รีเซต

BBIK พุ่ง 11.54% แตะ 17.40 บาท +1.80 บาท บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 28 บาท

BBIK พุ่ง 11.54% แตะ 17.40 บาท +1.80 บาท บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 28 บาท
ทันหุ้น
10 กุมภาพันธ์ 2569 ( 10:59 )
6

#ทันหุ้น #2026 #SET #BBIK พุ่ง 11.54% แตะ 17.40 บาท +1.80 บาท บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ “ซื้อ” เป้า 28 บาท 

บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ : บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) คาดกำไรไตรมาส 4/2568F อยู่ที่ 117 ล้านบาท โดดเด่นและเป็นจุดสูงสุดของปี ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ส่งผลให้กำไรทั้งปี 2568F สูงกว่าประมาณการเดิมเล็กน้อย โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 20% YoY จากงานที่เกี่ยวข้องกับ AI, Virtual Bank และ Cloud First Policy รวมทั้งคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งบริษัทคาดว่าจะมีดีล M&A ใหม่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569F ซึ่งหากเป็นไปตามแผน จะช่วยให้รายได้เติบโตได้มากกว่า 20% ทั้งนี้ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงเป็นโอกาสการลงทุนระยะยาว ขณะที่ P/E ปัจจุบันอยู่เพียง 8 เท่า

คาดกำไรไตรมาส 4/2568F ของ BBIK อยู่ที่ 117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72% QoQ และเพิ่มขึ้น 14% YoY โดยกำไรที่เพิ่มขึ้น QoQ ส่วนหนึ่งมาจากฐานที่ต่ำในไตรมาสก่อน ซึ่งมี GPM ต่ำตามสัดส่วนการรับรู้กำไรจาก Sauce Skills ที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่การเติบโต YoY มาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดรายได้รวมอยู่ที่ 457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% QoQ และ 12% YoY ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของปี โดยได้รับแรงหนุนจาก Backlog ณ สิ้นไตรมาส 3 จำนวน 332 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นงานใหม่ที่สามารถรับรู้รายได้ทันทีภายในไตรมาส 

รวมถึงการเร่งส่งมอบงานในช่วงปลายปี สัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจ DX, ERP และ CRM จากกลุ่มลูกค้าเทคโนโลยีและการสื่อสาร กลุ่มภาครัฐ และเริ่มรับรู้รายได้จาก Virtual Bank ขณะที่รายได้จาก Corporate Training ภายใต้ Sauce Skills คาดว่าจะทรงตัว QoQ โดยจากสัดส่วนรายได้ Sauce Skills ที่ลดลง ส่งผลให้คาดว่า GPM จะเพิ่มขึ้น QoQ มาอยู่ที่ 52% นอกจากนี้คาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากออร์บิทจะเพิ่มขึ้น QoQ ตามความคืบหน้าการส่งมอบงานปลายปี แต่ลดลง YoY จากฐานที่สูงในปีก่อน ส่งผลให้คาดกำไรทั้งปี 2568F อยู่ที่ 331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY และทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ที่ดีกว่าคาด

Backlog ณ สิ้นไตรมาส 4 คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน โดยไตรมาส 3/2568 อยู่ที่ 827 ล้านบาท ไม่รวมบริษัทร่วม ขณะที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 20% YoY จากโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI, Virtual Bank และ Cloud First Policy โดยคาดว่ารายได้จาก Virtual Bank จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามแผนการ Implement ของลูกค้า สัดส่วนลูกค้าภาครัฐจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 10% เป็น 15% รวมถึงงานโครงการ DX, ERP และ CRM ใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป้าหมายรายได้ดังกล่าวยังไม่รวมดีล M&A ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงครึ่งแรกของปี 2569F และหากเป็นไปตามแผนจะช่วยผลักดันรายได้เติบโตมากกว่า 20% YoY โดยคาดว่าอัตรากำไรในปีนี้จะปรับตัวดีขึ้นตามการใช้ทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงได้รับประโยชน์จากอัตราภาษีที่อยู่ในระดับต่ำจากสิทธิประโยชน์ BOI อย่างต่อเนื่อง

ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยมองว่าการปรับตัวลดลงของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาเป็นการลดลงมากเกินไปและไม่สอดคล้องกับแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่งและเติบโตทำสถิติสูงสุดใหม่ทุกปี โดยบริษัทมีรอบการเติบโตใหม่จาก Virtual Bank และ AI ที่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกำไร รวมถึงมี Upside จากดีล M&A ใหม่ ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญประกอบด้วย ความล่าช้าของโครงการ Virtual Bank จากลูกค้า ความล่าช้าในการลงทุนของภาครัฐและเอกชน การขาดแคลนบุคลากรซึ่งอาจทำให้อัตราการใช้ทรัพยากรต่ำกว่าคาด ความเสี่ยงจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์ผ่าน M&A ที่อาจให้ผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามแผน และความเสี่ยงที่กำไรอาจไม่โดดเด่นในไตรมาส 3/2568F

ข่าวที่เกี่ยวข้อง