"เฮกเซธ" อาจโดนถอด ? รีพับลิกันหา "ผู้รับผิดชอบ" แพ้เลือกตั้งเพราะสงครามอิหร่าน

แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจเป็นผู้ตัดสินใจเปิดฉากสงคราม จนทำให้คะแนนสนับสนุนของพรรครีพับลิกันจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งดิ่งลงและนำไปสู่ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในการเลือกตั้งกลางเทอม แต่ความสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์นี้กำลังเร่งกระแสเรียกร้องจากพรรครีพับลิกันให้มีใครบางคนต้องรับผิดชอบแทนและคนที่ตกเป็นเป้าหมายก็คือ “พีท เฮกเซธ” รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรอาจลงมติถอดถอนเฮกเซธได้เร็วที่สุดในสัปดาห์หน้า
สมาชิกสภาคองเกรสและพันธมิตรทางการเมืองของพรรครีพับลิกันจำนวนมากต่างตื่นตระหนกกับความพ่ายแพ้อย่างหนักในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน โดย CNN รายงานว่าขณะนี้รีพับลิกันกำลังเร่งโยนความผิดให้เฮกเซธ โดยมีการหารือกันเบื้องหลังว่า เขามีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้ทรัมป์ตัดสินใจโจมตีอิหร่าน ทั้งที่ไม่มีแผนยุติสงคราม และไม่มีแผนรับมือกับผลกระทบทางการเมืองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
กระแสโจมตีเฮกเซธเกิดขึ้น แม้บรรดานักวางกลยุทธ์ของพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะยอมรับเป็นการส่วนตัวว่า ปัญหาของพรรคมีสาเหตุมากกว่าสงครามอิหร่าน และความพ่ายแพ้ครั้งนี้รุนแรงถึงระดับเดียวกับการเลือกตั้งปี 2008 ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะฟื้นฟูสถานการณ์กลับมาได้ แต่ในเวลานี้บรรดาแกนนำพรรคและสมาชิกจำนวนมากยังคงไม่เต็มใจที่จะกล่าวโทษทรัมป์โดยตรงว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา
แม้แต่สมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรที่รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อวันอังคารและยังสามารถรักษาที่นั่งของตนเองไว้ได้ก็ไม่มีใครคาดหวังว่าพวกเขาจะหันหลังให้ประธานาธิบดีอย่างกะทันหัน ทั้งที่ทรัมป์ยังเหลือเวลาอีก 2 ปีในวาระการดำรงตำแหน่ง แต่ต้องยอมรับว่าความภักดีดังกล่าวไม่ได้ครอบคลุมไปถึงเฮกเซธรัฐมนตรีกลาโหมผู้ที่มักจะมีท่าทีแข็งกร้าวเสมือ ที่น่าสนใจคือ CNN รายงานว่านับตั้งแต่ที่เฮกเซธเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม เขาก็แทบไม่ได้สร้างมิตรในแวดวงการเมืองของสหรัฐฯ เลย
CNN คาดการณ์ว่าสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติแสดงจุดยืนคัดค้านรัฐมนตรีกลาโหมโดยตรงภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยโธมัส แมสซี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐเคนทักกี ซึ่งเป็นนักการเมืองพรรครีพับลิกันที่ขึ้นชื่อเรื่องการต่อต้านทรัมป์กล่าวว่าเขามีแผนจะผลักดันให้มีการลงมติถอดถอนเฮกเซธทันทีที่สภาคองเกรสกลับมาเปิดประชุมในสัปดาห์หน้า ขณะที่แหล่งข่าวหลายรายจากพรรครีพับลิกันระบุว่า พวกเขาคาดว่าญัตติดังกล่าวจะได้รับเสียงสนับสนุนจนผ่านความเห็นชอบและนำไปสู่การถอดถอนเฮกเซธออกจากตำแหน่งได้สำเร็จ
สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายคนเห็นตรงกันว่า เฮกเซธซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนสงครามอย่างเปิดเผย อีกทั้งเขายังได้กล่าวเกินจริงถึงศักยภาพของกองทัพสหรัฐฯ ในการเอาชนะสงครามครั้งนี้ว่าสามารถทำได้รวดเร็วและง่ายดายแม้ในความเป็นจริงอาจไม่ได้ง่ายขนาดนั้น สมาชิกรีพับลิกันบางคนมองว่าเฮกเซธ ยังคงสนับสนุนให้ยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่อไป ทั้งที่แทบไม่มีสัญญาณว่าการโจมตีทางอากาศอย่างต่อเนื่องจะทำให้อิหร่านเข้าใกล้การยอมจำนนมากขึ้น
สมาชิกพรรครีพับลิกันเหล่านี้ระบุว่า ในเวลาต่อมาความขัดแย้งกลับกลายเป็นสงครามที่ยืดเยื้อและทำให้ติดหล่ม ส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องเข้าไปพัวพันกับตะวันออกกลางอย่างไม่มีกำหนดว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ซ้ำเติมวิกฤตค่าครองชีพ และจุดชนวนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนลงโทษพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางเทอม
การพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ของรีพับลิกัน ทำให้รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ ออกแถลงการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก โดยระบุว่า “เหตุผลที่รีพับลิกันพ่ายแพ้ก็คือสงคราม” แม้เขาจะไม่ได้ระบุว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อการตัดสินใจทำสงครามครั้งนี้โดยเฉพาะก็ตาม
อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงกลาโหมรายหนึ่งกล่าวว่า กระแสเริ่มเปลี่ยนทิศทางแล้วทั้งในประเด็นสงครามและตัวเฮกเซธ พร้อมชี้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความพยายามที่นำโดยกระทรวงกลาโหมที่เปลี่ยนชื่อเป็นกระทรวงสงครามเป็นหลัก เพราะพวกเขาเป็นฝ่ายเลือกใช้กำลังทางทหารเพื่อแก้ไขปัญหาด้านนโยบายต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้คนรอบข้างจะพยายามเพิ่มแรงกดดันต่อเฮกเซธ แต่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวหลายรายเปิดเผยกับ CNN ว่า ทรัมป์ยังคงมีความเชื่อมั่นต่อรัฐมนตรีกลาโหมของเขา และยังไม่มีท่าทีเปลี่ยนแปลง แม้ประธานาธิบดีจะยังคงสอบถามความคิดเห็นจากพันธมิตรทางการเมืองเกี่ยวกับผลงานของเฮกเซธก็ตาม
ทรัมป์มีความชื่นชอบเฮกเซธเป็นการส่วนตัว และเคยบอกกับผู้ช่วยของเขาว่า เขาเชื่อว่าเฮกเซธควรต่อสู้ตอบโต้ความพยายามในการถอดถอน หรือการเปิดสอบสวนกระบวนการตัดสินใจของเขา เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าวว่าเมื่อเพียงสองวันก่อน ประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ในห้องเดียวกับเฮกเซธและบอกกับเขาว่า “คุณคือคนที่ดีที่สุดของผม คุณคือคนที่ดีที่สุดที่ผมมี”
แหล่งข่าวอีกรายที่คุ้นเคยกับแนวคิดของทรัมป์ให้ข้อมูลกับ CNN ว่า ประธานาธิบดีอาจมีเหตุผลเพิ่มเติมที่ต้องการให้เฮกเซธดำรงตำแหน่งต่อไป หากเขาตัดสินใจเดินหน้าโจมตีอิหร่านอีกระลอก โดยเฉพาะเมื่อพรรคเดโมแครตได้เสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้ความพยายามของรัฐบาลในการเสนอชื่อบุคคลใหม่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีต้องเผชิญอุปสรรคมากขึ้น
เมื่อถูกถามถึงสถานะการดำรงตำแหน่งของเฮกเซธเมื่อวันพุธ (4 พฤศจิกายน) ทรัมป์ได้ออกมาปกป้องปฏิบัติการทางทหาร และปฏิเสธว่าไม่มีแผนปลดรัฐมนตรีกลาโหม โดยกล่าวว่า เขาคิดว่าเฮกเซธกำลัง “ทำหน้าที่ได้ดีมาก” ทรัมป์ยังกล่าวถึงการตัดสินใจเปิดฉากสงครามว่า “หากผมต้องตัดสินใจอีกครั้ง ผมก็จำเป็นต้องทำแบบเดิมอีกครั้ง”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
