รีเซต

ธปท.จับตาหนี้ครัวเรือน-เตรียมพร้อมดูแลลูกหนี้

ธปท.จับตาหนี้ครัวเรือน-เตรียมพร้อมดูแลลูกหนี้
TNN ช่อง16
4 พฤษภาคม 2569 ( 12:30 )
16

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์หนี้ครัวเรือนอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการต่าง ๆ เพื่อรับมือผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางไว้แล้ว แต่จากการประเมินเบื้องต้น สถานการณ์ในปัจจุบันยังไม่ถึงขั้นต้องออกมาตรการต่าง ๆ ในระดับเดียวกับช่วงโควิด 


ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า หากพบสัญญาณใด ๆ ก็สามารถใช้มาตรการต่างๆ ได้ทันที อาทิ มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ฟ้า-ส้ม และโครงการโอนทรัพย์ ชำระหนี้ (Asset Warehousing) 


โดยหลังจากเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ธปท. พยายามเข้าไปดูแลไม่ให้หนี้ดีกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) มากขึ้น ผ่านการขอความร่วมมือให้ธนาคารรีบดำเนินการปรับปรุงหนี้ เช่น ลดการชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย รวมถึงใช้โครงการ SME Credit Boost หรือโครงการมีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง (SMEs Secure+) 


ผู้ว่าการธปท. กล่าวอีกว่า ในการรับมือกับสงครามตะวันออกกลางรอบนี้ การใช้นโยบายการคลังแบบเฉพาะเจาะจงเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด เนื่องจากสงครามรอบนี้สร้างผลกระทบด้านอุปทาน (Supply Shock) และมีลักษณะไม่เท่าเทียม (Uneven) โดยกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย และ SME ได้รับผลกระทบมากกว่า เช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน เช่น ภาคขนส่ง การท่องเที่ยว และปิโตรเคมี ได้รับผลกระทบหนักกว่าภาคส่วนอื่น ๆ

ขณะที่การใช้นโยบายการเงินกลับมีลักษณะเป็นเครื่องมือที่ไม่ละเอียด (Blunt Tool) ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจทั้งหมด ไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะจุดได้


นอกจากนี้ ธปท.ยังมีอีกมาตรการที่นำมาใช้ในยามจำเป็นได้ คือ การให้สถาบันการเงินลดเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (Financial Institutions Development Fund หรือ FIDF) เนื่องจากกลไกการลดเงินนำส่ง FIDF สามารถลดดอกเบี้ยเงินกู้ได้เช่นกัน


ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบการปรับลดอัตราเงินนำส่งกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) สำหรับรอบการนำส่งปี 2569 จากร้อยละ 0.46 เหลือร้อยละ 0.32 ของฐานเงินฝากต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี เป็นเงิน 2.34 หมื่นล้าน โดยเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เป็นกลไกใหม่ในการเติมสภาพคล่องผ่าน 2 โครงการหลัก แบ่งเป็นโครงการ ‘SME Credit Boost’ วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ส่วนวงเงินที่เหลืออีก 3 พันล้านบาท จะถูกใช้ในมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรงระดับ 4 ผ่านการพักชำระเงินต้นและยกเว้นดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 1 ปี เพื่อลดภาระหนี้และประคองสภาพคล่องให้กับลูกหนี้ในพื้นที่ประสบภัย


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง