รีเซต

เตรียมแจ้งข้อหา 'คนขับรถพ่วง' ชน จยย.นักศึกษาอาการวิกฤต-เสียชีวิต บ.เจ้าของรถยินดีรับผิดชอบหมด

เตรียมแจ้งข้อหา 'คนขับรถพ่วง' ชน จยย.นักศึกษาอาการวิกฤต-เสียชีวิต บ.เจ้าของรถยินดีรับผิดชอบหมด
มติชน
15 กรกฎาคม 2565 ( 11:29 )
32
เตรียมแจ้งข้อหา 'คนขับรถพ่วง' ชน จยย.นักศึกษาอาการวิกฤต-เสียชีวิต บ.เจ้าของรถยินดีรับผิดชอบหมด

เตรียมแจ้งข้อหา ‘คนขับรถพ่วงมรณะ’ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย คาดหลับใน บริษัทเจ้าของรถบรรทุกพร้อมชดเชยเยียวยาผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ยืนยันมีประกันความเสียหายคุ้มครองสูง ด้าน ‘น้องบีม’ ยังไม่พ้นขีดอันตราย

 

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดรถบรรทุกพ่วงชนรถจักรยานยนต์นักศึกษา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย เป็นคนขับรถจักรยานยนต์คือ นายธนาวุฒิ ยะสา หรือ เอ อายุ 20 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ส่วนคนซ้อนท้ายคือ นายยศพล ฮมซ้าย หรือ บีม อายุ 20 ปี สาขาพืชศาสตร์ คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดคั่งในสมอง ขาหักทั้งสองข้าง ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์สกลนคร ล่าสุดอาการยังวิกฤต ต้องถูกตัดขาซ้าย และยังไม่รู้สึกตัว เหตุเกิดเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 11 กรกฎาคม ใกล้จุดยูเทิร์นอันตราย ห่างจากตัวเมืองประมาณหลัก กม.ที่ 13 ถนนทางหลวง หมายเลข 212 ตอนท่าควาย-กลางน้อย เขตพื้นที่บ้านหนองเซา ต.ท่าค้อ อ.เมือง จ.นครพนม

 

ร.ต.อ.คงฤทธิ์ พลศรี รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับ นายกิตติศักดิ์ วงศ์ภูเขียว อายุ 33 ปี คนขับรถพ่วง ฐานความผิดขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่วนข้อหาอื่นๆ ต้องรอการสอบสวนเพิ่มเติม เนื่องจากคนขับยังได้รับบาดเจ็บ อยู่ระหว่างการรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพนม ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด หากพบว่ากระทำความผิดจะดำเนินคดีทุกข้อกล่าวหา ส่วนสาเหตุจากการสอบสวนและตรวจสอบหลักฐานจากภาพบันทึกในกล้องวงจรปิด คาดว่ามาจากสาเหตุหลับใน

 

ด้าน ตัวแทนบริษัทขนส่งรถพ่วงคันเกิดเหตุ ออกมายืนยันว่า ไม่ทอดทิ้งทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ ทางบริษัทรู้สึกเสียใจและเข้าใจความรู้สึกของความสูญเสีย พร้อมจะเยียวยาชดเชยตามขั้นตอนกฎหมาย โดยบริษัททำประกันความเสียหายไว้ในวงเงินที่สูงพอสมควร มั่นใจว่าสามารถชดเชยเยียวยาผู้เสียหายทั้ง 2 รายได้ ส่วนคนขับยอมรับว่าอาจไม่ชินเส้นทาง เพราะปกติจะเป็นคนขับคนเดียวตลอดในเส้นทางจากกรุงทพฯไปพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ขับรถคันนี้มาเส้นทางจากกรุงเทพฯไปพื้นที่อีสานชายแดน จ.นครพนม เพื่อรับสินค้าประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยืนยันขอรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด

 

บทความน่าสนใจอื่นๆ

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง