ตำรวจเผยคดี 'น้องแนน' ยังไม่มีเหตุปัจจัยใดชี้ชัดว่าเป็นการฆาตกรรม

ตำรวจเผยคดี 'น้องแนน' ยังไม่มีเหตุปัจจัยใดชี้ชัดว่าเป็นการฆาตกรรม
มติชน
25 กรกฎาคม 2563 ( 13:20 )
56
ตำรวจเผยคดี 'น้องแนน' ยังไม่มีเหตุปัจจัยใดชี้ชัดว่าเป็นการฆาตกรรม

จากกรณีที่นางสาวศิริรัตน์ แก้วคำ หรือ น้องแนน อายุ 25 ปี อยู่ บ้านที่ 30/4 บ้านคอนกาม ต.คอนกาม อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปนานกว่า 2 วัน ล่าสุดพบว่ากลายเป็นศพห่างจาการ้านกาแฟชื่อดังที่ทำงานของตนเองประมาณ 1 กม.เศษ ขณะที่เพื่อนรุ่นพี่เผยไม่เชื่อว่า น้องแนนเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เนื่องจากพบว่า มีชาย 3 คนขับรถ จยย.ตามหลังก่อนเสียชีวิต

 

เจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน สภ.เมือง ศรีสะเกษ ไปสืบสวนหาเบาะแสของการเกิดเหตุคดีนี้ โดย น้องแตง (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของ นางสาวศิริรัตน์ แก้วคำ หรือ น้องแนน อายุ 25 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ที่ส่งแชทเข้าไปหาน้องแนน เนื่องจากว่า ไม่เห็นน้องแนนมาทำงานตามปกติ ซึ่งน้องแตงได้ให้ข้อมูลตามที่ได้รับทราบมาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวนได้รับทราบ และเจ้าหน้าที่ ตร.ได้ไปนำเอาภาพในกล้องวงจรปิดภายในร้านค้าสะดวกซื้อภายในปั้มน้ำมัน และเส้นทางรวมทั้งตามสี่แยกที่เป็นเส้นทางการขับขี่รถ จยย.ของ น้องแนน มาไว้เป็นข้อมูลในการสอบสวนด้วย ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

 

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เมืองศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ขณะที่ พ.ต.ท.ธานินทร์ อินทร์กอง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานคดีนี้อยู่นั้น ได้มีนายคำพันธ์ แก้วคำ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/1 หมู่ 5 บ้านโนนแดง ต.คอนกาม อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพี่ชายของน้องแนน พร้อมด้วยญาติพี่น้องจำนวนหนึ่งพากันมาพบกับ พ.ต.ท.ธานินทร์ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีนี้

 

นายคำพันธ์ กล่าวว่า ตนและญาติพี่น้องเห็นว่า น้องแนนเสียชีวิตผิดจากปกติน่าจะไม่ใช่อุบัติเหตุ โดยดูจากรถ จยย.ที่เกิดอุบัติเหตุหากมีการชนกันตะกร้าหน้ารถ จยย.น้องแนนต้องหักแตก ล้อต้องหักงอ ทำไมรถ จยย.จึงมาทับน้องได้ อีกทั้งหมวกกันน็อคทำไมจึงมาตั้งอยู่ได้ ทำไมไม่กระเด็นไปไกล รอยแฉลบของล้อรถ จยย.ลงไปข้างทางเหมือนกับทำเอาเอง และบริเวณพบศพน้องแนนมีการนำเอาเศษใบไม้มาปกคลุมศพไว้ ตนจึงพากันมาติดตามคดีนี้และขอให้เจ้าหน้าที่ ตร.สอบสวนเพื่อให้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ หากเป็นการฆาตรกรรมต้องการให้จับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยด่วน

 

พ.ต.ท.ธานินทร์ อินทร์กอง รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า คดีนี้ พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้มอบหมายให้ตนและคณะพนักงานสอบสวน เร่งดำเนินการสอบสวนคดีเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ผู้เสียชีวิตได้เสียชีวิตเพราะสาเหตุใด ซึ่งตนและคณะได้ทำการสอบสวนพยานบุคคลไปแล้วกว่า 20 ปาก ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดที่ผู้เสียชีวิตและน้องเหมยซึ่งเป็นพี่สาวขับรถผ่านไป โดยไปสอบสวนพยานที่บ้านเพื่อนของน้องแนนที่ไปนั่งดื่มเครื่องดื่มกันอยู่ และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่า ที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งเป็นปั้มน้ำมันและร้านกาแฟชื่อดังที่น้องแนนทำงานอยู่และสอบพยานแล้วพบว่า น้องแนนนั่งวีดีโอคอลล์คุยกับลูกชายโดยมีหูฟังเสียบหูอยู่

 

ส่วนน้องเหมยไปซื้อของใช้ส่วนตัว จากนั้น ได้พากันขับรถออกไปเพื่อเดินทางกลับบ้าน โดยผ่านกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ซึ่งพบว่า น้องแนนขับรถ จยย.ตามหลังน้องเหมยซึ่งเป็นพี่สาวห่างกันประมาณ 20 เมตรเท่านั้น และไม่พบว่า มีบุคคลใดขับรถติดตามน้องแนนกับพี่สาวออกไปแต่อย่างใด ส่วนหมวกกันน็อคที่ไม่มีรอยเสียหายนั้น คาดว่าน้องแนนน่าจะนำเอาหมวกมาไว้ที่ตะกร้าหน้ารถไม่ได้สวมหมวกกันน็อค ส่วนโทรศัพท์มือถือยังอยู่ในกระเป๋าสะพายที่น้องแนนสะพายอยู่ และมีการออนเฟสและเปิดระบบแชทเอาไว้ ทำให้เมื่อมีใครทักแชทเข้าไปจะทำให้มีการอ่านทันที จนกระทั่งแบตเตอรี่หมดจึงปิดระบบไปเอง ส่วนการที่มีการระบุว่า มีชาย 3 คนขับรถติดตามน้องแนนกับน้องเหมยไปนั้น จากการตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นคนละวันเวลากัน ส่วนกรณีที่น้องแนนคุยกับผู้ชายที่มีแฟนอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ปรากฏว่ามีพยานบุคคลคนใดยืนยันในเรื่องนี้

 

พ.ต.ท.ธานินทร์ อินทร์กอง กล่าวต่อไปว่า จากการสอบสวนเรื่องนี้แล้ว ตอนนี้ยังไม่มีเหตุปัจจัยใดชี้ชัดว่าเป็นการฆาตกรรมหรือว่าทำร้ายน้องแนนให้เสียชีวิต แต่ว่าเรายังไม่ทิ้งประเด็นอื่น ๆ ตอนนี้ต้องรอผลการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ การตรวจสภาพรถ จยย.คันที่เกิดเหตุจากพิสูจน์หลักฐาน ส่วนการตรวจสภาพศพของน้องแนนนั้น แพทย์ได้ชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้วจะต้องรอการแจ้งผลจากแพทย์มาให้ทราบเพื่อประกอบสำนวนคดี เพื่อจะได้นำมาวิเคราะห์กับพยานหลักฐานที่พนักงานสอบสวนทำการรวบรวมไว้ จะได้พิจารณาสาเหตุการเสียชีวิตของน้องแนนว่าเกิดจากสาเหตุใด เพื่อจะได้รับฟังเป็นข้อยุติต่อไป

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง