โคราช สงขลา เชียงใหม่ ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง ย้ำเว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัย

โคราช สงขลา เชียงใหม่ ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง ย้ำเว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัย
มติชน
17 เมษายน 2563 ( 18:43 )
86
โคราช สงขลา เชียงใหม่ ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง ย้ำเว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัย

โคราช สงขลา เชียงใหม่ ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง ย้ำเว้นระยะห่าง เพื่อความปลอดภัย

เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และแพทย์หญิงศุภมาส ลิ่วศิริรัตน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ร่วมกันแถลงข่าวสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และมาตรการป้องกัน รวมทั้งการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ

ซึ่งพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ยังมีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 คงที่อยู่ที่ 18 ราย ไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มติดต่อกันเป็นวันที่ 10 แล้ว โดย 9 ราย หายป่วยแต่ต้องกักตัวต่ออีก 14 วันที่โรงแรมปัญจดารา 5 ราย และกักตัวที่บ้าน 4 ราย ส่วนอีก 9 รายยังรักษาตัวอยู่ที่ รพ.มหาราช 5 ราย , รพ.มทส. 2 ราย และ รพ.โชคชัย 2 ราย ส่วนยอดสะสมการเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางเข้าจังหวัดตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ – 17 เมษายน 2563 มีทั้งหมด 38,596 ราย โดยกักตัวเฝ้าระวังครบ 14 วัน มีจำนวน 29,613 ราย และอยู่ระหว่างเฝ้าระวังอีก 8,983 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดอื่นๆ มากสุด 20,295 ราย รองลงมาคือเดินทางมาจากรุงเทพฯและปริมณฑล 17,286 ราย และกลับจากต่างประเทศ 1,015 ราย

อย่างไรก็ตามในช่วงนี้ เป็นช่วงที่มีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของกระทรวงต่างๆเป็นจำนวนมาก นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จึงมีคำสั่งด่วนที่สุด นม.0017.2/ว 2905 ลงวันที่ 17 เมษายน 2563 ไปถึงหัวหน้าส่วนราชการ และนายอำเภอทั้ง 32 อำเภอ ให้ดำเนินมาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด โดยให้ข้าราชการที่ย้ายมาปฏิบัติราชการในจังหวัดนคราชสีมา โดยเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ได้แก่จังหวัดนครปฐม ,นนทบุรี ,ปทุมธานี ,สมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสงคราม รวมทั้ง จังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19จำนวนมาก ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ,ภูเก็ต ,ชลบุรี ,ยะลา ,ปัตตานี และจังหวัดสงขลา ได้เฝ้าติดตามสังเกตอาการมาตรการ Home Quarantine 13 ข้อ ด้วยการเข้ารับการคัดกรอง แยกกัก และคุมไว้สังเกตเป็นระยะเวลา 14 วัน พร้อมกับแจ้งข้อมูลให้อำเภอทราบเพื่อบันทึกลงระบบThai QM ด้วย

ขณะที่ ที่ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ อาคารอำนวยการ ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า กรณีมีการตั้งโรงทานไปตามที่ต่างๆ เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก แต่นับจากนี้ไปอยากให้แจ้งเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบและมีมาตรฐานในการเว้นระยะห่าง ความสะอาด เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัส Covid-19

“ส่วนกรณีการขยายเวลาการห้ามจำหน่ายสุราจากเดิม 10-20 เมษายน 2563 เพิ่มเป็น 10-30 เมษายน 2563 ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมายังประชาชน เพราะมีความจำเป็นจริงๆ เนื่องจากปัจจุบันยังพบการละเมิด พรก.ฉุกเฉิน ด้วยการออกนอกเคหสถานอยู่ทั้งที่มีคสั่งห้าม จึงต้องคุมเข้มไปอีกระยะ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน” นายรัฐพล กล่าว

ทางด้าน พญ.ลดาวรรณ หาญไพโรจน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครพิงค์ แถลงสถานการณ์โควิด-19 ล่าสุดว่า ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติม 9 วันติดต่อกันแล้ว ทำให้เชียงใหม่มียอดผู้ป่วยสะสมคงเดิม จำนวน 40 ราย โดยมีผู้ป่วยรักษาหายกลับบ้านไปแล้ว 24 ราย รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 15 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวัง 1,084 กลับบ้านแล้ว 975 ราย คงเหลือรักษาตัว 109 ราย

“อยากให้คงมาตรการ Social Distancing ต่อไป เพื่อรักษาระยะปลอดภัย ห่างไว้ อุ่นใจกว่า ลดการแพร่ระบาด โดยย้ำว่าขอให้อยู่บ้าน ไม่ไปในสถานที่ที่มีคนไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างไร ไม่ใช้ของร่วมกัน อยู่ห่างกัน 2 เมตร ขึ้นไป เพื่อความปลอดภัยของตนเอง” พญ.ลดาวรรณ กล่าว

ส่วนที่ ศูนย์ป้องกันโรคติดต่อ จ.สงขลาว่าที่ประชุมคณะกรรมการฯ สำนักงานสาธารณสุขรายงานสถนการณ์โรคโควิด-19 จ.สงขลา ไม่พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มเป็นวันที่ 14 คือยอดผู้ป่วยสะสม 56 ราย ผู้ป่วยทั่วไป 37 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 26 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 11 ราย ส่วนผู้ป่วยกลุ่มดาวะห์จากอินโดนีเซีย 19 ราย ยังรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลทั้งหมด และ 3 รายไม่พบเชื้อ ยังกักตัวอยู่ที่พรุค้างคาว อ.หาดใหญ่

รายงานข่าวว่าที่ประชุมยังได้พูดถึงแรงงานคนไทยจากประเทศมาเลเซียที่จะเดินทางเข้ามาด่านพรมแดนสะเดา วันที่ 18 เมษายน ประมาณ 100 คน ได้มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบไว้พร้อมทุกด้านแล้ว ที่สำคัญคือขั้นตอนของการตรวจคัดกรองโรคเคร่งครัด หากบว่าอาการกลุ่มเสี่ยงโควิดจะนำตัวสู่ขบวนการักษา ณ ห้องแยกเชื้อของโรงพยาบาลปาดังฯและสะเดาและ สถานการณ์ที่กักตัวใน จ.สงขลา ทั้ง 16 อำเภอจัดสถานที่รองรับไว้พร้อมแล้ว

นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการ จ.สงขลาเปิดเผยว่าแรงงานไทยที่กลับจากมาเลเซีย มีการกรองประวัติเสร็จให้อำเภอแต่ละอำเภอรับตัวไป ส่วนคนที่อยู่ต่างภูมิภาคจะใช้โรงแรมสาธิตแกรนด์วิวและโรงแรม M SOHO มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ส่วนผู้ที่มีภูมิลำเนาใน จ.ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ จ.สตูล กักตัวยังภูมิลำเนาเดิมทันที โดยมีการจัดรถนำส่งภายใต้การควบคุมดูแลเจ้าหน้าที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง