รีเซต

"คาซัคสถาน" ยักษ์ใหญ่เอเชียกลางขยับ จาก Digital Leapfrog สู่ Green Economy

"คาซัคสถาน" ยักษ์ใหญ่เอเชียกลางขยับ จาก Digital Leapfrog สู่ Green Economy
TNN ช่อง16
22 เมษายน 2569 ( 18:41 )
14

สำคัญแค่ไหนจะเห็นได้จากการปรากฏตัวของประธานาธิบดี คาสซิม-โจมาร์ต โตคาเยฟ แห่งคาซัคสถาน พร้อมด้วยประธานาธิบดีจากคีร์กิซสถาน อุซเบกิสถาน ทาจิกิสถาน เติร์กเมนิสถาน อาร์เมเนีย มองโกเลีย และจอร์เจีย รวมถึง นายกรัฐมนตรีมองโกเลีย ร่วมกับผู้นำองค์กรระดับโลกอย่าง UN และองค์กรอุตุนิยมวิทยาโลก เพื่อสร้าง Platform ที่จะเปลี่ยนจากการเจรจา ไปสู่การลงมือทำจริง 

นี่คือคือการส่งสัญญาณว่า 'เอเชียกลาง' จะไม่ยอมเป็นเหยื่อของภาวะโลกร้อนอีกต่อไป แต่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

◾️◾️◾️

🔴 วิกฤตที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้

"ทำไมเอเชียกลางถึงต้องตื่นตัวขนาดนี้? ข้อมูลในงานระบุชัดเจนว่า ภูมิภาคนี้กำลังเผชิญกับการขาดแคลนน้ำอย่างหนัก การละลายของธารน้ำแข็ง และการเสื่อมโทรมของที่ดินที่ส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารโดยตรง" 

"วิกฤตเหล่านี้มีลักษณะ 'ข้ามพรมแดน'  ซึ่งลำพังแค่ระดับชาติไม่สามารถแก้ไขได้อีกต่อไป งาน RES 2026 จึงถูกออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงระบบ 'น้ำ-พลังงาน-ที่ดิน-อาหาร' เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงที่กำลังกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของทุกคนในแถบนี้"

◾️◾️◾️

🔴 เมื่อคาซัคสถาน พี่ใหญ่แห่งเอเชียกลางขยับ 

คำถามสำคัญ คือ ทำไมคาซัคสถานถึงยอมทุ่มสุดตัวเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้?

ในฐานะประเทศที่มีน้ำมันและก๊าซมหาศาล คาซัคสถานรู้ดีว่า 'รายได้จากอดีต' ไม่สามารถการันตี 'อนาคต' 

คาซัคสถานกำลังใช้ความได้เปรียบทางเทคโนโลยี (Digital Leapfrog) มาผสานกับพลังงานสะอาด เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า Green Economy เพื่อเป็นต้นแบบให้เพื่อนบ้านเห็นว่า คาซัคสถานไม่ได้เป็นเพียงเจ้าภาพจัดงาน แต่คาซัคสถานต้องการ 'ต้นแบบ' ที่โลกยอมรับ

นอกจากนี้ คาซัคสถานยังวางเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2060 และขยายพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางวิกฤตในตะวันออกกลาง คาซัคสถานยังใช้โอกาสนี้เสนอตัวเป็น 'Middle Corridor' ที่ปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นผ่าน 'Green Finance Centre' เพื่อดึงดูดเงินลงทุนสีเขียวจากทั่วโลก ให้มาลงหลักปักฐานในพื้นที่ที่มีเสถียรภาพที่สุดในเอเชียกลางแห่งนี้

◾️◾️◾️

🔴 คำเตือนจากผู้นำคาซัคสถาน: 'ไม่มีประเทศไหนชนะวิกฤตนี้ได้ลำพัง'

สุนทรพจน์ของประธานาธิบดี คาสซิม-โจมาร์ต โทคาเยฟ แห่งคาซัคสถาน ในการประชุม RES 2026 นี้ ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อมทั่วไป แต่เป็น "ยุทธศาสตร์ความมั่นคงและเศรษฐกิจใหม่ของภูมิภาคเอเชียกลาง" ที่เราควรจับตามอง

โทคาเยฟมองว่า นี่คือภาวะวิกฤตที่เอเชียกลางต้องร่วมมือกัน เพราะเอเชียกลางกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงกว่าภูมิภาคอื่น โดยอุณหภูมิในภูมิภาคสูงขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก เขาจึงเน้นย้ำว่า "ไม่มีประเทศใดเอาชนะวิกฤตนี้ได้เพียงลำพัง"

หลักการสำคัญที่ผู้นำคาซัคสถานฝากไว้คือการทำงานร่วมกันแบบ 'No naming, No shaming, and No blaming' หรือการไม่ประณามและไม่กล่าวโทษกัน แต่ให้มุ่งเน้นไปที่ความรับผิดชอบร่วมกันในฐานะพันธมิตร 

ผู้นำคาซัคสถานยังกล่าวถึงการปรับโฉมเศรษฐกิจสู่สีเขียว ซึ่งไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น 'เครื่องยนต์ตัวใหม่' ที่จะขับเคลื่อนความมั่งคั่งของเอเชียกลางอย่างยั่งยืน แต่การเปลี่ยนผ่านต้องมีความ 'ยุติธรรม สมดุล และกระตุ้นให้เกิดการเติบโต' โดยเฉพาะสำหรับประเทศกำลังพัฒนาที่กำลังสร้างขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ และยังกล่าวอย่างย้ำ ความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมควรเป็นเครื่องมือแห่งความสามัคคี ไม่ใช่เครื่องมือที่มาแบ่งแยกเรา 

ขณะเดียวกัน วิกฤตทรัพยากรน้ำคือประเด็นเร่งด่วนที่สุด ผู้นำคาซัคสถาน เสนอให้มีการเสนอให้จัดตั้ง "Regional Centre for Water Resources" เพื่อบริหารจัดการน้ำร่วมกันอย่างเป็นระบบและยุติธรรม เพราะน้ำคือสายเลือดของเอเชียกลาง การบริหารจัดการน้ำที่ไร้ประสิทธิภาพในวันนี้ จะกลายเป็นความขัดแย้งที่ไม่อาจแก้ไขได้ในวันหน้า

โทคาเยฟย้ำว่า "เราไม่สามารถเปลี่ยนภูมิศาสตร์ได้ แต่เราสามารถเปลี่ยนวิธีการอยู่ร่วมกันในภูมิศาสตร์นี้ได้ เพื่อส่งมอบโลกที่น่าอยู่ให้แก่คนรุ่นหลัง"

◾️◾️◾️

🔴 ธรรมชาติอยู่ได้โดยไม่มีมนุษย์ แต่มนุษย์อยู่ไม่ได้หากไม่มีธรรมชาติ

ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามและกว้างใหญ่ คาซัคสถานกำลังใช้ 'นวัตกรรม' เป็นอาวุธในการสู้กับวิกฤตโลก การนำ 'Technology & Innovation' มาใช้จัดการทรัพยากร ซึ่งคาซัคสถานต้องการทำให้เราเห็นว่า Digital Transformation ไม่ได้มีไว้แค่เพื่อความสะดวกสบาย แต่คือเครื่องมือสำคัญในการรักษาโลกใบนี้

ประธานาธิบดีโทคาเยฟ กล่าวว่า เขาได้ประกาศให้ปี 2026 นี้ เป็น 'ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI ของคาซัคสถาน' อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งหวังให้ปัญญาประดิษฐ์เข้าไปอยู่ในทุกมิติของการบริหารประเทศและการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ผู้นำคาซัคสถานกล่าวถึงการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้เพื่อติดตามสถานะทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการทรัพยากรน้ำและการเปลี่ยนแปลงของผิวดินในภูมิภาคเอเชียกลาง ตลอดจนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชลประทานให้เป็นระบบดิจิทัล เพื่อลดการสูญเสียทรัพยากรอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ เขายังเสนอให้จัดตั้ง "Regional Climate Hub" เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมข้อมูล การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการส่งเสริมนวัตกรรมสีเขียวระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อรับมือภาวะโลกร้อน

ประธานาธิบดีโทคาเยฟทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า 'ธรรมชาติอยู่ได้โดยไม่มีมนุษย์ แต่มนุษย์อยู่ไม่ได้หากไม่มีธรรมชาติ' 

และนี่คือเหตุผลที่ทุกประเทศต้องแชร์ระบบนิเวศร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบและ AI ก็คือเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้เราอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืนนั่นเอง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง