เปิดตัว RIPSAW M1 หุ่นยนต์รบทางยุทธวิธีรุ่นใหม่ คู่หูลาดตระเวนอัจฉริยะของนาวิกโยธินสหรัฐฯ

วันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา บริษัท เท็กซ์ทรอน ซิสเต็มส์ (Textron Systems) และ ฮาว แอนด์ ฮาว (Howe & Howe) สร้างความฮือฮาในวงการเทคโนโลยีทางการทหาร ด้วยการเปิดตัวต้นแบบเทคโนโลยียานพาหนะภาคพื้นดินไร้คนขับ (UGV) รุ่นล่าสุด RIPSAW M1 ภายในงานแสดงเทคโนโลยีทางทะเลสมัยใหม่ ประจำปี 2026 (Modern Day Marine Exposition 2026) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา
สำหรับ RIPSAW M1 ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองแนวคิดการปฏิบัติงานแบบทีมไร้คนขับ (CONOPS) และสนับสนุนภารกิจการเคลื่อนที่ตามแนวชายฝั่งของนาวิกโยธินสหรัฐฯ โดยถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของกองทัพตามแผนการออกแบบกำลังรบปี 2030 หุ่นยนต์รบรุ่นนี้จะทำหน้าที่เป็นพลลาดตระเวนให้กับยานลาดตระเวนขั้นสูง (ARV) และยานรบสะเทินน้ำสะเทินบก (ACV) ที่กำลังถูกนำมาใช้แทนที่ยานเกราะยุคสงครามเย็น
การออกแบบที่ปราดเปรียวและทรงพลัง
ความโดดเด่นของ RIPSAW M1 คือ การออกแบบด้วยแนวทางระบบเปิดแบบโมดูลาร์ (MOSA) ที่สามารถปรับแต่งได้ตามภารกิจ ตัวรถมีขนาดกะทัดรัดกว่ารุ่น M5 ที่เคยพัฒนาให้กองทัพบก โดยมีความยาว 10.5 ฟุต หรือ 3.2 เมตร น้ำหนักตัวรถ 4,300 ปอนด์ หรือ 1,950 กิโลกรัม และรองรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 2,000 ปอนด์ หรือ 907 กิโลกรัม
นวัตกรรมที่สำคัญ คือ การเปลี่ยนจากระบบสายพานแบบรถถังมาเป็นการขับเคลื่อนด้วยล้อแบบ AWD หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ เพื่อให้เหมาะสมกับปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกในสภาพพื้นที่ชายหาดที่เปียกชื้นและขรุขระ
ด้านสมรรถนะการขับขี่ RIPSAW M1 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 53 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีโหมดเงียบพลางตัวที่สามารถลอบเร้นทำความเร็วได้ 20 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยมีระยะปฏิบัติการไกลสูงสุด 30 ไมล์ หรือ 48 กิโลเมตร รวมทั้งสามารถลุยข้ามกระแสน้ำได้ลึกถึง 48 นิ้ว หรือ 123 เซนติเมตร
บทบาทและยุทโธปกรณ์ในสนามรบ
ในโหมดพรางตัว RIPSAW M1 จะทำหน้าที่เป็นหน่วยลาดตระเวนแนวหน้า โดยใช้เซ็นเซอร์ความละเอียดสูงเพื่อการเฝ้าระวังและค้นหาเป้าหมาย นอกจากนี้ในสถานการณ์คับขัน ยังสามารถทำหน้าที่เสมือนหน่วยกล้าตายบุกเข้าไปในพื้นที่แออัด คอขวด หรือพื้นที่อันตรายล่วงหน้าเพื่อดึงดูดการยิงจากศัตรู และเคลียร์สิ่งกีดขวาง ซึ่งช่วยปกป้องชีวิตทหารและยานเกราะหลักที่มีขนาดใหญ่และราคาแพงกว่าได้
นอกจากทำภารกิจลาดตระเวนหรือบรรทุกสัมภาระ ดีไซน์แบบโมดูลาร์ยังช่วยให้ M1 สามารถปรับแต่งเป็นแพลตฟอร์มอาวุธสำหรับทำลายระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAS) หรือใช้เป็นแท่นปล่อยกระสุนแบบลอยตัว (Loitering Munition) เช่น ระบบ Damocles ที่สามารถบินไปค้นหาเป้าหมายหรือลอยตัวรอคอยกลางอากาศก่อนจะเข้าโจมตีเป้าหมาย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
