แฉเขื่อนกันคลื่นแพงขึ้นเรื่อยๆ แพงสุด กม.ละ200ล้าน

แฉเขื่อนกันคลื่นแพงขึ้นเรื่อยๆ แพงสุด กม.ละ200ล้าน
มติชน
12 สิงหาคม 2563 ( 14:22 )
115
แฉเขื่อนกันคลื่นแพงขึ้นเรื่อยๆ แพงสุด กม.ละ200ล้าน
แฉเขื่อนกันคลื่นแพงขึ้นเรื่อยๆแพงสุดกม.ละ200ล้าน

เครือข่ายชาวสทิงพระรักหาดมหาราช อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา หวั่นส่งผลกระทบต่อเนื่อง เผยก่อสร้างในราคาที่แพงมาก 200 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ทั้งที่ไม่มีความจำเป็น ในขณะที่ชุมชนประมงได้รับผลกระทบและไม่เคยได้ร่วมแสดงความเห็นก่อนทำโครงการ

 

รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมนี้ ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชนชาวสทิงพระรักหาดมหาราช ยังคงมีความกังวลต่อปัญหาการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาด หาดมหาราช ที่ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการเเละผังเมืองโครงการมี ระยะความยาว 1,102เมตร เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีส่วนในการแสดงความเห็นก่อนที่จะเริ่มก่อสร้างโครงการ โดยในขณะนี้นั้นโครงการเขื่อนกันคลื่นดำเนินการไปแล้วประมาณร้อยละ 40

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนของการก่อสร้างโครงการนั้นขณะนี้ผู้รับเหมาอยู่ระหว่างการเร่งรีบในการก่อสร้างโครงการหลังทราบว่ามีการคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่ อีกทั้งก่อนหน้านี้ โครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นที่หาดม่วงงาม อำเภอสิงหนคร ก็ต้องชะลอออกไปก่อน หลังศาลปกครองสงขลามีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และอยู่ระหว่างการรอคำพิพากษาศาลปกครองอีกครั้ง โดยที่หาดมหาราชนั้น พบว่าได้มีการนำปั่นจั่นอีกชุดพร้อมเสาเข็มมาลงในพื้นที่ชายหาด จากชายหาดที่เรียบเป็นนแนวยาวสวยงามก็กลับกลายเป็นชายหาดที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้าง มีการขุดรื้อทราย จนเป็นที่อนาถใจของกลุ่มคนที่รักชายหาดอย่างมาก

 

นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือ มอ.กล่าวว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น ที่กำลังเกิดขึ้น ในพื้นที่อำเภอระโนด อำเภอสทิงพระและอำเภอสิงหนคร ซึ่งจะกลายเป็นการก่อสร้างที่ไม่สิ้นสุด เพราะในจุดสิ้นสุดแต่ละโครงการก็จะส่งผลกระทบในพื้นที่ต่อเนื่องไป โดยในพื้นที่หาดมหาราชนั้น มีข้อมูลทางวิชาการที่ยืนยันชัดเจนว่า ไม่ได้มีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง เพียงแต่มีปัญหาคลื่นกระทบชายฝั่งที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุม และสามารถฟื้นคืนสภาพได้เองตามธรรมชาติ เมื่อผ่านพ้นมรสุมไปแล้ว แต่เมื่อมีการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น หรือสิ่งก่อสร้างที่มีโครงสร้างแข็งก็ทำให้ไม่มีการฟื้นตัวตามธรรมชาติ และสร้างปัญหาให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น จากการตรวจสอบนั้นพบว่า มีการใช้งบประมาณรัฐในการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยเขื่อนกันคลื่นที่มีมูลค่าสูงสุดในประเทศ คือ เขื่อนกันคลื่นของหาดมหาราชระยะที่ 1 ซึ่งก่อสร้างเสร็จแล้วอยู่ที่กิโลเมตรละ 200 ล้านบาท ส่วนโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างนั้นอยู่ที่กิโลเมตรละ 151.72 ล้านบาท ขณะนี้มีการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 40

 

นายหมาด มรรคกะโช ประธานชมรมชาวประมงพื้นบ้าน 3 อำเภอ ระโนด สทิงพระและสิงนคร กล่าวว่าชาวประมงในพื้นที่ไม่เคยได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นใดๆก่อนที่จะมีการก่อสร้างโครงการ ทั้งที่เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จึงยืนยันว่าไม่ต้องการเขื่อนกันคลื่นที่หาดมหาราชแห่งนี้ โดยการก่อสร้างก็ไม่ได้คำนึงถึงวิถีชีวิตของชาวประมง ไม่มีทางเข็นเรือขึ้นฝั่ง แล้ว เรือประมงกว่า 300 ลำ ในพื้นที่แนวก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นหาดมหาราชจะไปอยู่กันที่ไหน โดยที่ผ่านมานั้น มีปัญหาคลื่นกัดเซาะตามธรรมชาติบ้าง แต่ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณมหาศาลมาสร้างเขื่อนกันคลื่น เพราะเมื่อผ่านพ้นฤดูมรสุม ชายหาดก็จะกลับคืนมาเหมือนเดิม

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง