อิสราเอล ประกาศเลิกมาตรการสวมหน้ากาก หลังฉีควัคซีนแล้วครึ่งประเทศ ยอดติดเชื้อฮวบ

อิสราเอล ประกาศเลิกมาตรการสวมหน้ากาก หลังฉีควัคซีนแล้วครึ่งประเทศ ยอดติดเชื้อฮวบ
มติชน
17 เมษายน 2564 ( 17:09 )
38
อิสราเอล ประกาศเลิกมาตรการสวมหน้ากาก หลังฉีควัคซีนแล้วครึ่งประเทศ ยอดติดเชื้อฮวบ

เว็บไซต์เดอะไทม์ออฟอิสราเอล สื่อท้องถิ่นของประเทศอิสราเอลรายงานเมื่อวันที่ 15 เมษายนที่ผ่านมาระบุว่ารัฐบาลอิสราเอลได้ประกาศ “ยกเลิกมาตรการสวมหน้ากากอนามัยในที่เปิดสาธารณะ” ลงแล้ว เริ่มต้นในวันที่ 18 เมษายนนี้ หลังจาก รัฐบาลฉีดวัคซีนให้กับประชาชนไปแล้วกว่าครึ่งประเทศ ส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อลดลงเหลือเพียงหลักร้อยคน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเวลานี้เกิดสภาวะ “ภูมิคุ้มกันหมู่” ขึ้นแล้ว

 

 

โดยนายยูลิ เอเดลสตีน รัฐมนตรีสาธารณสุข อิสราเอล ออกแถลงการณ์ในวันชาติอิสราเอล ระบุว่า ได้มีการสั่งการให้ยุติข้อบังคับทางสาธารณสุขในการสวมใส่หน้ากากในพื้นที่เปิดสาธารณะลงเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนนี้ อย่างไรก็ตาม มาตรการบังคับให้ใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่ปิดนั้นยังคงอยู่

 

 

 

รายงานระบุว่าหลังจากอิสราเอลเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อย่างรุนแรงในระลอกที่ 3 แล้ว สถานการณ์ได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากอิสราเอล เป็นประเทศที่ดำเนินโครงการฉีดวัคซีนคิดตามอัตราส่วนประชากรเร็วที่สุดในโลก โดยเลือกใช้วัคซีนของ Pfizer/BioNTech

 

 

ล่าสุดประชากรอิสราเอลมากกว่าครึ่งได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แบ่งเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส จำนวน 5.3 ล้านราย ขณะที่มีผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว 4.9 ล้านราย จากจำนวนประชากรทั้งสิ้น 9 ล้านคน

 

และนั่นส่งผลให้ยอดผู้ติดเชื้อล่าสุดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ลดลงเหลือ 196 รายเท่านั้น ขณะที่ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมที่ 836,706 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 6,314 ราย

 

ขณะที่เวลานี้ อิสราเอล มียอดผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่เพียง 2,945 ราย ในจำนวนนี้ 209 รายเป็นผู้มีอาการสาหัส และอีก 126 รายที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

 

ส่วนยอดการตรวจเชื้อโควิด-19 จำนวน 55,470 ราย มีรายงานพบผู้ติดเชื้อเพียง 0.4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง