"ราคาน้ำมัน" พุ่งรุนแรง จ่อทะลุ 90 ดอลลาร์

ฮอร์เก เลออน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ของ Rystad Energy ระบุว่า ผลกระทบที่ชัดเจนที่สุดต่อตลาดน้ำมันคือการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทำให้น้ำมันดิบราว 15 ล้านบาร์เรลต่อวันไม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ และหากไม่มีสัญญาณลดระดับความตึงเครียดอย่างรวดเร็ว ราคาน้ำมันมีแนวโน้มถูกปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในระยะยาวอาจจุดแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกอีกครั้ง และทำหน้าที่เสมือนภาษีแฝงต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภค ซึ่งอาจฉุดอุปสงค์และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะที่กลุ่มโอเปกพลัส (OPEC+) เพิ่งมีมติเพิ่มกำลังการผลิตเพียง 206,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเมษายน แต่การส่งออกยังต้องอาศัยเส้นทางขนส่งจากตะวันออกกลางเป็นหลัก
นักวิเคราะห์จาก Wood Mackenzie ชี้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีลักษณะใกล้เคียงกับวิกฤตน้ำมันในทศวรรษ 1970 ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 300% โดยประเมินว่าราคาที่ทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเงื่อนไขปัจจุบันไม่ใช่เรื่องไกลเกินจริง หากอุปทานถูกกระทบอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ แรงกระเพื่อมดังกล่าวส่งผลต่อตลาดหุ้นเอเชีย โดยดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นร่วง 1.4% เนื่องจากญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันทั้งหมด สายการบินได้รับผลกระทบหนัก ขณะที่ดัชนีหุ้นจีนทรงตัว ส่วนดัชนี MSCI Asia-Pacific ex-Japan ลดลง 1.2% ในตะวันออกกลาง สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวตประกาศปิดตลาดหุ้นชั่วคราวโดยอ้าง "สถานการณ์พิเศษ"
ในตลาดเงิน ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นจากสถานะผู้ส่งออกพลังงานสุทธิ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ยูโรอ่อนค่าลง 0.2% สู่ระดับ 1.1788 ดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเงินเยน แม้เยนมักถูกมองเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันทั้งหมด ทำให้ทิศทางเงินทุนมีความซับซ้อนมากขึ้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
