รีเซต

"แผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียม" รพ.อุดรธานี มั่นใจนวัตกรรมไทย ผลผ่าตัดราบรื่นกว่า 40 ราย ไร้ภาวะแทรกซ้อน

"แผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียม" รพ.อุดรธานี มั่นใจนวัตกรรมไทย ผลผ่าตัดราบรื่นกว่า 40 ราย ไร้ภาวะแทรกซ้อน
TNN ช่อง16
22 เมษายน 2569 ( 17:11 )
11

“รพ.อุดรธานี” เผยประสบการณ์ใช้นวัตกรรมไทย “แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม” พัฒนา-ผลิตโดยฝีมือคนไทย มั่นใจในคุณภาพ ช่วยร่นระยะเวลาการผ่าตัด-รักษาผู้ป่วยได้ แถมคงทน สวยงาม ลดเสี่ยงติดเชื้อ พร้อมยืนยันผลลัพธ์หลังผ่าตัดรักษาผู้ป่วยมากกว่า 40 ราย ไม่พบปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใด


นพ.สมสิทธิ์ นิธิธนนนต์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ สาขาศัลยกรรมประสาท โรงพยาบาลอุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดสมอง เนื่องด้วยสาเหตุต่างๆ ซึ่งที่พบบ่อยอย่างเช่น กรณีประสบอุบัติเหตุ มีภาวะติดเชื้อในสมอง เป็นฝี มีเนื้องอก สมองบวม หรือภาวะเลือดออกในสมอง ฯลฯ ที่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดนำกะโหลกศีรษะออก ภายหลังจากที่มีการผ่าตัดและรักษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในระยะเวลาประมาณ 4-6 เดือน เมื่อผู้ป่วยแข็งแรงดี หนังศีรษะดีขึ้นแล้ว ก็จะมีการให้ผู้ป่วยกลับมาใส่กะโหลกศีรษะเทียม


ทั้งนี้ ในอดีตแผ่นปิดกะโหลกศีรษะที่ใช้กับผู้ป่วยนั้น แพทย์จะเป็นผู้ที่ปั้นขึ้นเอง โดยนำวัสดุมาผสมกันให้เกิดความแข็งแรง แล้วนำไปทาบบริเวณกะโหลกศีรษะของผู้ป่วยเพื่อปรับออกมาให้เหมือนจริงมากที่สุด ซึ่งจะใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ต่อมาจึงได้มีการนำนวัตกรรมแผ่นปิดกะโหลกศีรษะจากวัสดุไทเทเนียม ที่ผลิตจากฝีมือคนไทยเข้ามาใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย


สำหรับขั้นตอนการรักษาผู้ป่วยด้วยแผ่นปิดกะโหลดศีรษะไททาเนียมนี้ จะเริ่มจากนำผู้ป่วยที่ไม่มีกะโหลกศีรษะไปสแกนสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT SCAN) และส่งข้อมูลสแกนนี้ไปให้ทางบริษัทเพื่อนำไปขึ้นรูปพิมพ์ 3 มิติ ที่มีความโค้ง นูน เว้า ตามสรีระสมองของผู้ป่วยมากที่สุด โดยจะใช้ระยะเวลาในการสื่อสารและจัดทำประมาณ 2 สัปดาห์ จากนั้นจะนำแบบมาประกบใส่ดูว่ามีความสวยงาม เหมาะสมเข้ากับศีรษะของผู้ป่วยหรือไม่ หรือต้องแก้ไขอะไรเพิ่มเติม ซึ่งหากเรียบร้อยดีทางบริษัทจะทำการผลิตออกมาแล้วส่งให้ทางโรงพยาบาล เพื่อทำการนัดหมายผู้ป่วยให้กลับเข้ามาใส่อีกครั้ง


“ข้อดีของไทเทเนียม คือมีน้ำหนักเบา และยังช่วยลดภาวะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความสะดวกสบายในกระบวนการรักษาที่จะรวดเร็วขึ้น เนื่องจากแผ่นปิดกะโหลกศีรษะถูกเตรียมไว้ก่อนแล้วค่อยนำมาใช้งานทีเดียว ร่นระยะเวลาในการผ่าตัดน้อยลง และจุดเด่นของการเป็นนวัตกรรมที่ผลิตขึ้นเองภายในประเทศ คือเราสามารถพูดคุยสื่อสารกับทางผู้ผลิตได้ง่าย เมื่อออกแบบมาแล้วมีความเหมาะสมกับคนไข้หรือไม่ ก็สามารถแก้ไขได้จนเหมาะกับลักษณะของคนไข้” นพ.สมสิทธิ์ กล่าว

นพ.สมสิทธิ์ กล่าวว่า รพ.อุดรธานี มีแพทย์ศัลยกรรมประสาทจำนวน 4 คน จึงเป็นโรงพยาบาลที่รองรับการส่งต่อมาจาก 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขตสุขภาพที่ 8 ทำให้มีจำนวนการผ่าตัดสมองที่สูง ซึ่งได้นำแผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียมนี้เข้ามาใช้รักษาผู้ป่วยช่วง 1-2 ปี เฉพาะยอดรวมของปี 2568 มีการผ่าตัดใช้งานแผ่นปิดกะโหลกศีรษะไททาเนียมไปแล้วกว่า 40 เคส ซึ่งมีผลลัพธ์ที่ดี ไม่เคยมีการพบภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อ หรือร่างกายไม่ตอบรับกับวัสดุไททาเนียมแต่อย่างใด


ขณะเดียวกันผู้ป่วยยังมีโอกาสเข้าถึงนวัตกรรมฯ นี้ได้มากขึ้น โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้บรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ สนับสนุนให้ผู้ป่วยเข้าถึงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ภายใต้ข้อบ่งชี้สำหรับกรณีที่สูญเสียกะโหลกศีรษะมากกว่า 10 เซ็นติเมตรขึ้นไป ร่วมกับมีการติดเชื้อ เช่น กลุ่มผู้ป่วยที่มีอุบัติเหตุ มีแผลถลอก แผลฉีกขาด หรือติดเชื้อ เป็นต้น รวมถึงล่าสุดทาง สปสช. ยังได้พยายามที่จะขยายข้อบ่งชี้เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงได้มากขึ้น


ขณะที่ น.ส.พรรณทิพา ใยศรีทอง อายุ 49 ปี ผู้ป่วยโรคเนื้องอกในสมองที่ใช้แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม กล่าวว่า จากประสบการณ์ในช่วงที่ใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพมหานคร ทั้งทำงานและเรียนไปด้วย ทำให้เกิดความเครียดสะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งในช่วงหลังสถานการณ์โควิด-19 ได้ย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ที่ จ.อุดรธานี และเริ่มมีอาการที่ผิดปกติ ทั้งอ่อนเพลีย เป็นลมบ่อย พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ปัสสาวะไม่เป็นที่ ฯลฯ จนในที่สุดจึงได้เข้ามาพบแพทย์ที่ รพ.อุดรธานี และพบว่ามีเนื้องอกในสมอง


“คุณหมอแจ้งว่าจะต้องผ่าตัดเนื้องอกที่พบในสมองออก จึงเข้าแอดมิดเพื่อรับการผ่าตัดรักษาในช่วงปลายปี 2567 และต่อมาในปี 2568 จึงได้เข้ามารับการปิดกะโหลกศีรษะ โดยใส่แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียมนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ใช้เวลาดูแลตัวเอง กินยาทุกวันตามที่คุณหมอสั่ง และมาติดตามการรักษาทุกครั้งที่คุณหมอนัด รวมทั้งกายภาพบำบัดด้วยตัวเอง ทั้งการนั่งสมาธิ สวดมนต์ภาวนาก่อนนอน โดยมีคนรอบข้างที่คอยเป็นกำลังใจและอยู่กับเราตลอดเวลา” น.ส.พรรณทิพา กล่าว

น.ส.พรรณทิพา กล่าวว่า หลังจากผ่าตัด รักษา และใส่แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียมไปแล้ว รู้สึกว่าร่างกายมีปฏิกิริยาที่ดีขึ้น มีการพัฒนาการเรียนรู้ที่ดีขึ้น สามารถเดินเหินได้เป็นปกติ อาบน้ำเองได้ ทานอาหารเองได้ ทำกายภาพบำบัดตัวเอง รวมถึงนอนหลับพักผ่อนได้ตามปกติ โดยไม่ได้มีอาการแพ้ไทเทเนียมหรือแพ้ยาใดๆ ขณะเดียวกันการใช้นวัตกรรมของประเทศไทย ก็มีความมั่นใจและเชื่อมั่นในคุณภาพ ว่าคนไทยนั้นเก่งและสามารถนวัตกรรมที่อาจไปไกลถึงในระดับโลกได้ รวมทั้งการที่บัตรทองให้สิทธินี้กับผู้ป่วยก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ที่จะช่วยให้คนไทยได้เข้าถึงและใช้นวัตกรรมนี้


ด้าน นพ.นพรัตน์ พันธุเศรษฐ์ ผู้อำนวยการ สปสช.เขต 8 อุดรธานี กล่าวว่า เมื่อผู้ป่วยถูกผ่าตัดสมองโดยนำแผ่นกะโหลกศีรษะออกไปแล้ว หลังจากที่รักษาตัวและหายจากโรคที่เป็นอยู่ ศีรษะบริเวณดังกล่าวจะเกิดรอยบุ๋มไม่สวยงาม จึงต้องทำการใส่แผ่นปิดกะโหลกเพื่อให้เกิดสภาพที่ปกติ ซึ่งเดิมแพทย์จะใช้อุปกรณ์ประยุกต์ที่อาจไม่สวยงามและใช้งานยาก ต้องใช้มือในการปั้น แต่ของใหม่ในปัจจุบันคือแผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม โดยใช้การสร้างภาพ 3 มิติ ที่ออกแบบมาให้พอดีเข้ากับสรีระของศีรษะส่วนนั้นๆ จึงทำให้เกิดความสวยงามกับผู้ป่วย และสะดวกกับแพทย์ในการใช้งาน


สำหรับแผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียม ก่อนหน้านี้เป็นนวัตกรรมจากต่างประเทศ ที่เราต้องนำเข้ามา มีราคาค่อนข้างแพง แต่ปัจจุบันคนไทยสามารถที่จะผลิตได้เอง นโยบายรัฐบาลจึงต้องการสนับสนุนและกระตุ้นให้เกิดการใช้ทรัพยากรภายในประเทศ โดย สปสช. จึงได้ร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ ซึ่งแผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียมเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่ สปสช. ดำเนินการสนับสนุน เพื่อให้แพทย์ผู้ใช้งานมีความมั่นใจ ซึ่งปัจจุบันเองก็ได้มีการนำไปใช้งานเพิ่มขึ้นในหลายๆ ที่ พร้อมกันนี้เสียงจากผู้ใช้งานจะถูกสะท้อนกลับไปยังบริษัท เพื่อให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ผู้ป่วยและดียิ่งขึ้นต่อไป


หมายเหตุ บุคคลในข่าวและภาพได้ให้ความยินยอมในการให้สัมภาษณ์และบันทึกภาพเพื่อใช้ในการเผยแพร่แล้ว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง