รีเซต

คนร้ายย่องขโมยประตูไม้สักโบราณศาลเจ้า ระวังเจอสิ่งไม่ดีกับชีวิต วอนให้นำมาคืน

คนร้ายย่องขโมยประตูไม้สักโบราณศาลเจ้า ระวังเจอสิ่งไม่ดีกับชีวิต วอนให้นำมาคืน
มติชน
14 พฤศจิกายน 2565 ( 20:13 )
22
คนร้ายย่องขโมยประตูไม้สักโบราณศาลเจ้า ระวังเจอสิ่งไม่ดีกับชีวิต วอนให้นำมาคืน

วันที่ 14 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดเหตุคนร้ายขโมยบานประตูไม้สักโบราณศาลเจ้าเก่าแก่อายุนับร้อยปีสูงกว่า 2 เมตร ของอำเภอท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ภายหลังจากที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตรเปิดทิ้งไว้ยังอยู่ดี พอน้ำลดพากันทำความสะอาดล้างศาลเจ้า บานประตูหายไป 1 บาน เหลือทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า 1 บาน

 

 

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ เกิดเหตุบริเวณศาลเจ้าตั้งอยู่ภายในซอยเทศบาล 1 ตำบลท่าเรือ อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่าประตถทางเข้าศาลเจ้าบานประตูไม้สักหายไป1 บาน ลักษณะของประตูเป็นไม้สักทอง มีขนาดหนา 3 นิ้ว กว้าง 60 เซ็นติเมตร สูง 2 เมตร น้ำหนักกว่า 80 กิโลกรัม หน้าบานประตูแกะสลักเป็นรูปเทพทวาลบาลเฝ้าประตู บานประตูติดตั้งแบบสลักยึดกับพื้้นและวงกลบด้านบน หายไป1 บานเหลือทิ้งไว้ 1บาน

 

 

สอบถาม นายณัฐไวทย์ กุลวงษ์วาณิชย์ อายุ 44 ปี คณะกรรมการศาลเจ้า บอกว่าศาลเจ้าถูกน้ำท่วมจึง ได้เก็บพระพุทธรูป เจ้าพ่อ โต๊ะเครื่องตั้งไปไว้บนที่สูงพ้นน้ำและเปิดประตูศาลเจ้าทั้งสองบานทิ้งไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดดันของน้ำเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาระดับน้ำลดลง ทางสำนักงานเทศบาลตำบลท่าเรือได้นำคนงาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาฉีดน้ำล้างทำความสะอาดรอบบริเวณศาลเจ้า ยังพบว่าบานประตูศาลเจ้าทั้งสองบานยังอยู่โดยเปิดทิ้งไว้ จนกระทั้งเมื่อวาน คณะกรรมการศาลเจ้า จะอัญเชิญ เจ้าพ่อปุงเถ่ากง ปุงเถ่าม่า มาตั้งประดิษฐ์ยังที่เดิมภายในศาลเจ้า ได้เข้ามาเก็บทำความสะอาดภายในศาลเจ้า

 

พบประตูศาลเจ้าบาน ด้านซ้ายหายไป สอบถามทุกคนแล้วยืนยันว่าช่วงศาลเจ้าถูกน้ำท่วม คณะกรรมการโรงเจได้พายเรือเข้ามาตรวจสอบศาลเจ้าพบว่าประตู หลายครั้ง ยังอยู่ทั้งสองบานแต่เปิดทิ้งไว้ และตอนน้ำแห้งเมื่อสองอาทิตย์ก่อนก็พบว่าประตูยังอยู่ น่าจะหายช่วงวันลอยกระทง และเชื่อว่าคนร้ายต้องมีความชำนาญในการถอดและติดตั้งประตูไม้สักแบบโบราณบานขนาดใหญ่น้ำหนักมาลักษณะอย่างนี้ เนื่องจากในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการงัดแงะแต่อย่างไร คนที่จะถอดต้องมีความชำนาญสูง และตนเองเชื่อว่าหากใครขโมยไปก็จะเจอสิ่งไม่ดีในชีวิต

 

เบื้องต้น ได้แจ้งความไว้ที่โรงพักท่าเรือ เพื่อให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบเก็บหลักฐาน ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีและติดตามนำเอาบานประตูกลับคืนมา เนื่องจากศาลเจ้าแห่งนี้ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนในอำเภอท่าเรือเป็นอย่างมาก สำหรับมูลค่าหากตกไปอยู่ในตลาดมืดก็จะได้ราคาสูงเป็นที่นิยมของพวกนักสะสมของโบราณเก่าแก่

 

หากตำรวจยังติดตามบานประตูกลับคืนมาได้หรือยังจับคนร้ายไม่ได้ ก็เกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะหวนกลับมาขโมยบานประตูที่เหลืออีก 1 บานไปอีก เนื่องจากโรงเจแห่งนี้ไม่มีคนเฝ้ามานานแล้วหลังจากคนเฝ้าเดิมเสียชีวิตภายในศาลเจ้าแห่งนี้ไปแล้ว

ที่สำคัญที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏมีทรัพย์สินของโรงเจของศาลเจ้าหายแต่อย่างไร จึงไม่ได้ติดตั้งระบบป้องกัน ตั้งแต่กุญแจล็อค กล้องวงจรปิด เห็นว่าอยู่ใกล้สำนักงานเทศบาลเปิดไฟส่องแสงสว่างตลอดคืน จากนี้ไปคณะกรรมโรงเจจะต้องทบทวนหามาตรการป้องกันเพิ่มขึ้นอีกเพื่อป้องกันทรัพย์สินหาย

ด้าน พ.ต.อ ธีรวุฒิ แสงมณี ผกก.สภ.ท่าเรือ เปิดเผย ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน ตรวจสอบกล้องวงจรใกล้เคียง และตรวจสอบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตรวจสอบตามร้านรับซื้อของเก่าซึ่งเชื่อว่าหากขโมยไปอาจจะนำไปขายตามร้านของเก่าหรืออาจจะเป็นการขโมยตามใบสั่งซื้อซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความน่าสนใจอื่นๆ

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง