ลุยปรับสีผังเมืองหัวลำโพง120 ไร่ มูลค่า1.4หมื่นล. เปิดเอกชนร่วมทุน ผุดwater front Promenade ครองผดุงฯ

ลุยปรับสีผังเมืองหัวลำโพง120 ไร่ มูลค่า1.4หมื่นล. เปิดเอกชนร่วมทุน ผุดwater front Promenade ครองผดุงฯ
ข่าวสด
25 ตุลาคม 2564 ( 09:19 )
13
ลุยปรับสีผังเมืองหัวลำโพง120 ไร่ มูลค่า1.4หมื่นล. เปิดเอกชนร่วมทุน ผุดwater front Promenade ครองผดุงฯ

รถไฟ ลุยปรับสีผังเมือง หัวลำโพง 120 ไร่ มูลค่า1.4หมื่นล้าน เปิดประมูลเอกชนร่วมทุน แบ่ง 5โซน เตรียมผุดมิกซ์ยูส สร้างwater front Promenade เลียบครองผดุงกรุงเกษม

 

รายงานข่าวจากรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในเดือนพ.ย. บริษัท เอสอาร์ที เเอสเสท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกบริหารสินทรัพย์ของ รฟท. จะนำเสนอ คอนเซป การพัฒนาพื้นที่สถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง) และแนวทางการพัฒนาตลอดเส้นทางบางซื่อ-หัวลำโพง ของ รฟท. โดยในส่วนของสถานีหัวลำโพงนั้นตามกฎหมายผังเมืองในปัจจุบันเป็นพื้นที่สีน้ำเงิน คือที่ดินประเภทหน่วยงานราชการ สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ไม่สามารถนำมา พัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ รฟท. จึงจะเร่งทำการปรับผังเมืองให้เป็นพื้นที่สีแดง ที่ดินประเภทพาณิชยกรรม เพื่อให้สามารถพัฒนาเชิงพาณิชย์และ เพื่อจูงใจให้เอกชนเข้าร่วมลงทุน และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในการพัฒนาโครงการ

 

สำหรับพื้นที่ที่จะนำมาพัฒนาประกอบด้วยพื้นที่ทั้งหมด 120 ไร่ มูลค่าที่ดินราว 14,400 ล้านบาท 1.พื้นที่ถนนทางเข้า ออกและลานจอดรถบริเวณถนนพระราม4 จำนวน 16 ไร่ มูลค่า1,920 ล้านบาท 2.อาคารสถานีกรุงเทพหัวลำโพง 13 ไร่ มูลค่า 1,560 ล้านบาท 3.ชานชลา ทางรถไฟ และย่านสับเปลี่ยน 49 ไร่ มูลค่า 5,880 ล้านบาท 4.โรงซ่อมรถดีเซลราง และรถโดยสาร 22 ไร่ มูลค่า 2,640 ล้านบาท 5.อาคารสำนักงานรฟท ตึกคลังพัสดุ 20 ไร่ มูลค่า 2,400 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่า 14,400 ล้านบาท

 

รายงานข่าวแจ้งว่าเบื้องต้นที่ปรึกษาได้จัดทำแอคชั่นแพลนในการพัฒนาที่ดินย่านหัวลำโพง โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 โซน คือ โซน A จำนวน 16 ไร่บริเวณอาคารสถานีหัวลำโพงและพื้นที่สาธารณะจัดทำเป็น พื้นที่สาธารณะประโยชน์และพัฒนาทัศนียภาพโดยรอบ โซน B จำนวน 13 ไร่ ปรับปรุงอาคารให้เป็นไปตามแนวทางอนุรักษ์ โซน C จำนวน 22ไร่ ปัจจุบันเป็นพื้นที่โรงซ่อมรถรางและรถโดยสาร จะพื้นที่เชิงพาณิชย์ในรูปแบบปิด และเปิด เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร พื้นที่กิจกรรม และจะทำการปรับปรุงพื้นที่บริเวณนี้ใหเป็น water front Promenade เลียบครองผดุงกรุงเกษม ผสมผสานความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นความเป็นพื้นที่สีเขียวโดยรอบโครงการ โดยดูต้นแบบจากเวนิส อิตาลี

 

โซน D จำนวน 49ไร่ ปัจจุบัน คือพื้นที่ชานชลา ทางรถไฟ และย่านสับเปลี่ยน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อทั้งระบบการสัญจรและพื้นที่ฝั่งเมือง มีแผนพัฒนาได้ในหลายรูปแบบ โดยจะพัฒนาเชิงพาณิชย์ ในรูปแบบมิกซ์ยูส lifestyle mixed-use อาทิโรงแรม อาคารสำนักงาน รวมทั้งที่อยู่อาศัยแบบคอนโดมิเนียม ห้างสรรพสินค้า และพื้นที่จัดแสดงงาน อื่นๆ โดยยึดต้นแบบ โตเกียว มิดทาวน์

 

และ โซน E จำนวน 20ไร่ บริเวณอาคารสำนักงานรฟท ตึกคลังพัสดุเดิม จะพัฒนา เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ในรูปแบบ Urban mixed-use อาทิ โรงแรม อาคารสำนักงาน ศูนย์กิจกรรม รวมถึงพื้นที่ให้ร่มรื่นผสมผสานความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเชื่อมต่อรูปแบบสิ่งปลูกสร้างเชิงอนุรักษ์โครงสร้างอาคารเดิม กำหนดจุด node สำหรับกิจกรรมพิเศษหรือสวนสาธารณะ ซึ่งจะมีระยะห่างกันไม่เกิน 500 เมตรตลอดแนวคลองและยังได้ศึกษาชุมชนต่างๆริมน้ำ โดยยึดต้นแบบโครงการ Suzhou Creek เมืองเซี่งไฮ้ ประเทศจีน รวมทั้งจะมีการพัฒนาจักรยานริมทางรถไฟ เสนอ ม.ค.65

 

“ที่ปรึกษาเสนอให้มีการพัฒนานำร่องก่อนในระยะสั้นช่วง 3-5ปี (64-68) เฉพาะโซน ABและC ก่อน แต่ กระทรวงคมนาคมมีข้อท้วงติง โดยขอให้เอสอาร์ทีกลับจัดทำแผนการพัฒนาทั้ง5โซนพร้อมกันด้วย เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า เพราะกระทรวงมองว่าหากเปิดประมูลที่ดินผืนใหญ่ผืนเดียวจะจูงใจเอกชนให้เข้ามาร่วมทุนมากกว่า การซอยแปลงย่อยประมูล โดยภายใน 2เดือน หรือ พ.ย. จะเสนอคอนเซปและ ในเดือนธ.ค.จะเสนอแบบการพัฒนาเสมือนจริง ให้กระทรวงพิจารณาภายในเดือน ธ.ค. 64 นอกจากนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ขอให้เอสอาร์ที ปรับแผนพัฒนาที่ดินโซน D ให้เป็นพื้นที่ในแนวสูงเหมือนกับมาบุญครอง เป็นคอมมูนตี้มอล ตลาด เพื่อให้มีการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และสร้างรายได้สูงสุดให้กับ รฟท. “

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง