นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย จะไม่พบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส เรื่องเรือดำน้ำนิวเคลียร์ในที่ประชุม UN

นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย จะไม่พบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส เรื่องเรือดำน้ำนิวเคลียร์ในที่ประชุม UN
TNN World
21 กันยายน 2564 ( 16:22 )
7
นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย จะไม่พบปะพูดคุยกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส เรื่องเรือดำน้ำนิวเคลียร์ในที่ประชุม UN

สกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เขาจะไม่เจรจากับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ UN ประจำปีที่นครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยไม่สนใจว่า ฝรั่งเศสขุ่นเคืองที่ออสเตรเลียฉีกสัญญาสร้างกองเรือดำน้ำ มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1.3 ล้านล้านบาท ซึ่งเรื่องดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อข้อตกลงการค้า ระหว่างออสเตรเลียกับสหภาพยุโรป หรือ EU

 

 

มอร์ริสัน กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่โอกาสที่จะมาพบปะเจรจากัน และเขามั่นใจว่า เมื่อได้เวลา โอกาสจะมาถึงเอง ขณะที่ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ จะหาทางพูดคุยกับประธานาธิบดีมาครง เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียด ทั้งนี้ ออสเตรเลีย ฉีกสัญญาสร้างกองเรือดำน้ำกับฝรั่งเศส และทำข้อตกลงสร้างเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ ไม่ต่ำกว่า 8 ลำ ด้วยเทคโนโลยีของสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร

 

 

ขณะที่ การยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว ทำให้ฝรั่งเศสไม่พอใจมาก และกล่าวหาว่า ออสเตรเลียกับสหรัฐฯ แทงข้างหลัง รวมถึงฝรั่งเศสยังเรียกเอกอัครราชทูต ประจำกรุงแคนเบอร์รา และกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กลับกรุงปารีสอีกด้วย

 

 

ด้าน ฟิลิปปินส์ ประกาศสนับสนุนความเป็นหุ้นส่วนทางทหารระหว่างสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย พร้อมหวังว่า ความเป็นหุ้นส่วนดังกล่าว จะถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ข้อตกลงที่ว่านี้ มีชื่อว่า AUKUS ซึ่งออสเตรเลียจะได้เทคโนโลยีเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ อันเป็นส่วนหนึ่งในข้อตกลง ที่มีเป้าหมาย เพื่อสกัดการขยายอำนาจและอิทธิพลจีนในภูมิภาค

 

 

ทีโอโดโร ล็อกซิน รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ข้อตกลงนี้ จะช่วยฟื้นฟูและถ่วงดุลอำนาจ มากกว่าการทำให้ภูมิภาคไร้เสถียรภาพ และว่า AUKUS ไม่ได้ละเมิดสนธิสัญญาป้องกันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากอาวุธนิวเคลียร์ปี 1995

 

 

อย่างไรก็ตาม ทะเลจีนใต้ยังคงเป็นต้นตอของสถานการณ์ตึงเครียด ตั้งแต่สหรัฐฯ ทำสนธิสัญญาเป็นหุ้นส่วนทางทหารกับฟิลิปปินส์และพันธมิตรตะวันตก ยังคงเดินเรืออย่างเสรีในทะเลจีนใต้ สร้างความไม่พอใจให้แก่จีน และจีนมองว่า ประเทศเหล่านี้ เป็นการแทรกแซงจากภายนอก ต่อน่านน้ำที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์ ในกรณีพิพาทกับประเทศต่าง ๆ อย่าง ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง