รีเซต

บ้านคนละหลัง PLUS กู้ 3 ล้าน ผ่อนเดือนละเท่าไร? เช็กเงื่อนไข ธอส.

บ้านคนละหลัง PLUS กู้ 3 ล้าน ผ่อนเดือนละเท่าไร? เช็กเงื่อนไข ธอส.
TNN ช่อง16
15 ตุลาคม 2569 ( 17:36 )
11


รัฐบาลเดินหน้าโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ผ่านธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท เปิดโอกาสให้ประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเข้าถึงสินเชื่อเพื่อซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 2.60% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี

สำหรับผู้ที่สนใจกู้ซื้อบ้านวงเงินเต็ม 3 ล้านบาท ธอส. กำหนดอัตราผ่อนชำระเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาทต่อเดือน เท่ากับมีภาระผ่อนเริ่มต้นประมาณ 10,800 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ ค่างวดจริงขึ้นอยู่กับวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ระยะเวลากู้ และเงื่อนไขของธนาคาร 

ครม. อนุมัติบ้านคนละหลัง PLUS วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง เพื่อสนับสนุนประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง พร้อมส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวมุ่งสนับสนุนผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง โดยให้ ธอส. จัดสรรสินเชื่อรวม 50,000 ล้านบาท แบ่งตามหลักเกณฑ์การพิจารณารายได้และค่าครองชีพของผู้กู้

กระทรวงการคลังคาดว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 125,000 ล้านบาท ผ่านการซื้อขายที่อยู่อาศัย การก่อสร้าง การผลิตวัสดุก่อสร้าง การจ้างงาน และธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง 

กู้บ้าน 3 ล้านบาท ต้องผ่อนเดือนละเท่าไร?

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ว่า โครงการบ้านคนละหลัง PLUS กำหนดระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 40 ปี โดยมีอัตราผ่อนชำระเริ่มต้นล้านละ 3,600 บาทต่อเดือน

เมื่อคำนวณตามเกณฑ์ดังกล่าว จะได้ตัวอย่างภาระผ่อนชำระเริ่มต้นดังนี้

วงเงินกู้

ผ่อนเริ่มต้นต่อเดือน

1,000,000 บาท

3,600 บาท

1,500,000 บาท

5,400 บาท

2,000,000 บาท

7,200 บาท

2,500,000 บาท

9,000 บาท

3,000,000 บาท

10,800 บาท

ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคำนวณจากเกณฑ์ผ่อนชำระเริ่มต้นของ ธอส. ไม่ใช่ค่างวดคงที่ตลอดอายุสัญญา เพราะเมื่อสิ้นสุดช่วงดอกเบี้ยพิเศษ อัตราดอกเบี้ยจะปรับตามเงื่อนไขของโครงการ ผู้กู้ควรพิจารณาภาระผ่อนระยะยาวควบคู่กับรายได้และหนี้สินที่มีอยู่ 




เปิดอัตราดอกเบี้ยบ้านคนละหลัง PLUS ปีแรกถึงปีสุดท้าย

ธอส. แบ่งอัตราดอกเบี้ยออกเป็น 2 กลุ่ม ตามหลักเกณฑ์พิจารณารายได้ของผู้กู้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

กลุ่มที่ 1 ผู้กู้ตามเกณฑ์รายได้ปกติ

ได้รับการจัดสรรวงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท กำหนดอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1–2 อยู่ที่ 2.60% ต่อปี ปีที่ 3 อยู่ที่ 3.40% ต่อปี และปีที่ 4–5 อยู่ที่ 4.00% ต่อปี

สำหรับปีที่ 6–7 คิดอัตราดอกเบี้ย MRR ลบ 2.00% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 8 เป็นต้นไป ลูกค้ารายย่อยคิดอัตรา MRR ลบ 0.75% ต่อปี ส่วนลูกค้าสวัสดิการคิดอัตรา MRR ลบ 1.00% ต่อปี

กลุ่มที่ 2 ผู้กู้ตามเกณฑ์ผ่อนปรนรายได้และค่าครองชีพ

ได้รับการจัดสรรวงเงินสินเชื่อรวม 40,000 ล้านบาท โดยกำหนดดอกเบี้ยปีที่ 1–2 อยู่ที่ 2.80% ต่อปี ปีที่ 3 อยู่ที่ 3.50% ต่อปี และปีที่ 4–5 อยู่ที่ 4.00% ต่อปี

ส่วนปีที่ 6–7 คิดอัตรา MRR ลบ 2.00% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 8 เป็นต้นไป ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับกลุ่มรายได้ปกติ

ทั้งนี้ ธอส. ระบุอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี หรือ MRR ณ วันที่ 15 ตุลาคม 2569 อยู่ที่ 6.145% ต่อปี ซึ่งอัตราดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศธนาคาร

หากใช้อัตรา MRR ปัจจุบันเป็นฐานคำนวณ ดอกเบี้ยปีที่ 6–7 จะอยู่ที่ 4.145% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 8 สำหรับลูกค้ารายย่อยจะอยู่ที่ 5.395% ต่อปี ขณะที่ลูกค้าสวัสดิการจะอยู่ที่ 5.145% ต่อปี โดยเป็นเพียงการคำนวณตามอัตรา MRR ณ วันที่ประกาศ ไม่ใช่การรับประกันอัตราดอกเบี้ยในอนาคต 

ใครสามารถขอสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ได้บ้าง?

