นายกฯสิงคโปร์ สอน 'จีน-มะกัน' มัวแต่ด่ากัน ไม่ช่วยแก้วิกฤต 'โควิด-19'

นายกฯสิงคโปร์ สอน 'จีน-มะกัน' มัวแต่ด่ากัน ไม่ช่วยแก้วิกฤต 'โควิด-19'
มติชน
30 มีนาคม 2563 ( 17:32 )
63
1
นายกฯสิงคโปร์ สอน 'จีน-มะกัน' มัวแต่ด่ากัน ไม่ช่วยแก้วิกฤต 'โควิด-19'

เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นาย ลี เซียนหลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เปิดฉากสั่งสอนชาติมหาอำนาจทั้งจีนและสหรัฐอเมริกาแบบไม่ไว้หน้า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์รายการ “ฟารีด ซาคาเรีย จีพีเอส” ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น เมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา ย้ำว่า การใช้วิวาทะตำหนิซึ่งกันและกันเกี่ยวกับการระบาดของโรคโควิด-19 เหมือนเช่นที่ผ่านมานั้น ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้ลุล่วงได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่ทั้งโลกต้องการการทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขสถานการณ์การระบาด

ผู้นำสิงคโปร์ กล่าวว่า สถานการณ์ในยามนี้ แม้โลกจะอยู่ในสภาพดีที่สุดก็ยังรับมือได้ลำบาก แต่ถ้าหากสหรัฐอเมริกากับจีนเอาแต่ด่าทอและตำหนิซึ่งกันและกันว่าอีกฝ่ายเป็นคนสร้างไวรัสขึ้นมาแล้วปล่อยให้แพร่ระบาด ตนก็ไม่คิดว่า วิธีดังกล่าวจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

นายลีให้ความเห็นดังกล่าวเพื่อตอบคำถามของนายซาคาเรีย พิธีกรของรายการที่ถามว่า การที่สหรัฐตำหนิการจัดการกับวิกฤตของจีนนั้นยุติธรรมหรือไม่

“ผมแน่ใจว่า คงมีหลายอย่างเกี่ยวกับการตอบสนองของทางจีนต่อการระบาดครั้งนี้ ซึ่งเมื่อพวกเขามองย้อนกลับไปแล้วเชื่อว่าพวกเขาควรทำให้ดีกว่าที่ทำมา

“แต่ผมไม่คิดว่า โดยรวมแล้วใครๆ สามารถพูดได้ว่าสถานการณ์ในเวลานี้จะไม่เกิดขึ้นหากจีนทำในสิ่งที่ถูกต้องในตอนนั้น เพราะถ้าพิจารณาดูวิธีการระบาดที่ขยายตัวมากขึ้นลุกลามออกไปในหลายๆประเทศแล้ว ถึงไม่มีเรื่องของทางการจีน ประเทศเหล่านั้นก็หาวิธีการควบคุมการระบาดไม่ได้ง่ายๆ เลย”

เมื่อพิธีกรถามว่า โลกจะรวมตัวกันเป็นปึกแผ่น ไร้วาระซ่อนเร้นโดยไม่มีสหรัฐอเมริกาได้หรือไม่ นายลีกล่าวตอบว่า หลายสิบปีที่ผ่านมาโลกเคยได้ประโยชน์มหาศาลจากภาวะผู้นำในสหรัฐอเมริกาในสถานการณ์คล้ายคลึงกับที่เป็นอยู่นี้ แต่ในกรณีที่ผู้นำอเมริกันอยู่ในสภาวะที่แตกต่างกันออกไป โลกก็คงผ่านไปได้อยู่ดี แต่ก็คงสูญเสีย

เมื่อถูกถามว่าอยากเห็นภาวะผู้นำอเมริกันอย่างไรในสถานการณ์ระบาดนี้ นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ระบุว่า สหรัฐอเมริกามีทรัพยากร มีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ มีอิทธิพล มีพลังทางบวก และเคยมีประวัติในการรับมือกับปัญหาสารพัดได้สำเร็จอย่างน่าเชื่อถือมาแล้ว เพื่อให้เกิดสภาพที่ดีกว่าแก่นานาประเทศ ไม่เพียงแต่สหรัฐอเมริกา

“ที่น่าเสียดายคือ ตอนนี้ทรัพยากรเหล่านั้นไม่ได้ถูกนำออกมาใช้ในการเผชิญหน้ากับความท้าทายมหันต์ของมนุษยชาติเลย”

ผู้นำสิงคโปร์ให้ความเห็นต่อไปว่า หากไม่มีการดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดใหญ่ครั้งนี้แล้ว โควิด-19 ก็จะคงอยู่บนโลกนี้อีกนานหลายปี

“ผมมองไม่เห็นทางว่าปัญหานี้จะหายไปในสองสามเดือนได้อย่างไร มีการใช้ไปเวลาหลายเดือนเพื่อควบคุมมันในจีน แต่มันกลับเริ่มพุ่งขึ้นสูงในยุโรปในเวลานี้ และคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าจะคุมได้ แล้วก็พุ่งสูงขึ้นในอเมริกา ซึ่งก็คงไม่หายไปในเร็วๆ นี้แน่ นี่ยังไม่ต้องพูดถึงอีกหลายส่วนที่เป็นพื้นที่มหาศาลของโลก ซึ่งเรายังไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่ผมว่ามันจะเกิดขึ้น ในอินเดีย ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในแอฟริกาและละตินอเมริกา

“ตอนที่มันวนรอบไปครบทั้งโลกจนสิ้นวิถีของมัน ผมคิดว่าคงกินเวลานานหลายปี เว้นแต่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นเพื่อสกัดกั้นกระบวนการนี้” ผู้นำสิงคโปร์กล่าวในที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง