ทำไมคนเท็กซัสที่รัก “รีพับลิกัน” แบบหมดใจนานกว่า 30 ปี เปลี่ยนใจให้ “เดโมแครต”?

“รัฐเท็กซัส” หนึ่งในรัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ทั้งในด้านของพื้นที่และจำนวนประชากร ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาไม่ว่าสหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีหรือเลือกตั้งกลางเทอมผ่านมาแล้วก็ครั้ง ผลการเลือกตั้งของรัฐแห่งนี้ก็มักลงเอยด้วยการเป็น “Red State” หรือ รัฐสีแดง ซึ่งหมายถึงสนับสนุนผู้แทนของพรรครีพับลิกันมาตลอด และนั่นทำให้ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตแทบไม่กล้าหวังว่าพวกเขาจะสามารถทลายกำแพงสีแดงของรัฐเท็กซัสได้
ปี 2026 เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ อะไรบางอย่างทำให้ความเชื่อมั่นของคนในรัฐนี้เปลี่ยนไป “แบบหน้ามือเป็นหลังมือ” ตอนนี้รัฐเท็กซัส ได้กลายเป็น “Blue State” ที่ประชาชนในรัฐออกมาลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตจนมีคะแนนนำเหนือผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันทั้งในศึกวุฒิสมาชิก และ ผู้ว่าการรัฐ พลิกจากแดงสู่น้ำเงิน สำเร็จไปเรียบร้อยในรอบ 32 ปี
วันนี้จะพาไปไขข้อสงสัยว่า ทำไมชาวอเมริกันในรัฐเท็กซัสถึงรัก “พรรครีพับลิกัน” ? แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้รัฐเท็กซัสมาถึงวันที่ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตครองใจคนในรัฐได้
หาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน
การหาเสียงแบบเคาะประตูถึงหน้าบ้านดูเหมือนจะไม่ได้มีอยู่แค่ในประเทศไทย แต่ในสหรัฐฯ เองรูปแบบการหาเสียงเช่นนี้ก็ซื้อใจชาวอเมริกันได้ไม่ยาก และนี่คือสิ่งที่เกิดในรัฐเท็กซัส
บุคคลสำคัญที่เป็นกำลังหลักในการหาเสียงหรือเรียกได้ว่าเป็นทหารแนวหน้าของรีพับลิกันอย่าง “ซู รีฟส์” ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเขตเลือกตั้งของพรรครีพับลิกันในเมืองคอลลิน ในรัฐเท็กซัส เธอกล่าวว่า ในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมาหลายๆ ครั้ง เธอเดิน “เคาะประตูบ้านหาเสียง” เยอะมาก ๆ ทั้งช่วงสุดสัปดาห์และวันธรรมดา ซึ่งสำหรับเธอนี่เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก และที่สำคัญที่สุดผู้คนตอบรับในเชิงบวกและเป็นไปด้วยดี จนท้ายที่สุดก็สะท้อนออกมาผ่านผลการเลือกตั้ง
การที่ผู้สมัครหรือผู้แทนของพรรครีพับลิกันลงพื้นที่เคาะประตูบ้านเพื่อพูดคุยกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นที่ได้รับการกล่าวถึงอย่างมาก ด้วยการใช้กลยุทธ์เคาะประตูบ้านแล้วถอยออกมาสองสามก้าว ก่อนจะพูดคุยกับเจ้าของบ้านได้อย่างสบายใจ เมื่อเปรียบเทียบกับผู้สมัครของพรรคเดโมแครตจำนวนมากเลือกที่จะงดกิจกรรมเคาะประตูบ้านเพื่อหาเสียง โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19
พรรครีพับลิกันที่เน้นหาเสียงแบบเข้าถึงตัวประชาชนในรัฐเท็กซัส พวกเขามีทีมงานที่เป็นเจ้าหน้าที่หาเสียงที่ได้รับค่าจ้างสูงสุด 4 คน ที่จะช่วยผู้สมัครเดินเคาะประตูบ้าน แม้ว่าจะเป็นหลายพันหลังก็ตาม นอกจากนี้ผู้สมัครของรีพับลิกันยังตกลงที่จะสั่งทำแผ่นโฆษณาสำหรับแขวนไว้ที่ลูกบิดประตู กรณีที่ไม่สามารถส่งใบปลิวให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยตรงด้วย และเพราะทำแบบนี้ทุกคนที่เปิดประตูออกมาก็จะเห็นป้ายหาเสียงพวกนั้น รวมไปถึงประชาชนในรัฐทุกคนที่ได้พูดคุยกับผู้สมัครของรีพับลิกันกันแบบถึงหน้าประตูบ้านก็ไม่ยากนักที่จะซื้อใจชาวเท็กซัสได้
การสื่อสารนโยบายที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมาย เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ การสำรวจความคิดเห็นและการเดินเคาะประตูบ้านในรัฐเท็กซัส เป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้สมัครเรียนรู้ว่าประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องใด โดย เจฟฟ์ ลีช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเมืองพลาโน ของรัฐเท็กซัส สังกัดพรรครีพับลิกัน กล่าวกับอาสาสมัครว่า “รับฟังพวกเขา สื่อสารกับพวกเราในฐานะผู้สมัครด้วยว่า คุณได้ยินอะไรจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งบ้าง พวกเขากำลังคิดหรือกังวลเกี่ยวกับเรื่องอะไร” เป็นอะไรที่ได้ผลมากที่สุด
ความได้เปรียบของผู้ดำรงตำแหน่งอยู่แล้ว
หลายครั้งที่ผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของรีพับลิกันจากรัฐเท็กซัสอยู่ก่อนแล้วก็สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งอีกครั้ง เนื่องจากประชาชนคุ้นเคยกับชื่อของผู้สมัครเหล่านี้ และในหลายกรณีก็รู้จักพวกเขาเป็นการส่วนตัว รวมถึงมีความชื่นชอบในตัวผู้สมัครอยู่ก่อนแล้ว
คิมิ คิง ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเท็กซัส กล่าวว่า หากพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วรัฐเท็กซัส สิ่งที่เห็นคือปรากฏการณ์ความได้เปรียบของผู้ดำรงตำแหน่งอยู่แล้วที่เรียกว่า Incumbency Effect อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ประชาชนจดจำชื่อของพวกเขาได้นอกจากนี้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐเท็กซัสยังคงมีแนวโน้มสนับสนุนพรรครีพับลิกันมากกว่าเดโมแครต
เดเร็ก ไรอัน ที่ปรึกษาด้านการหาเสียงของพรรครีพับลิกัน ซึ่งทำงานให้กับผู้สมัครหลายคนในการเลือกตั้งได้วิเคราะห์ข้อมูลผู้ที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า และพบว่าพรรครีพับลิกันมีความได้เปรียบอย่างมาก โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากกว่าที่เคยมีประวัติออกไปลงคะแนนในการเลือกตั้งของพรรครีพับลิกัน
การเมืองทั้งหมด "ล้วนเป็นเรื่องของท้องถิ่น"
เหตุผลหลายประการที่ทำให้พรรครีพับลิกันคว้าชัยชนะหลาย สะท้อนให้เห็นถึงคำกล่าวเก่าแก่ที่ว่า “การเมืองทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องของท้องถิ่น” (All Politics Is Local) เนื่องจากการเมืองในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะที่รัฐเท็กซัสมีการแข่งขันกันสูง พรรคการเมืองจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายและจัดตั้งฐานสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงช่วงใกล้การเลือกตั้งเท่านั้น
ร็อดนีย์ แอนเดอร์สัน ประธานพรรครีพับลิกันประจำเทศเมืองดัลลัส กล่าวว่าทราบดีว่าจะยังคงมีผู้คนอีกมากย้ายเข้ามาอาศัยในรัฐเท็กซัสและเมื่อพวกเขาย้ายเข้ามา พรรครีพับลิกันก็พร้อมจะเข้าไปแนะนำตัวให้คนเหล่านั้นรู้จัก
แล้วทำไมเลือกตั้งกลางเทอม 2026 เท็กซัสเปลี่ยนไป ?
ชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครตยังมีแนวโน้มทำให้รัฐขนาดใหญ่อย่างเท็กซัสกลายเป็นรัฐที่มีการแข่งขันสูงในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2028 เนื่องจากรัฐนี้ มีคะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral Votes) มากถึง 40 เสียง
พรรคเดโมแครตพยายามเจาะฐานเสียงในรัฐเท็กซัสมานานหลายปี โดยหวังว่าจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื้อสาย “ลาติน” ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยผลักดันให้พรรคคว้าชัยชนะได้
ในยุคของทรัมป์ พรรครีพับลิกันกลับสามารถสร้างความนิยมในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื้อสายลาตินในรัฐเท็กซัสได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่หุบเขาริโอแกรนด์ (Rio Grande Valley) ซึ่งมีประชากรเชื้อสายลาตินเป็นส่วนใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณใต้สุดของรัฐตามแนวชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก
ในการเลือกตั้งปี 2024 ทรัมป์ได้รับคะแนนเสียงจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื้อสายลาตินในรัฐเท็กซัสถึง 55% เพิ่มขึ้น 13 จุดเปอร์เซ็นต์จากปี 2020 ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับผู้สมัครประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกัน และเพิ่มขึ้นถึง 27 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2016 ตามข้อมูลจากโครงการ Texas Politics Project
ผลสำรวจความคิดเห็นก่อนการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน แสดงให้เห็นว่ากระแสความนิยมของพรรครีพับลิกันในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื้อสายลาตินกำลังเปลี่ยนทิศทาง ผลสำรวจที่เผยแพร่ในเดือนตุลาคมโดย Equis Research ซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งศึกษาพฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื้อสายลาติน พบว่า ทาลาริโกมีคะแนนนิยมนำแพ็กซ์ตันอยู่ที่ 58% ต่อ 33% ขณะที่ฮิโนโฮซามีคะแนนนิยมนำแอบบอตต์ 59% ต่อ 35% ในผลสำรวจชุดเดียวกัน
บทลงโทษทรัมป์ ?
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในรัฐเท็กซัส โดยเฉพาะกลุ่มลาติน หันหลังให้กับพรรครีพับลิกัน คือค่าครองชีพที่สูงขึ้นและมาตรการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวด
ผลสำรวจของ Equis Research ในเดือนตุลาคมพบว่า ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นและมาตรการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมือง เป็น 2 ประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื้อสายลาตินให้ความสำคัญมากที่สุด
สเตฟานี วาเลนเซีย ผู้ร่วมก่อตั้ง Equis Researchd กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่ผลสำรวจความคิดเห็นทั้งในรัฐเท็กซัสและระดับประเทศพบว่า มาตรการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองและการเนรเทศผู้อพยพ กลายเป็นประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื้อสายฮิสแปนิกให้ความสำคัญเป็นอันดับ 2 รองจากราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและราคาน้ำมัน
มิรันดากล่าวว่า ในพื้นที่ชายแดนของรัฐเท็กซัส ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเชื้อสายฮิสแปนิกต่างรู้สึกถึงผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลกลางที่บังคับใช้มาตรการควบคุมผู้อพยพอย่างเข้มงวด รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น และความยากลำบากในการหาทางแก้ไขปัญหาเหล่านี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
