รีเซต

ต่างชาติมาไทยไม่กักตัว WHA-AMATAชูขายที่ดิน

ต่างชาติมาไทยไม่กักตัว WHA-AMATAชูขายที่ดิน
ทันหุ้น
6 ตุลาคม 2563 ( 07:45 )
112
ต่างชาติมาไทยไม่กักตัว WHA-AMATAชูขายที่ดิน

ทันหุ้น – สู้โควิด – ศบค. เตรียมเคาะหลักเกณฑ์นักลงทุนต่างชาติเข้าไทยไม่ต้องกักตัว 14 วัน คาดล็อตแรก 500 ราย และอีกกว่า 1.1 หมื่นราย ที่ได้รับการอนุมัติให้เดินทางเข้ามาโดยต้อง ASQ ด้านนักวิเคราะห์ฟันธงหนุนยอดขายที่ดินในนิคมฯ ในปี 2564 โดดเด่น ย้ำเทรดวอร์ และเทควอร์ จะกลับมากดดันการย้ายฐานการผลิตชัดเจนขึ้น ชู WHA-AMATA

 

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด- 19) จะมีการประชุมในวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2563 นี้เพื่อหาข้อสรุปมาตรการผ่อนปรนให้กลุ่มนักธุรกิจต่างประเทศโดยเฉพาะจีน, ญี่ปุ่นที่พร้อมเดินทางเข้ามาในประเทศระยะสั้น

 

เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเตรียมนำเสนอมาตรการดังนี้ 1.มีผลตรวจโควิด-19 (RT-PCR) ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย, 2.มีกรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมการรักษาโรคโควิด-19 ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ, 3.ต้องตรวจหาเชื้อ RT-PCR เมื่อเดินทางมาถึงและเมื่อเดินทางออกจากประเทศไทย ที่ช่องทางเข้า-ออกประเทศไทย, 4.ต้องเดินทางด้วยยานพาหนะที่แจ้งไว้เท่านั้น, 5.โหลด Application ติดตามตัวตั้งแต่ประเทศต้นทางเพื่อสามารถตรวจสอบได้ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย

 

ทั้งนี้ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด กรณีจะต้องมีผู้ติดตามด้านการแพทย์และสาธารณสุขตลอดระยะเวลาที่พำนักในประเทศไทย หรือเงื่อนไขอื่นๆ ที่เหมาะสม

 

อนึ่ง ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), และคณะกรรมการ EEC แล้วมากกว่า 500 ราย รวมถึงช่วงที่ผ่านมา ศบค. ได้เคยอนุมัติให้นักธุรกิจและผู้มีใบอนุญาตทำงานเดินทางเข้าประเทศแล้ว จำนวนประมาณ 11,000 คน และคนกลุ่มนี้ได้ยอมรับการเข้ากักตัวในสถานกักกันทางเลือก (Alternative State Quarantine: ASQ) 14 วัน

 

*หนุนกลุ่มนิคมฯ

 

นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เป็นปัจจัยหนุนศักยภาพกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมในปี 2564 เป็นต้นไป หลังภาพประธานาธิบดีสหรัฐอเมิกามีความชัดเจน คาดว่าบรรยากาศสงครามการค้าทั้งเทรดวอร์ (Trade war) และเทควอร์ (Tech War) จะเริ่มกลับมากดดันเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญ แต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเดินทางย้ายฐานธุรกิจ ดังนั้นหากรัฐบาลไทยปลดล๊อคดังกล่าว ถือเป็นปัจจัยดึงดูดให้นักธุรกิจเดินทางเข้ามาในไทยอย่างต่อเนื่อง

 

ทั้งนี้ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มนิคมฯ “เท่าตลาด” เนื่องจากคาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2563 จะยังได้รับปัจจัยกดดันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เห็นได้จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) งวด 9 เดือนแรกของนักลงทุนต่างประเทศมีเพียง 8 หมื่นล้านบาทเท่านั้น

 

*ชู WHA-AMATA เด่น

 

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของกลุ่มนิคมฯ จะทำระดับสูงสุดของปีได้ในช่วงไตรมาส 4 จากยอดโอนกรรมสิทธิ โดยในงวดไตรมาส 4/2563 นี้คาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานของ WHA จะโดดเด่นจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์มูลค่าประมาณ 4.6 พันล้านบาท อีกทั้งยังคงแผนการขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมให้นักธุรกิจต่างชาติ โดยอยู่ระหว่างรอคอนเฟริมการเดินทาง 1-2 ราย จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 4.89 บาท

 

สำหรับ AMATA ยังคงเป้า Presale ที่ดินที่ 950 ไร่ หนุนผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2563 ค่อนข้างโดดเด่น ปัจจุบันถือครอง Landbank ในพื้นที่ EEC กว่า 1.1 หมื่นไร่ รวมถึงมีแผนการขยายนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนาม ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนศักยภาพในปี 2564 และแผนการลงทุนในเมียนมา หนุนศักยภาพในปี 2565 ฝ่ายวิเคราะห์คาดการณ์ทิศทางกำไรปี 2564 ฟื้นตัวสูง 17.8% จากคาดการณ์ปี 2563 ที่ 1.2 พันล้านบาท จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 35.70 บาท (คำนวณด้วยวิธี NAV)