รีเซต

ซีพีอาสา - มูลนิธิพุทธรักษามอบเครื่องเป่าลม เสริมศักยภาพดับไฟป่าภาคเหนือ

ซีพีอาสา - มูลนิธิพุทธรักษามอบเครื่องเป่าลม เสริมศักยภาพดับไฟป่าภาคเหนือ
TNN ช่อง16
1 เมษายน 2569 ( 11:43 )
12

ชียงใหม่, 31 มีนาคม 2569 - ท่ามกลางสถานการณ์ไฟป่าที่ทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพประชาชน และเศรษฐกิจในวงกว้าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และมูลนิธิพุทธรักษา นำโดย นายณรงค์ เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส และนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เดินหน้าสนับสนุนภารกิจป้องกันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน PM 2.5 โดยมี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานรับมอบ

พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนหน่วยงานราชการในพื้นที่ อาทิ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่, สำนักอนุรักษ์ที่ 16 จ.เชียงใหม่ กรมอุทยานฯ, สำนักป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมป่าไม้, สำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดแม่ฮ่องสอน, สำนักอนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย กรมป่าไม้ รวมถึงภาคเอกชน ชุมชน และซีพีอาสา เข้าร่วมงาน ณ สำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม่) กรมป่าไม้ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และปัญหา PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ภาคเหนือ ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันแก้ไขและก้าวข้ามวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยการสนับสนุนอุปกรณ์สำคัญ อาทิ เครื่องเป่าลมสำหรับดับไฟป่า อุปกรณ์ภาคสนาม รวมถึงการจัดตั้งกองทุนประกันอาสาพิทักษ์ดับไฟป่า จังหวัดเชียงใหม่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเสริมความพร้อมในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่เสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน พลังความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนเจตนารมณ์ร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายพันธมิตร ในการยืนหยัดรับมือสถานการณ์ ฟื้นฟูคุณภาพอากาศ ลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

“ขอแสดงความขอบคุณและขอส่งความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าทุกท่าน ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาสาสมัคร และเครือข่ายชุมชน ที่ปฏิบัติภารกิจด้วยความมุ่งมั่นและเสียสละ แม้ต้องเผชิญกับอันตราย ความเหน็ดเหนื่อย และสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ซึ่งภารกิจของทุกท่านมีความหมายอย่างยิ่งต่อการปกป้องผืนป่า ทรัพยากรธรรมชาติ และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ” นายสุชาติ กล่าว

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ที่จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมืออย่างเข้มข้นและต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน โดยจังหวัดได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการบริหารจัดการสถานการณ์อย่างเป็นระบบ 

ภายใต้การทำงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งหนึ่งในกลไกสำคัญคือการขับเคลื่อนเครือข่าย “อาสาดับไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่”  ที่นับว่าเป็นกำลังหลักในการดูแลผืนป่าและสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่  และการได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์และเสบียงในครั้งนี้ จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน พร้อมสะท้อนความร่วมมืออันเข้มแข็งระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การสนับสนุนจากภาคเอกชนในครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือที่ช่วยเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอาสาดับไฟป่าได้อย่างเป็นรูปธรรม” นายรัฐพล กล่าว

ด้านนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุดด้านความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันไฟป่าถือเป็นหนึ่งในวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชน เศรษฐกิจ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยรวม ด้วยเหตุนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ มูลนิธิพุทธรักษา มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และซีพีอาสา จึงตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา และได้ร่วมสนับสนุนภารกิจในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยวางแนวทางการดำเนินงานไว้ 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การลด การป้องกัน การสนับสนุน และการสร้างความยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคชุมชนในพื้นที่

นายจอมกิตติ กล่าวต่อว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และชุมชนในพื้นที่ เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างครบวงจร ผ่านการร่วมจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่ป่าต้นน้ำภาคเหนือ ครอบคลุมหลายจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ลำปาง พะเยา และน่าน รวมระยะทางกว่า 100 กิโลเมตร เพื่อลดโอกาสการเกิดและการลุกลามของไฟป่า ควบคู่กับการดำเนินโครงการ “ป่าปลอดเผา” ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้

 เพื่อส่งเสริมการลดเชื้อเพลิงในป่าผ่านการรับซื้อใบไม้แห้งจากชุมชน นำไปพัฒนาเป็นปุ๋ยและสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ รวมถึงการสนับสนุนองค์ความรู้แก่เกษตรกรในการทำเกษตรแบบไม่เผา เพื่อลดปัญหาหมอกควันตั้งแต่ต้นทาง พร้อมทั้งฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติผ่านโครงการ “ซีพีความดี ป่าต้นน้ำยั่งยืน ปิง วัง ยม น่าน” และประยุกต์การใช้เทคโนโลยี ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในการใช้ระบบสื่อสารและติดตามตัวผ่าน LoRa Mesh Technology เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครในพื้นที่ป่าอย่างยั่งยืน

ในการนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมสนับสนุนเครื่องเป่าลมดับไฟป่าจำนวน 100 เครื่อง เพื่อเสริมศักยภาพการควบคุมไฟในพื้นที่เสี่ยง โดยมอบให้กับหน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการควบคุมการลุกลามของไฟ เป่าเศษวัสดุไวไฟ และสร้างแนวกันไฟให้เกิดพื้นที่ปลอดเชื้อเพลิง พร้อมมอบกองทุนประกันภัยให้กับทีม “อาสาดับไฟป่า” ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 10,000 นาย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเป็นหลักประกันในการปฏิบัติงานควบคู่กับการสนับสนุนอุปกรณ์ภาคสนามที่จำเป็น อาทิ เป้น้ำยุทธวิธี รองเท้า ถุงมือ ผ้าปิดหน้า และน้ำดื่ม รวมไปถึงอาหารแห้ง ข้าวสาร อาหารพร้อมรับประทาน และขนมปัง 

โดยได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจภายใต้เครือซีพี อาทิ บริษัท CP Seeding Social Impact จำกัด, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF, บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ (CPFGS), บริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด, บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (Makro – Lotus’s)

ปัญหาหมอกควันไฟป่าเป็นปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ยืนยันการดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา 3 ประโยชน์ ที่มุ่งสร้างคุณค่าให้ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร พร้อมผนึกกำลังความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน.

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง