เช็กด่วน! เส้นทางกลับภูมิลำเนา ช่วงปีใหม่ 10 ล้อ ห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง

เช็กด่วน! เส้นทางกลับภูมิลำเนา ช่วงปีใหม่ 10 ล้อ ห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง
ข่าวสด
24 ธันวาคม 2563 ( 17:34 )
23
เช็กด่วน! เส้นทางกลับภูมิลำเนา ช่วงปีใหม่ 10 ล้อ ห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง

ตร.เตรียมพร้อมมาตรการป้องกัน ลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 แนะนำเส้นทางเลี่ยงสายหลัก รถบรรทุก 10 ห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง

 

เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2563 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผบ.ตร. ในฐานะกำกับดูแลศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 หรือ 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2563 ถึงวันที่ 4 ธ.ค. 2564 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประชุมสั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศ เตรียมพร้อมปฏิบัติในการอำนวยความสะดวกการจราจร

 

 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการทำงานด้านการลดอุบัติเหตุทางถนนในปีนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. จะมีการมอบโล่รางวัลกับหน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนและจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต ในช่วงเทศกาลปีใหม่ สำหรับนโยบายด้านการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 มีจุดเน้น ดังนี้

 

1.)การอำนวยความสะดวกและจัดการจราจร ในช่วงที่มีประชาชนออกเดินทางจำนวนมากได้จัดเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล อุปกรณ์เครื่องมือ และระบบการสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร มีการตั้งจุดบริการตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง และทางเลี่ยง

 

รวมถึงการจัดการจราจรบริเวณทางร่วมทางแยก และหน้าสถานีบริการน้ำมัน หรือจุดแวะพักรถที่มีผู้เข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการจราจรบนเส้นทางหลัก โดยมีศูนย์ควบคุมสั่งการจราจรอยู่ที่กองบังคับการตำรวจทางหลวง สายด่วนหมายเลข 1193

 

หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นไลน์ @highway1193 และในพื้นที่กรุงเทพฯ สอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) สายด่วนหมายเลข 1197 ไว้สำหรับ สอบถามเส้นทาง รับแจ้งอุบัติเหตุ และประชาสัมพันธ์เส้นทาง

 

 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ได้ดำเนินการในการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการใช้รถและถนนสำหรับประชาชน โดยออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดห้ามรถบรรทุก 10 ล้อ ขึ้นไป เดินในถนนบางสาย ระหว่าง 30 ธ.ค. 63 ถึง 4 ม.ค. 64

 

เส้นทางห้ามวิ่ง 7 เส้นทาง ระยะทางรวม 99 กม. ได้แก่ ถนนมิตรภาพ ช่วงต.ทับกวาง จ.สระบุรี กม.15-35 ระยะทาง 20 กม. ถนนพหลโยธิน ช่วงต.หนองยาว จ.สระบุรี กม. 99–106 ระยะทาง 7 กม. ถนนเลี่ยงเมืองสระบุรี ฝั่งตะวันตก ช่วงต.ปากข้าวสาร จ.สระบุรี กม. 0-9 ระยะทาง 9 กม. ถนนพหลโยธิน ช่วงกลางแดด-นครสวรรค์ตก จ.นครสวรรค์ กม.332-347 ระยะทาง 15 กม.

 

ถนนรังสิโยทัย ช่วงปากน้ำโพ-บางม่วง จ.นครสวรรค์ กม. 0-7 ระยะทาง 7 กม. ถนนกบินทร์บุรี-ปักธงชัย ช่วงกบินทร์ฯ-นาดี กม.165-195 ระยะทาง 30 กม. และถนนบุรีรัมย์-อรัญประเทศ ช่วงตาพระยา-โนนแดง กม.70-81 ระยะทาง 11 กม. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในกรณีรถบรรทุกบางประเภทที่มีความจำเป็นต้องเดินรถในถนนดังกล่าวข้างต้น สามารถขออนุญาตหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรจังหวัดนั้น ๆ เป็นกรณีไป

 

 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ออกข้อบังคับหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรทั่วราชอาณาจักร ว่าด้วยการกำหนดช่อง หรือแนวทางเดินรถขึ้นและล่องในถนนบางสาย (ขาขึ้น 14 จุด ระหว่าง 28 ธ.ค. 63 - 31 ธ.ค. 63 และขาล่อง 17 จุด ระหว่าง 1-4 ม.ค. 64 ใช้เป็นช่องทางพิเศษ เพื่อระบายรถช่วงที่หนาแน่นให้คล่องตัว

 

มีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คืนพื้นผิวจราจรที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างซ่อมแซม เพื่อลดการจราจรติดขัดสะสม การบังคับใช้กฎหมาย โดยบังคับใช้กฎหมายจราจร 10 ข้อหาหลัก และพ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อย่างจริงจัง และใช้มาตรการเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ

 

หรือก่อนการกระทำผิด โดยเพิ่มชุดเคลื่อนที่เร็วให้มากที่สุดในแต่ละพื้นที่ร่วมกับอาสาสมัครด่านชุมชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ในการจัดทำบัญชีกลุ่มเสี่ยงของผู้ที่มีแนวโน้มกระทำผิด โดยเฉพาะเมาแล้วขับ และใช้มาตรการตักเตือนก่อนกระทำผิด

 

ผ่านกลไกภาคีเครือข่ายในพื้นที่หรือด่านชุมชน หากพบยังฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการตามกฎหมาย มีการบังคับใช้กฎหมายเรื่องเมาแล้วขับ ที่จุดตรวจความมั่นคง หรือจุดตรวจควบคุมโรคระบาดฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจทุกนาย ต้องมีกล้องบันทึกภาพเคลื่อนไหวแบบดิจิตอลชนิดติดตัวหรือชนิดอื่นเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ในการปฏิบัติงาน

 

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับขั้นตอนการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ของผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข อย่างเคร่งครัด

 

กรณีเกิดอุบัติเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ทุกราย มีการสอบสวนขยายผล กรณีเด็กหรือเยาวชนดื่มสุราแล้วมาขับรถ จะขยายผลดำเนินคดีกับผู้ขายสุรา ตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

 

และสอบสวนขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือบุคคลที่จำหน่ายหรือให้สุราแก่เด็กตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และบังคับใช้กฎหมายการห้ามจำหน่ายสุราในเวลาห้าม และห้ามดื่ม ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสถานที่กฎหมายกำหนด และห้ามขายให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

 

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความพร้อมสำหรับการอำนวยความสะดวกการจราจรให้ประชาชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวโดยสะดวก และปลอดภัยในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2564 นี้โดยทั่วกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง