#saveรองเท้าแตะ สินค้าบ้าน ๆ ดูธรรมดา แต่ทำกำไรให้ไม่ธรรมดา

#saveรองเท้าแตะ สินค้าบ้าน ๆ ดูธรรมดา แต่ทำกำไรให้ไม่ธรรมดา
TeaC
12 เมษายน 2564 ( 14:50 )
2.9K
#saveรองเท้าแตะ สินค้าบ้าน ๆ ดูธรรมดา แต่ทำกำไรให้ไม่ธรรมดา

 

 

กลายเป็น Talk of the town สำหรับ ยูทูปเบอร์ ที่ออกมาแนะ "อย่าใส่รองเท้าแตะ" เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จนเกิดแฮชแท็ก #saveรองเท้าแตะ ไต่บนทวิตเตอร์ขึ้นอันดับ 1 มีคนรีทวิตกว่า 5 หมื่นครั้ง และดูทีท่าว่าจะเพิ่มจำนวนสูงเรื่อย ๆ  ล่าสุดยูทูปเบอร์ วลี "อย่าใส่รองเท้าแตะ" ออกมา "ขอโทษ" แล้ว

 

 

แต่รู้หรือไม่ว่า รองเท้าแตะ สินค้าธรรมดา ดูบ้าน ๆ แต่กำไรไม่ธรรมดาอย่างที่คิด วันนี้ TrueID รวบรวมธุรกิจ รองเท้าแตะ หรือรองเท้าลำลอง แบรนด์ชั้นนำของไทย ตลาดธุรกิจที่น่าสนใจ

 

จากตัวเลข ตลาดธุรกิจรองเท้า ปี 2563 เมื่อเทียบกับอัตราการซื้อรองเท้าแตะ หรือรองเท้าลำลองกับค่าเฉลี่ยในต่างประเทศยังพบว่าในต่างประเทศมีพฤติกรรมการซื้อรองเท้าลำลองมากถึง 4-7 คู่ต่อปีด้วยกัน

 

นั่นเพราะมนุษย์ทุกคนจำเป็นต้องใส่ รองเท้า 

 

ดังนั้น มาดูตัวเลขในตลาดรองเท้าลำลองระดับแมสที่มีราคา 100 บาท ขึ้นไป ถือเป็นตลาดรองเท้ากลุ่มหนึ่งที่มีการแข่งขันกันสูง จากคู่แข่ง 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ กีโต้ แกมโบล และ แอ๊ดด้า ที่คุ้นเคยในการใช้กันดี

 

 

รองเท้าแตะ รองเท้าบ้าน ๆ กำไรไม่ธรรมดา

 

รายได้ รองเท้าแตะ แกมโบล

 

  • ปี 2559  รายได้ 1,184.34 ล้านบาท กำไร 43.87 ล้านบาท
  • ปี 2560 รายได้ 1,227.02 ล้านบาท กำไร 48.25 ล้านบาท
  • ปี 2561 รายได้ 1,186.05 ล้านบาท กำไร 50.70 ล้านบาท

 

รายได้ รองเท้าแตะ กีโต้

 

  • ปี 2559 รายได้ 939.33 ล้านบาท  กำไร 42.58 ล้านบาท                              
  • ปี 2560 รายได้ 1,011.42 ล้านบาท กำไร 43.72 ล้านบาท
  • ปี 2561 รายได้ 1,011.02 ล้านบาท กำไร 52.26 ล้านบาท

 

รายได้ รองเท้าแตะ แอ๊ดด้า

 

  • ปี 2559 รายได้ 1,716.99 ล้านบาท กำไร 31.55 ล้านบาท                                
  • ปี 2560 รายได้ 1,863.23 ล้านบาท กำไร 46.64 ล้านบาท
  • ปี 2561 รายได้1,947.60 ล้านบาท กำไร 43.29 ล้านบาท

 

จะเห็นได้ว่า ตลาดรองเท้าแตะ หรือรองเท้าลำลอง มีการแข่งขันที่สูง และสามารถทำกำไรได้อย่างมาก แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิต ราคา ไปจนถึงการคำนึงถึงวัสดุ การปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยของผู้คน และหนึ่งในนั้นยังมีแบรนด์รองเท้าแตะยอดนิยมที่หลายคนรู้จักกันดี รองเท้าแตะ ตราช้างดาว และรองเท้าผ้าใบ นันยาง

 

โดย รองเท้าแตะตรา “ช้างดาว” รองเท้าแตะยางในตำนานของเมืองไทยที่ไม่มีใครไม่รู้จักถึงความทนทาน ซึ่งช้างดาว กับ รองเท้าผ้าใบนันยาง ต่างมีเจ้าของเดียวกัน ก่อตั้งบริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าหลายชนิด เช่น รองเท้าผ้าใบยี่ห้อ “หนำเอี๊ย” จากประเทศสิงคโปร์

 