โครงการนี้เปิดให้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่ต้องการซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัย สามารถยื่นขอสินเชื่อกับ ธอส. ภายใต้วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาทต่อรายต่อหลักประกัน

วัตถุประสงค์การขอสินเชื่อครอบคลุมการซื้อที่ดินพร้อมอาคาร การซื้อห้องชุด การปลูกสร้างบ้าน การซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินของรัฐ รวมถึงการซื้ออาคารหรือห้องชุดบนที่ดินของรัฐ

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมการซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องกับการอยู่อาศัยตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร

อย่างไรก็ตาม การได้รับวงเงินเต็ม 3 ล้านบาทไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ธอส. จะพิจารณารายได้ ความสามารถในการผ่อนชำระ ภาระหนี้เดิม และคุณสมบัติของหลักประกันตามเกณฑ์ที่กำหนด 

ผ่อนบ้าน 40 ปี ทุกคนมีสิทธิ์หรือไม่?

แม้โครงการบ้านคนละหลัง PLUS จะกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 40 ปี แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้กู้ทุกคนจะได้รับอนุมัติให้ผ่อนนานเท่ากัน

ธอส. จะพิจารณาระยะเวลากู้ตามคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ รวมถึงอายุ รายได้ ภาระหนี้ และความสามารถในการชำระหนี้ตลอดสัญญา

ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีอายุมากหรือมีระยะเวลาทำงานเหลือไม่มาก อาจได้รับระยะเวลากู้สั้นกว่า 40 ปี ส่งผลให้ค่างวดรายเดือนสูงขึ้น แม้จะกู้ในวงเงินเท่ากัน

สำหรับเงื่อนไขอายุผู้กู้รวมกับระยะเวลากู้ของโครงการบ้านคนละหลัง PLUS ต้องตรวจสอบกับ ธอส. โดยตรง เนื่องจากประกาศรายละเอียดโครงการวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ยังไม่ได้ระบุเพดานอายุไว้อย่างชัดเจน

รายได้เท่าไรถึงมีโอกาสกู้บ้าน 3 ล้านบาท?

การพิจารณาสินเชื่อไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องนำภาระหนี้ที่มีอยู่มาคำนวณร่วมด้วย โดยเฉพาะหนี้รถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคล และภาระผ่อนชำระอื่น

หากประเมินเบื้องต้นโดยสมมติให้ภาระผ่อนบ้านอยู่ที่ประมาณ 30–40% ของรายได้ต่อเดือน และใช้ค่างวดเริ่มต้น 10,800 บาท ผู้กู้จะต้องมีรายได้ประมาณ 27,000–36,000 บาทต่อเดือนในกรณีที่ไม่มีภาระหนี้อื่น

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่างการวางแผนทางการเงิน ไม่ใช่เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำที่ ธอส. ประกาศสำหรับโครงการนี้ และผู้กู้ยังต้องมีความสามารถรองรับค่างวดที่อาจปรับเพิ่มขึ้นหลังหมดช่วงดอกเบี้ยพิเศษ

เปิดยื่นกู้บ้านคนละหลัง PLUS ถึงวันไหน?

ธอส. เปิดรับคำขอสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าวงเงินโครงการรวม 50,000 ล้านบาทจะถูกใช้ครบตามกรอบที่กำหนด

ประชาชนสามารถติดต่อยื่นคำขอสินเชื่อได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่าน G H BANK Call Center หมายเลข 0-2645-9000 หรือเว็บไซต์ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ผู้ที่เตรียมยื่นขอสินเชื่อควรตรวจสอบเอกสารแสดงรายได้ หลักฐานการทำงาน ภาระหนี้สิน และเอกสารเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการซื้อ เพื่อให้ธนาคารพิจารณาคุณสมบัติและประเมินวงเงินกู้ได้อย่างครบถ้วน 

บ้านคนละหลัง PLUS ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร?

นอกเหนือจากการเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย กระทรวงการคลังประเมินว่าโครงการวงเงิน 50,000 ล้านบาท จะช่วยสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้ประมาณ 125,000 ล้านบาท

ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นครอบคลุมทั้งธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ตลอดจนการจ้างงานและการบริโภคสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลความเสี่ยงสินเชื่อ โดย ธอส. ต้องประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ตลอดอายุสัญญา โดยเฉพาะช่วงหลังสิ้นสุดอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อให้ประชาชนสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยภายใต้ภาระทางการเงินที่เหมาะสม 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง