รีเซต

เจาะลึกภัยเงียบ "ช็อกโกแลตซีสต์" วิกฤติสุขภาพสั่นคลอนเศรษฐกิจไทย

เจาะลึกภัยเงียบ "ช็อกโกแลตซีสต์" วิกฤติสุขภาพสั่นคลอนเศรษฐกิจไทย
TNN ช่อง16
16 เมษายน 2569 ( 11:50 )
14

นพ.ศุภณัฐ บุรินทร์กุล แพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวช กรมการแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี หรือ หมอเอิร์ธ ให้สัมภาษณ์ ดร.ชวัลน์ จันทร์ทรัพย์ ผู้ประกาศข่าว TNN16 เรื่อง อันตรายของภัยใกล้ตัวอย่าง "ช็อกโกแลต์ซีตส์" ที่ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของ "เนื้องอก" แต่คือภาวะอักเสบเรื้อรังที่น่ากังวล ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และส่งผลต่อการสืบพันธ์ุ


"ช็อกโกแลตซีตส์ น่ากลัวตรงที่ผู้ป่วยอาจรู้ตัวช้า เพราะสังคมเราไม่มีความรู้ในโรคนี้เพียงพอ บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นการปวดประจำเดือนปกติ กว่าจะทราบซีสต์ก็มีขนาดใหญ่แล้ว คนไข้ควรต้องทราบว่าอาการแบบนี้คืออาการผิดปกติ อาจเป็นอาการปวดรุนแรง หรือการปวดเวลาที่มีเพศสัมพันธ์ การตรวจได้เร็วช่วยให้การรักษาง่ายขึ้น"

หมอเอิร์ธ เปิดเผยว่าต่อว่าแม้โรคนี้อาจไม่ได้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่มีบางกลุ่มเช่นกันที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้ มีลักษณะเป็นโรคเรื้อรัง สร้างความเครียดในการใช้ชีวิต ปัจจุบันการเข้าถึงยาและแพทย์ทำได้ง่ายขึ้นและครอบคลุมผ่านสิทธิพื้นฐาน แต่ยอมรับว่าการเข้าถึงยาบางประเภท หรือการผ่าตัดผ่านกล้องอาจมีค่าใช้จ่ายที่่สูง

ปัญหาคือการที่ "ซ็อกโกแลตซีตส์" กลายเป็นภัยเงียบสั่นคลอนเศรษฐกิจไทย?

อย่างที่หมดเอิร์ธ ได้อธิบายไว้ว่าโรคดังกล่าว เพิ่มความเครียด และกดทับความสามารถทางกายภาพของผู้หญิงที่เป็นโรคนี้ ยิ่งในสังคมยุคนี้เราอาจเห็นว่าผู้ป่วยมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งอาจยึดโยงกับการที่สังคมไทยเรามีบุตรกันช้าลง มีงานวิจัยว่าการที่เรามีบุตรเร็ว อาจช่วยป้องกันโรคนี้ได้ 

"ช็อกโกแลตซีตส์" สั่นคลอนเศรษฐกิจไทย บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ผู้ป่วยวัยทำงาน มีความเครียดมาก ทั้งอาการเจ็บ หรือปวดรุนแรง อาจทำให้ Performance หรือความสามารถในการทำงานลดลง ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องลางาน และถึงแม้ว่าจะไม่ "ลา" งานที่ทำออกมาอาจไร้ประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เพราะว่า การ "ป่วย" ส่งผลให้สมาธิ การตัดสิน และความคิดสร้างสรรค์ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นี่คือต้นทุนแฝงที่กร่อนเศรษฐกิจไทย การถดถอยทางประสิทธิภาพเพียงเล็กน้อยของปัจเจกบุคคล เมื่อรวมกันทั้งระบบ อาจสะเทือนต่อ "ผลิตภัณฑ์มวลรวม" อย่างไม่สามารถปฎิเสธได้

วิฤติทับซ้อน-ทางตันสังคมเกิดต่ำ

จากภาพรวมต้องยอมรับว่าไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้ว หากมองมาที่โรค "ซ็อกโกแลตซีตส์" อาจเป็นวิฤติที่ทับซ้อน เพราะในทางการแพทย์ โรคดังกล่าวส่งผลต่อการสืบพันธุ์ และยังไม่สามารถที่จะป้องกันได้แบบสมบูรณ์ ในเชิงเศรษฐศาสตร์ การที่ผู้หญิงเผชิญปัญหาการสืบพันธุ์ยาก เป็นการสูญเสีย "ทรัพยากรมนุษย์" อย่างน่าเสียดาย การที่ประเทศไทยมีผู้สูงอายุมาก ขาดเด็กเกิดใหม่ ที่ต่อมาจะกลายเป็นคนหนุ่มสาววัยทำงาน ส่งผลให้ผลผลิตของไทยมีประสิทธิภาพน้อยลง อาจสามารถตั้งคำถามได้แบบนี้หรือไม่ว่า "ความยากอาจไม่ใช่การส่งเสริมให้คนแต่งงาน แต่ต้องรวมไปถึงการรักษาความสามารถในการเจริญพันธ์ุอีกด้วย" 

การสัมภาษณ์คุณหมอ ทำให้ผมเห็นภาพว่า "ช็อกโกแลตซีตส์" เป็นภัยเงียบที่อันตรายมากกว่าที่เราคิด ไม่ได้เป็นเพียงโรคที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อปัจเจกเท่านั้น แต่ยังสั่นคลอนเศรษฐกิจไทย ผมขอตั้งคำถามตัวโตๆเรื่องของการมีบุตร รวมไปถึงการรับมือกับสังคมสูงวัย หากว่าเราต้องการสังคมที่ก่อให้เกิดผลผลิต เราย่อมต้องการแรงงานหนุ่มสาว หรือคนรุ่นใหม่ แต่ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่า "คนไทย" ไม่อยากมีลูก หรือว่าเราเองอาจต้องกลับมาดูกันต่อว่าเราจะมีส่วนร่วมอย่างไร ในการเปลี่ยนให้ไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ สำหรับเราและลูกหลานอันเป็นที่รักต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง