DBD-DSI ปูพรมตรวจนอมินีแหล่งท่องเที่ยวดัง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ว่า ทั้ง 2 หน่วยงานเห็นตรงกันว่าปัญหานอมินีกำลังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงทางธุรกิจของประเทศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวที่พบรูปแบบการถือหุ้นอำพรางและการดำเนินธุรกิจแทนคนต่างชาติอย่างแพร่หลาย
เบื้องต้น DBD และ DSI ได้สแกนข้อมูลบริษัทในพื้นที่เป้าหมายรวมกว่า 11,426 บริษัท เพื่อนำมาวิเคราะห์และจัดระดับความเสี่ยงว่าเข้าข่ายเป็น “บริษัทนอมินี” มากน้อยเพียงใด โดยจะเริ่มตรวจสอบจากกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงก่อน พร้อมกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงานอย่างชัดเจน
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีประชาชนร้องเรียนเข้ามาอย่างต่อเนื่องว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติบางส่วนรวมตัวกันเป็นเครือข่าย เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากธุรกิจและทรัพยากรในพื้นที่ โดยมีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนและเป็นที่เอือมระอาของคนในชุมชน
นอกจากนี้ ทั้ง 2 หน่วยงานจะประสานความร่วมมือกับพันธมิตรกว่า 20 หน่วยงาน เพื่อร่วมกันบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ทั้งด้านธุรกิจ ภาษี การเงิน การถือครองทรัพย์สิน และการฟอกเงิน เพื่อให้การตรวจสอบมีความรัดกุมและสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ล่าสุด DSI ตรวจพบทรัพย์สินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มธุรกิจต้องสงสัย โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว และเตรียมเสนอเข้าสู่การพิจารณาเป็นคดีพิเศษ ซึ่งพบผู้เกี่ยวข้องเบื้องต้นจำนวน 34 ราย
ทั้งนี้ ปฏิบัติการปราบปรามนอมินีจะไม่ได้จำกัดเพียงเกาะสมุยและเกาะพะงันเท่านั้น แต่จะขยายไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา และหัวหิน โดยย้ำแนวทาง “จับจริง ดำเนินคดีจริง” เพื่อป้องกันการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง และสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ประกอบการไทย
DBD และ DSI มองว่า ปัญหานอมินีถือเป็นปัญหาระดับชาติ เพราะนอกจากจะทำให้คนไทยเสียโอกาสทางธุรกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางการค้า การจัดเก็บภาษี ความโปร่งใสทางการเงิน และความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังอาจเชื่อมโยงกับการฟอกเงินและธุรกิจผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
