จับตา “จำปี” พายุลูกใหม่ จ่อทวีกำลังอย่างรวดเร็ว คาดแรงถึงขั้น “ซูเปอร์ไต้ฝุ่น”

ขณะนี้พบการก่อตัวของพายุลูกใหม่ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก หลังหย่อมความกดอากาศต่ำ 96W ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน โดยแบบจำลองพยากรณ์อากาศหลายสำนักส่งสัญญาณว่า พายุลูกนี้มีโอกาสเพิ่มความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงหลายวันข้างหน้า ซึ่งเมื่อเป็นโซนร้อน พายุลูกนี้จะมีชื่อว่า “จำปี” ซึ่งชื่อดอกไม้ชนิดหนึ่ง ตั้งโดย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และอาจพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่นกำลังแรง เคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาในช่วงสุดสัปดาห์นี้
สำหรับพายุลูกนี้อยู่ทางตะวันตกของหมู่เกาะมาร์แชลล์ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า พายุยังคงมีการจัดระเบียบตัวของกลุ่มเมฆฝนไม่สมบูรณ์ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมเฉือนในแนวระดับที่พัดมาจากทิศตะวันออก ส่งผลให้กลุ่มเมฆฝนฟ้าคะนองส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ทางด้านตะวันตกของศูนย์กลางพายุ
ขณะเดียวกัน สภาพบรรยากาศในระดับสูงยังมีปัจจัยเอื้อต่อการพัฒนาตัวของพายุ ทั้งการระบายอากาศออกจากระบบพายุและการก่อตัวของกลุ่มเมฆฝนเป็นแนวโค้งบางส่วน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพายุยังมีโอกาสเพิ่มความรุนแรงได้อีก
นักอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ภายใน 12-24 ชั่วโมง พายุจะค่อย ๆ ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ก่อนมีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงอย่างรวดเร็วในช่วงวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมเป็นต้นไป เนื่องจากพายุจะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการพัฒนา
สิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือผลการคาดการณ์จากแบบจำลองพายุ HAFS-A และแบบจำลองพยากรณ์แบบกลุ่มของ Google DeepMind บางส่วน ซึ่งประเมินว่าพายุอาจทวีกำลังรุนแรงจนเข้าใกล้ระดับ 5 ตามมาตราแซฟเฟอร์–ซิมป์สันภายในช่วงปลายระยะเวลาการพยากรณ์ หากสภาพแวดล้อมยังคงเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาตัวอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน และไม่ได้หมายความว่าพายุจะทวีกำลังถึงระดับสูงสุดอย่างแน่นอน เนื่องจากความรุนแรงและเส้นทางพายุอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพบรรยากาศในช่วงหลายวันข้างหน้า
สำหรับพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เกาะกวม โรตา ทิเนียน และไซปัน ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณหมู่เกาะมาเรียนา เนื่องจากแนวโน้มเส้นทางพายุอาจเคลื่อนตัวเข้าใกล้พื้นที่ดังกล่าวในช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดลมพายุรุนแรง ฝนตกหนัก และคลื่นทะเลสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่ง การเดินเรือ และการคมนาคมทางอากาศ
การก่อตัวของพายุครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานการณ์สำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเป็นไปได้ของการทวีกำลังอย่างรวดเร็วจากพายุดีเปรสชันไปสู่พายุไต้ฝุ่นกำลังแรงภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งอาจทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยมีระยะเวลาเตรียมรับมือลดลง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
