สธ.เผย ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ต่ำกว่าคาด 2 เท่า ประมาณต่อสิ้น เม.ย. ไม่น่าเกิน 3 พันราย

สธ.เผย ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ต่ำกว่าคาด 2 เท่า ประมาณต่อสิ้น เม.ย. ไม่น่าเกิน 3 พันราย
มติชน
18 เมษายน 2563 ( 14:49 )
28
สธ.เผย ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ต่ำกว่าคาด 2 เท่า ประมาณต่อสิ้น เม.ย. ไม่น่าเกิน 3 พันราย

 สธ.เผย ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ต่ำกว่าคาด 2 เท่า ประมาณต่อสิ้น เม.ย. ไม่น่าเกิน 3 พันราย

เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป แถลงข่าวความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

นพ.โสภณ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ป่วยที่อยู่ในระหว่างการรักษา 899 ราย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติประมาณร้อยละ 10 ซึ่งต่างจากช่วงแรกระหว่างเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ที่พบผู้ป่วยเป็นชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย โดยในปัจจัยเสี่ยงของชาวต่างชาติคือการติดเชื้อมาจากต่างประเทศหรืออาศัยอยู่ในชุมชนที่ใกล้ชิดกับชาวต่างชาติด้วยกัน แต่ในช่วงเดือนเมษายน จะพบว่าเป็นผู้ป่วยชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาสักระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากมีการจำกัดเที่ยวบินเข้ามาจากต่างประเทศตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 เมษายนเป็นต้นมา ดังนั้นขนาดนี้ชาวต่างชาติที่ป่วยจึงเป็นชาวต่างชาติที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงของชาวต่างชาติที่ป่วยในประเทศไทย ที่สำคัญคือการอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคมาก่อน อยู่ในพื้นที่ที่มีการรายงานพบผู้ป่วยต่อเนื่อง การไปในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก รวมถึงการอาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้า ซึ่งต่างจากการป่วยของคนไทย โดยมากเป็นการติดเชื้อจากการประกอบอาชีพ สถานบันเทิง ซึ่งเป็นปัจจัยที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สถานการณ์หลังจากนี้อาจจะมีปัจจัยเสี่ยงที่ใกล้เคียงกันมากขึ้น

นพ.โสภณ กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนเมษายน ทางกรมควบคุมโรคได้คาดประมาณสถานการณ์ จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศไทย ว่า เมื่อถึงวันที่ 15 เมษายน จะพบผู้ป่วยในประเทศไทยมากถึง 7,745 ราย แต่เมื่อถึงวันที่ 15 เมษายนสถานการณ์จริงพบผู้ป่วยเพียง 2,643 ราย คิดเป็นจำนวน 1 ใน 3 ของจำนวนที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งต่ำกว่าการคาดการณ์ไว้ สาเหตุหลักอาจจะมาจากการที่รัฐบาลประกาศ พระราชกำหนด(พรก.)การบริหารราชการใน ภาวะฉุกเฉิน ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นมา และประชาชนมีความร่วมมือในการปฏิบัติตามมาตรการ หากจำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยยังอยู่ในหลัก 20-30 รายต่อวัน ก็สามารถคาดการณ์ว่าเมื่อถึงวันที่ 30 เมษายน จะมีผู้ป่วยประมาณ 3,000 ราย แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถประมาทได้เนื่องจากโรคติดต่อทางระบบทางเดินหายใจพร้อมที่จะกลับมาได้ตลอดเวลา รวมถึงสถานการณ์ต่างประเทศยังมีการระบาดที่รุนแรงอยู่

“หากเรารักษามาตรการที่เข้มแข็งไว้ได้ เราก็จะยังคงพบผู้ป่วยน้อยไหนประเทศไทยต่อไปได้อีก ปัจจัยที่จะเปลี่ยนแปลงน่าจะเป็นหลังวันที่ 30 เมษายน ถ้าหากมีการเดินทางเพิ่มขึ้น หรือมีการผ่อนปรนมาตรการมากขึ้น รวมถึงมีการเดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่มากขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นไปอีก ซึ่งเราจะต้องยกระดับมาตรการให้สอดคล้องกับความเสี่ยง โดยจะต้องให้ประเทศไทยมีการแพร่เชื้อน้อยที่สุด ” นพ.โสภณ กล่าว

นพ.โสภณ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรค (PUI) มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน ข้อมูลของช่วงเช้าเมื่อวันที่ 18 เมษายนพบว่า มีจำนวน 38,670 ราย โดยจะพบว่าตั้งแต่วันที่ 14 – 17 เมษายนมีจำนวน เนื่องจากเป็นนโยบายของ สธ. ที่มีการสนับสนุนให้โรงพยาบาล(รพ.) ต่างๆ มีการตรวจค้นหาผู้ที่เข้าเกณฑ์การสอบสวนโรคมากขึ้น เช่น เมื่อวันที่ 17 เมษายน มีการรายงานการค้นหาผู้ที่อยู่ในเกณฑ์การสอบสวนโรคจำนวน 1,207 ราย แต่จำนวนการพบเชื้อในผู้สอบสวนโรคไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักและอยู่ในระดับคงที่ และพบว่าขณะนี้มีจังหวัดที่เคยมีผู้ป่วยในพื้นที่ แต่ในระยะเวลา 14 วันไม่พบการรายงานผู้ป่วยใหม่ต่อเนื่อง มากถึง 20 จังหวัด และมีอีก 9 จังหวัดที่ยังไม่เคยมีการรายงานพบผู้ป่วยเลย

“ข้อมูลนี้จะตอบ ผู้ที่สงสัย ได้ว่าเรามีการตรวจค้นหาผู้ป่วยอย่างไร จะพบว่าขณะนี้เราตรวจเพิ่มขึ้น แต่การพบผู้ติดเชื้อไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่าไหร่ และหากดูจากจำนวนของรพ.ที่สามารถเข้าถึงระบบการ ออกรหัสหรือโค้ดในการส่งตรวจเอง ก็มีการเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากต้นเดือนเมษายน กรมควบคุมโรคได้มีการปรับระบบให้แพทย์และบุคลากร ทาฃการแพทย์ในสถานพยาบาลที่พบผู้ป่วยต้องสงสัยโรค สามารถตัดสินใจส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการได้ เพราะขณะนี้ห้องปฏิบัติการก็มีเพิ่มขึ้นในประเทศไทย เมื่อช่วงเดือนมกราคมมีเพียง 1-3 แห่ง แต่ขณะนี้มีถึง 100 แห่ง ดังนั้นประชาชนจึงเข้าถึงได้สะดวกมากขึ้น ตรวจพบการติดเชื้อได้เร็วขึ้นและทำการรักษาได้รวดเร็ว” นพ.โสภณ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง