โบรกประเมินหุ้นแบงก์ย่ำแย่ หลังคาดกำไรไตรมาส 1/63 ไม่สดใส แถมภาวะเศรษฐกิจยังปั่นป่วน

โบรกประเมินหุ้นแบงก์ย่ำแย่ หลังคาดกำไรไตรมาส 1/63 ไม่สดใส แถมภาวะเศรษฐกิจยังปั่นป่วน
มติชน
12 เมษายน 2563 ( 07:16 )
13
โบรกประเมินหุ้นแบงก์ย่ำแย่ หลังคาดกำไรไตรมาส 1/63 ไม่สดใส แถมภาวะเศรษฐกิจยังปั่นป่วน

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ทิศทางหุ้นกลุ่มธนาคาร ภาพรวมในส่วนของกำไรยังดูค่อนข้างแย่ โดยมีหุ้นแบงก์ที่อยู่ในการประเมิน 7 ตัว ได้แก่ บีบีแอล เคแบงก์ เคเคพี เคทีบี เอสซีบี ทิสโก้ ทีเอ็มบี ซึ่งประเมินแล้วกำไรในไตรมาส 1/2563 รวมน่าจะอยู่ที่ 34,763 ล้านบาท ซึ่งหากเทียบเป็นรายไตรมาส กำไรแทบจะไม่แตกต่างจากไตรมาส 4 ปี 2562 อยู่ที่ 34,931 ล้านบาท ติดลบเพียง 200 ล้าน แต่หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 40,000 ล้านบาท ติดลบ 13% โดยหากพิจารณาในรายตัว ภาพรวมเหมือนกันหมด การเติบโตของสินเชื่อธนาคารค่อนข้างไม่สดใส ผลต่างของตัวดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากลดลง รวมถึงตัวเครดิตคอร์สก็สูงขึ้น ภาพจึงไม่สดใสมากนัก ซึ่งก็สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

“ปัจจัยที่สนับสนุนหุ้นกลุ่มแบงก์มีอย่างเดียวคือ ราคาที่ปรับลงมาถูกกว่าพื้นฐานสูงมาก ทำให้แบงก์มีมูลค่าหุ้น (แวลูเอชั่น) ไม่แพงมากนัก แต่ยังมีปัจจัยบวกแถมเข้ามา ในส่วนของคุณภาพสินทรัพย์ในช่วงสั้น ที่ภาครัฐพยายามเข้ามาช่วยด้วยการให้แบงก์ยืดอายุหนี้ และการพักชำระหนี้ออกไป ทำให้การเลื่อนจ่ายหรือการผิดนัดชำระ ก็ยังไม่ทำให้หนี้เหล่านั้นกลายเป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ได้เร็วเหมือนที่ผ่านมา ทำให้ตัวหนี้เสียที่จะเกิดขึ้นกับธนาคารไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก รวมถึงแบงก์ยังเป็นเซกเตอร์ที่แทบไม่มีกองทุนไหนอยากได้มากมายนัก ทำให้มีของค่อนข้างน้อยในตลาด” นายวิจิตรกล่าว

นายวิจิตรกล่าวว่า ในส่วนของปัจจัยลบ ต้องบอกว่ามาเยอะมาก เพราะล้อไปกับเศรษฐกิจที่ดูแย่ตั้งแต่ไตรมาส 1/2563 และมีแนวโน้มที่จะแย่ต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 2/2563 ทำให้แบงก์น่าจะยังไม่กล้าปล่อยอะไรที่ดูหวือหวามากนัก สัญญาณในตอนนี้จึงยังไม่ได้ดีมากนัก โดยหากจำเป็นที่จะต้องช่วยในด้านดอกเบี้ย ก็เห็นภาพในการลดอัตราดอกเบี้ยของแบงก์ใหญ่ๆ เกือบทุกแบงก์ ทำให้อัตราส่วนกำไรสุทธิแคบลงมากกว่าเดิม ยิ่งหากเศรษฐกิจในระยะถัดไปดูไม่ดีขึ้น ก็อาจจำเป็นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งหากมีการลดดอกเบี้ยลงอีกครั้ง ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบอีกรอบหนึ่งได้ ในระยะกลาง หลังจากพ้นวิกฤตแล้วก็เชื่อว่าสัญญาณของเศรษฐกิจน่าจะไม่ได้ดึงกลับขึ้นมาได้ดีมากนัก ทำให้สุดท้ายสัญญาณของหนี้เสียก็อาจกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งได้ หากภาครัฐไม่ได้มีมาตรการออกมาช่วยเหลือแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง