รีเซต

บลจ.ไทยพาณิชย์ ขายกองหุ้นพลังงานทดแทน

บลจ.ไทยพาณิชย์ ขายกองหุ้นพลังงานทดแทน
ทันหุ้น
2 มีนาคม 2564 ( 15:21 )
79
บลจ.ไทยพาณิชย์ ขายกองหุ้นพลังงานทดแทน

นายณรงค์ศักดิ์  ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Clean Energy (SCB Global Clean Energy : SCBCLEAN) มูลค่าโครงการ 3,000 ล้านบาท เริ่มเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 2 – 8 มีนาคม 2564 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท  

 

ทั้งนี้การใช้พลังงานทดแทน  นับว่าเป็นประเด็นที่ทั่วโลกต่างจับตามองและให้ความสนใจเพิ่มขึ้น  เนื่องจากสภาวะโลกร้อนอันเกิดจากการใช้แหล่งพลังงานเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมอย่างพลังงานน้ำมัน  พลังงานถ่านหิน  และพลังงานก๊าซธรรมชาติ  ซึ่งนำไปสู่การเผชิญหน้ากับปัญหาสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อม  ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มอุณหภูมิโลกอย่างรวดเร็ว  การเกิดไฟป่าที่ลุกลามอย่างต่อเนื่อง  รวมถึงฤดูหนาวในบางประเทศที่ยาวนานและรุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าปกติ 

 

ทำให้หลายประเทศเริ่มมองหาทางออกที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) จากแหล่งพลังงานแบบดั้งเดิมมาเป็นการใช้พลังงานรูปแบบใหม่จากแหล่งพลังงานที่แตกต่างออกไป  

 

โดยปัจจัยที่ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการใช้พลังงานทดแทน  เนื่องจากประชากรโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงถึง 9 พันล้านคนในปี 2035  ทำให้มีความต้องการพลังงานมากขึ้นถึง 40% โดยเฉพาะในปี 2561 ที่ผ่านมา  มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นกว่า 2% 

 

นอกจากนี้ ผู้นำรัฐบาลและองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ต่างก็ให้ความสนใจพร้อมทั้งให้การสนับสนุนและผลักดันการใช้พลังงานทดแทนนี้อย่างจริงจัง   ซึ่งจากปัจจัยข้างต้นทำให้นำมาสู่โอกาสการลงทุนอย่างยั่งยืนในธุรกิจด้านพลังงานทดแทนที่มีมูลค่าสูงถึง  29 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในกว่า 30 ปีข้างหน้า

 

กองทุน SCBCLEAN เป็นกองทุนบริหารเชิงรุก ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้ แก่ BNP Paribas Energy Transition (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) I Capitalisation ในสกุลเงินยูโร โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน บริหารโดย BNP Paribas Asset Management จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ UCITS  

 

ทั้งนี้ กองทุนหลักเน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) ผสานกลยุทธ์การลงทุนแบบ Top-down และ Bottom-up เพื่อเฟ้นหาหุ้นที่เป็น Best Idea ทั้งยังเน้นพอร์ตการลงทุนที่มีความเชื่อมั่นสูง (high-conviction) ประมาณ 30 - 50 ตัว ไม่ยึดติดน้ำหนักการลงทุนกับดัชนีอ้างอิง กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการลงทุน

 

สำหรับธีมการลงทุนกองทุนหลักแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลักได้แก่ 1) พลังงานทดแทนและผู้ผลิต 2)  เทคโนโลยีด้านพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เช่น  ผู้ผลิตเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมด้านพลังงานทดแทน และ 3) โครงสร้างพื้นฐาน และการจัดเก็บ เช่น  ผู้พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งที่ใช้พลังงานทดแทน 

 

กองทุนหลักเฟ้นหาไอเดียการลงทุนที่ดีที่สุด โดยให้ความสำคัญในด้านสภาพคล่อง  และตัวเลขทางงบการเงินของธุรกิจ พร้อมทั้งวิเคราะห์เชิงลึกรายตัว  ด้วยโมเดลการวิเคราะห์มูลค่าที่หลากหลาย  และให้น้ำหนักการลงทุนโดยคัดเลือกจากความเชื่อมั่นในตัวหุ้น, Risk/Reward และค่าสหสัมพันธ์ของหุ้นแต่ละตัวในพอร์ตลงทุน นอกจากนี้  กองทุนหลักบริหารโดยทีมผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์การลงทุนเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อมยาวนานกว่า  20 ปี 

 

ทั้งนี้ กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 167.30% เทียบกับดัชนีอ้างอิง MSCI All Country World Index อยู่ที่ 6.65% ในสกุลยูโร (ที่มา: Factsheet จาก BNP Paribas Energy Transition ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563)

 

การใช้พลังงานทดแทนนับว่าเป็นเทรนด์ที่ได้รับการตอบรับและการสนับสนุนในระดับสากล  โดยได้รับแรงสนับสนุนในเป้าหมายระยะยาวจากเหล่าผู้นำโลก อาทิเช่น สหรัฐฯ  กรณีที่ประธานาธิบดี ไบเดน ได้มีการกลับเข้ามาร่วมข้อตกลง Paris Agreement เพื่อที่จะจัดการกับปัญหาก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีการลงนามจาก 196 ประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส 

 

ในส่วนของยุโรปได้มีแผนนโยบายที่เรียกว่า European Green Deal โดยสนับสนุนให้สหภาพยุโรปมีการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศ  ผ่านแคมเปญและข้อบังคับต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมและจริงจังมากยิ่งขึ้น  ในส่วนของฝั่งยักษ์ใหญ่อย่างจีนนั้น  ได้แสดงจุดยืนและวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนต่อการรักษาสิ่งแวดล้อม  ด้วยการตั้งเป้าลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 65% ภายในปี พ.ศ. 2573 และผลักดันเป้าหมายใหม่ในการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพื่อใช้ภายในประเทศให้ได้ในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง