ขั้วโลกปั่นป่วน! จับตาโพลาร์วอร์เทกซ์ ทำยุโรปหนาวเร็วกว่าปกติ

นักอุตุนิยมวิทยาจับตาความผิดปกติของกระแสลมวนขั้วโลกเหนือ หรือ Polar Vortex ที่อาจอ่อนกำลังลงเร็วกว่าปกติในช่วงต้นฤดูหนาว ส่งผลให้มวลอากาศเย็นจากอาร์กติกมีโอกาสแผ่ลงมาปกคลุมพื้นที่ยุโรปในอีกหลายสัปดาห์ข้างหน้า แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเกิดคลื่นความหนาวเย็นรุนแรงหรือไม่
แบบจำลองพยากรณ์อากาศล่าสุดส่งสัญญาณว่า กระแสลมวนขั้วโลกเหนือ หรือ Polar Vortex ซึ่งอยู่ในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ อาจอ่อนกำลังลงอย่างมีนัยสำคัญภายใน 10 วันข้างหน้า ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วกว่าปกติ เนื่องจากช่วงเวลานี้ของปี กระแสลมวนขั้วโลกควรอยู่ในระยะที่กำลังทวีกำลังแรงขึ้น เพื่อเข้าสู่ฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ
Polar Vortex คือบริเวณความกดอากาศต่ำขนาดใหญ่ที่มีอากาศเย็นจัดหมุนเวียนอยู่เหนือภูมิภาคอาร์กติก โดยมีกระแสลมหมุนทวนเข็มนาฬิกาอย่างรุนแรง ทำหน้าที่ช่วยกักเก็บมวลอากาศเย็นจัดให้อยู่ใกล้บริเวณขั้วโลกเหนือ โดยทั่วไปกระแสลมวนนี้จะอ่อนกำลังในช่วงฤดูร้อน และกลับมาแข็งแกร่งขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงต่อเนื่องถึงฤดูหนาว
อย่างไรก็ตาม หากกระแสลมวนขั้วโลกเกิดความปั่นป่วนหรืออ่อนกำลังลง อาจทำให้รูปแบบการไหลเวียนของบรรยากาศเปลี่ยนแปลง และเพิ่มโอกาสที่มวลอากาศเย็นจัดจากขั้วโลกจะเคลื่อนตัวลงมายังพื้นที่ละติจูดกลาง รวมถึงบางส่วนของทวีปยุโรป
นักอุตุนิยมวิทยากำลังจับตาความเป็นไปได้ที่จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Sudden Stratospheric Warming หรือ SSW ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิในชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บางครั้งอาจเพิ่มขึ้นได้ถึง 50 องศาเซลเซียสภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสัมพันธ์กับการอ่อนกำลังลงอย่างรุนแรงของกระแสลมตะวันตกที่หมุนเวียนรอบขั้วโลก และในบางกรณีอาจทำให้ทิศทางลมเปลี่ยนกลับด้าน ส่งผลให้ระบบการหมุนเวียนของ Polar Vortex เสียสมดุล
หากเกิดปรากฏการณ์ SSW ระดับรุนแรงขึ้นจริง ก็อาจส่งผลต่อรูปแบบสภาพอากาศในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากนั้น โดยเพิ่มโอกาสการก่อตัวของบริเวณความกดอากาศสูงที่คงตัวอยู่เป็นเวลานานในพื้นที่ละติจูดกลาง ซึ่งอาจเอื้อต่อการเกิดสภาพอากาศหนาวเย็นในบางพื้นที่ของยุโรป โดยเฉพาะยุโรปตอนเหนือ
ข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปรากฏการณ์ SSW ระดับรุนแรงที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูลในปี ค.ศ. 1958 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 1968 หรือ พ.ศ. 2511 ดังนั้น หากเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนปีนี้ ก็อาจถือเป็นเหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นเร็วกว่าสถิติเดิม
อย่างไรก็ตาม แม้แบบจำลองพยากรณ์อากาศจะให้น้ำหนักค่อนข้างมากกับแนวโน้มที่ Polar Vortex จะอ่อนกำลังลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังมีความไม่แน่นอนว่า กระแสลมจะเปลี่ยนทิศทางอย่างสมบูรณ์จนเข้าเกณฑ์การเกิด SSW ระดับรุนแรงหรือไม่
นักอุตุนิยมวิทยาประเมินว่า ความเป็นไปได้ที่ยุโรปตอนเหนือจะเผชิญสภาพอากาศหนาวเย็นและค่อนข้างสงบอาจเพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นฤดูหนาว แต่โอกาสเกิดคลื่นความหนาวเย็นรุนแรงในช่วง 2–3 สัปดาห์ข้างหน้ายังถือว่าค่อนข้างต่ำ
ขณะเดียวกัน พื้นที่ยุโรปตอนใต้กำลังเผชิญภัยจากสภาพอากาศแปรปรวนอีกด้านหนึ่ง หลังระบบความกดอากาศต่ำที่ทวีกำลังแรงขึ้นบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีแนวโน้มทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของประเทศอิตาลี ส่งผลให้มีการออกประกาศเตือนภัยสภาพอากาศในหลายพื้นที่
โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่สูงทางตอนใต้ของอิตาลี มีการคาดการณ์ว่าปริมาณฝนอาจสูงเกิน 100 มิลลิเมตรภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความแปรปรวนของระบบบรรยากาศที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของยุโรป ทั้งความเสี่ยงจากฝนตกหนักในแถบเมดิเตอร์เรเนียน และความเป็นไปได้ที่กระแสลมวนขั้วโลกจะอ่อนกำลังลงเร็วกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางสภาพอากาศของทวีปในช่วงต้นฤดูหนาวปีนี้
แม้ยุโรปยังไม่เผชิญคลื่นความหนาวเย็นรุนแรงในทันที แต่ความผิดปกติของ Polar Vortex ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่นักอุตุนิยมวิทยาต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนรูปแบบสภาพอากาศของยุโรปในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
