีที่ไม่รู้ว่า ถ้านอนหลับไป จะได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งหรือไม่
ปีนี้ 2026 ทั้งคู่จะครบรอบแต่งงานปีที่ 4 และอาจมีลูกน้อยอยู่ด้วย แล้วแต่เคราะห์ร้ายที่ในช่วงฤดูหนาวที่แล้วสามีของเธอสละชีพในสนามรบ แม้จะสูญเสียสามีอันเป็นที่รัก แต่ก่อนหน้านี้เธอและสามีเคยได้เก็บตัวอย่างอสุจิและไข่ที่พร้อมใช้งานไว้ที่คลินิก ถึงจะไม่มีสามีมาอยู่เคียงข้างแต่คาเทรินายังสามารถเดินหน้าสร้างครอบครัวและมีลูกของพวกเขาตามที่ฝันได้
แม้ในตอนนี้คาเทรินายังไม่พร้อมจะพยายามมีลูกเพราะเธอรู้สึกเปราะบางเกินไป และเธอไม่เชื่อว่าสงครามจะจบลงในเร็ววัน ซึ่งจะทำให้การคลอดลูกของเธอไม่เป็นสุข แต่เมื่อเธอพร้อมคาเทรินา เชื่อว่าลูกของทหารที่เสียชีวิตทุกนายรววมถึงลูกของเธอในอนาคตควรมีโอกาสได้มีชีวิตอยู่ในประเทศที่พ่อแม่ของพวกเขาเสียสละชีวิตเพื่อปกป้อง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