จากเดิมรองเท้าผ้าใบนี้ชื่อว่า หนำเอี๊ย ที่เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แต่สามารถออกเสียงตามภาษาจีนกลาง ได้ว่า “หนันยาง”
และปรับให้คนไทยจำง่ายขึ้นเลยได้ชื่อว่า “นันยาง”

 

 

ในปี 2496 บริษัท นันยาง ก็ได้เป็นฐานการผลิตรองเท้าผ้าใบ ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และได้เริ่มการผลิตรองเท้าแตะ ตราช้างดาว ในปี 2499

 


รองเท้าแตะ ตราช้างดาว ทำมาจากยางพารา 100% ขายในราคาเพียงคู่ละ 99 บาท ช่วงแรกนั้นมี 2 สีคือ สีน้ำตาล และ สีน้ำเงิน ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภค ขณะที่ รายได้ในแต่ละปีก็ไม่ธรรมดา

 

ผลประกอบการของ บริษัท นันยางอุตสาหกรรม จำกัด

 

  • ปี 2559 มีรายได้ 928 ล้านบาท กำไร 229 ล้านบาท
  • ปี 2560 มีรายได้ 851 ล้านบาท กำไร 159 ล้านบาท
  • ปี 2561 มีรายได้ 1,006 ล้านบาท กำไร 262 ล้านบาท

 


ผลประกอบการของ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด

 

  • ปี 2559 มีรายได้ 1,017 ล้านบาท กำไร 15 ล้านบาท
  • ปี 2560 มีรายได้ 913 ล้านบาท กำไร 9 ล้านบาท
  • ปี 2561 มีรายได้ 1,107 ล้านบาท กำไร 27 ล้านบาท

 


โดยแบ่งสัดส่วนเป็นกลุ่มรองเท้าผ้าใบ 50% และกลุ่มรองเท้าแตะ 50% ตั้งแต่เริ่มวางขาย รองเท้าแตะช้างดาว ขายได้มากกว่า 100 ล้านคู่  และปีหนึ่งส่งออกไปยังประเทศในเอเชีย เช่น พม่า อินเดีย บังกลาเทศ ลาว อินโดนีเซีย ได้ถึง 300,000 คู่เลยทีเดียว

 

 

และปัจจุบัน ผู้ผลิตต่างปรับตัวมากขึ้น ทั้งในการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ทันสมัย และเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะเทรนด์สิ่งแวดล้อม จนเกิดรองเท้า  KHYA (ขยะ) เพื่อปลุกจิตสำนึกคนไทยลดขยะทางทะเล 

 


แน่นอนว่า รองเท้าแตะจากขยะมีราคาที่แพงกว่ากันถึง 4 เท่าตัว เนื่องจากกระบวนการผลิตของรองเท้าแตะคู่นี้ มีต้นทุนที่สูงกว่าการผลิตทั่วไป และยังเป็นรองเท้าแตะที่พยายามปลุกจิตสำนึกของผู้โภคให้ตระหนักถึงปัญหาขยะทางทะเลอีกด้วย

 

 

จะเห็นได้ว่า ตลาดธุรกิจรองเท้าแตะ หรือรองเท้าลำลอง หลายแบรนด์ชั้นนำต่างพยายามปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ ๆ และที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่มีหลากหลายกลุ่มได้มากขึ้นในการเข้าถึง จึงเป็นโจทย์ที่ไม่ง่ายในการทำธุรกิจ 

 

 

แต่ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ หากแบรนด์ชั้นนำปรับกลยุทธ์ให้ทันยุคสมัย ทันโลกที่นับวันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก็จะสามารถช่วงชิงตลาดและครองใจผู้บริโภคจนทำกำไรได้ในที่สุด

 

 

เพราะอย่างที่กล่าวข้างต้น รองเท้า ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่มนุษย์ต้องใช้

 

 

รองเท้าแตะ ไม่ใส่ไม่ได้เหรอ ?

 

 

เนื่องจาก เท้า เป็นอวัยวะภายนอกของมนุษย์ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง ปีนป่าย กระโดด การปกป้องเท้า จากเศษดิน สิ่งสกปรกเชื้อโรคต่าง ๆ หรือของมีคมบาดตำ รองเท้าแตะ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งทุกคนต้องมี ต้องใช้ เพื่อปกป้องเท้าของเรา 

 

 

งานนี้อย่าฟังใครมาบอกว่า อย่าใส่รองเท้าแตะ แล้วทำตามนะ เพราะเท้าเราต้องปกป้องให้ดีที่สุด และที่สำคัญใส่ให้เหมาะกับการไปสถานที่ต่าง ๆ ด้วยนะ

 

 

#saveรองเท้าแตะ

 

 

ข้อมูล : กระทรวงพาณิชย์ รายได้จากบริษัท แอ๊ดด้า ฟุตแวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด, ลงทุนแมน

 

 

ข่าวเกี่ยวข้อง :

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง