UAE ถอนตัว OPEC สะเทือนพลังต่อรองน้ำมัน

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ประกาศถอนตัวจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปก (OPEC) ซึ่งจะส่งผลต่ออำนาจต่อรองของกลุ่ม และจะกระทบต่อราคาในระยะยาว
“ฮอร์เก เลออง” หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ของ “ไรสแตด เอเนอร์ยี” ระบุกับ CNBC ว่า UAE เป็นสมาชิกที่ทรงอิทธิพลของกลุ่ม OPEC รองจากซาอุดีอาระเบีย และเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกเพียงไม่กี่แห่งที่มีกำลังการผลิตสำรองมากพอที่จะส่งผลต่อทิศทางราคาและรับมือกับภาวะขาดแคลนน้ำมันได้
กำลังการผลิตสำรอง หมายถึงกำลังการผลิตที่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งสามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อรับมือกับวิกฤตครั้งใหญ่ โดยซาอุดีอาระเบียและ UAE มีกำลังการผลิตสำรองรวมกันมากกว่า 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้มีอิทธิพลอย่างมากในช่วงเกิดวิกฤต
การถอนตัวของ UAE จึงสะเทือนต่อเสาหลักที่ค้ำจุนศักยภาพของ OPEC ในการบริหารจัดการตลาดน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลให้ OPEC มีโครงสร้างที่อ่อนแอลง
ด้าน “เดวิด โกลด์วิน” อดีตทูตพิเศษและผู้ประสานงานด้านพลังงานระหว่างประเทศของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระหว่างปี 2542-2544 กล่าวว่า การถอนตัวของ UAE จาก OPEC จะกระทบต่อซาอุดีอาระเบียเช่นกัน เพราะจะบั่นทอนความสามารถในการบริหารจัดการกลุ่มในฐานะองค์กร
อย่างไรก็ตาม ซาอุดีอาระเบียจะยังคงมีศักยภาพในการควบคุมตลาดจากกำลังการผลิตสำรองจำนวนมาก แต่อำนาจต่อรองจะลดลง เนื่องจาก UAE ไม่ได้เป็นสมาชิกอีกต่อไปแล้ว
การตัดสินใจของ UAE ในการถอนตัวจาก OPEC มีผลในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้ เกิดขึ้นหลังเผชิญผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งกระทบการส่งออกน้ำมันของ UAE รวมถึงเศรษฐกิจของประเทศ
การถอนตัวของ UAE ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดในปีหน้า เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ แต่อาจกระทบต่อราคาน้ำมันหลังจากนั้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
