ลุ้นจีนกาวใจสงบศึกสหรัฐฯ-อิหร่านlเปิด"ฮอร์มุซ"

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลายหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านไม่ได้ข้อยุติ และน่าจะเป็นประเด็นหนึ่งที่ผู้นำสหรัฐฯหารือกับผู้นำจีนในการเดินทางไปเยือนครั้งนี้เพื่อหวังให้จีนเป็นตัวกลางช่วยเจรจากับทางอิหร่านซึ่งประเด็นการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านจะเป็นหนึ่งในวาระของการหารือ
ขณะที่ก่อนหน้านี้สองประเทศเห็นตรงกันและคัดค้านเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา ระบุก่อนหน้านี้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนเห็นพ้องตรงกันว่าไม่ควรอนุญาตให้ประเทศใดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าสองชาติมหาอำนาจกำลังพยายามหาจุดร่วมกันในการกดดันอิหร่านให้ยุติการควบคุมเส้นทางเดินเรือที่สำคัญแห่งนี้ของโลก หลังจากอิหร่านได้ปิดช่องแคบนี้นับจากสหรัฐร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากสงครามโจมตีอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกันว่าไม่วรอนุญาตให้ประเทศหรือองค์กรใดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในทางน้ำระหว่างประเทศ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่อิหร่านได้เรียกร้องสิทธิในการเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นหนึ่งในเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการยุติความขัดแย้งกับสหรัฐ และในขณะที่สหรัฐยังคงปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอยู่
ขณะที่จีนยังคงรักษาความสัมพันธ์กับอิหร่านและยังเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน ซึ่งในการหารือครั้งนี้สหรัฐฯพยายามให้จีนใช้อิทธิพลของตนเองกดดันให้เตหะรานทำข้อตกลงกับสหรัฐ
ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าแม้สี จิ้นผิง อาจยอมช่วย “ผลักดันเบา ๆ” ให้ผู้นำอิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา แต่ผู้นำจีน “ไม่น่าจะยอม” ตัดความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน หรือหยุดส่งมอบสินค้าที่ใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร ซึ่งอิหร่านจำเป็นต้องใช้สำหรับกองทัพ
อย่างไรก็ตาม จีน เองก็ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดเดินเรือตามปกติ เพราะเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันโลกกว่า 20% รวมถึงน้ำมันจำนวนมากที่ส่งไปจีนต้องผ่านช่องแคบนี้
ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ มีน้ำมันดิบและของเหลวจากปิโตรเลียมขนส่งผ่านช่องแคบนี้เฉลี่ย 14.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดลงเกือบ 30% เมื่อเทียบกับที่เคยอยู่ที่ 20.4 ล้านบาร์เรล กดดันราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นกว่า 45% นับตั้งแต่เริ่มความขัดแย้ง ขณะที่ราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน ในสหรัฐทะลุ 4.50 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
อย่างไรก็ตามสถานการณืปัจจุบันจะเริ่มเห็นเรือแล่นผ่านฮอร์มุซได้บ้างแล้ว ก่อนหน้านี้เป็นเรือบรรทุกแอลเอ็นจีของการ์ตา ล่าสุดเป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) ของจีน ที่บรรทุกน้ำมันจากอิรัก 2 ล้านบาร์เรล แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไปเมื่อวันที่13 พ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียนานกว่า 2 เดือน และกำลังมุ่งหน้าสู่ท่าเรือโจวชาน ทางตะวันออกของจีน และคาดว่าจะถึงจุดหมายในวันที่ 1 มิ.ย. นี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่พบเรือบรรทุกน้ำมันของจีนแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
จากนั้นในวันถัดมา 14 พ.ค.เรือบรรทุกน้ำมันดิบติดธงปานามาของบริษัท เอเนออส (Eneos) กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของญี่ปุ่น แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ โดยถือเป็นเรือลำที่ 2 ที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นซึ่งผ่านช่องแคบดังกล่าวได้ เรือของเอเนออสลำนี้บรรทุกน้ำมันดิบจากคูเวต 1.2 ล้านบาร์เรล และน้ำมัน Das Blend จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อีก 7 แสนบาร์เรล คาดว่าจะถึงจุดหมายที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 3 มิ.ย. นี้
ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นได้เร่งเจรจาทางการทูตตั้งแต่เกิดความขัดแย้ง พร้อมหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนน้ำมันที่ขาดหายไป และใช้เงินงบประมาณมหาศาลอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงเพื่อพยุงราคาในประเทศ
ขณะที่เรือนสินค้าที่ยังถูกโจมตีก็ยังมีเช่นกัน ล่าสุดรัฐบาลเกาหลีใต้ส่งทีมวิเคราะห์ทางเทคนิคเดินทางไปยังนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อตรวจสอบเหตุโจมตีเรือสินค้าที่ดำเนินการโดยบริษัทเกาหลีใต้ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยทีมดังกล่าวจะสนับสนุนการทำงานร่วมภาครัฐ ผ่านการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด การวิเคราะห์หลักฐานต่าง ๆ และความร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงของเหตุการณ์
แม้ว่าทางเกาหลีใต้จะประณามเหตุโจมตีดังกล่าวอย่างรุนแรง และยืนยันว่าจะสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อระบุตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลัง แต่ยังหลีกเลี่ยงการสรุปว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวในเวลานี้
ขณะที่เรือของไทยยังคงลอยลำในอ่าวเปอร์เซียอีก 8 ลำซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศอยู่ระหว่างเจรจากับรัฐมนตรีของอิหร่านให้เปิดทางเรือไทยแล่นผ่านได้แลกกับการจัดส่งสินค้าจำเป็นที่อิหร้่านต้องการ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
