โบรกฯ มองหุ้นกลุ่มไหนรับผลกระทบจาก SCB ปรับโครงสร้าง

โบรกฯ มองหุ้นกลุ่มไหนรับผลกระทบจาก SCB ปรับโครงสร้าง
ทันหุ้น
23 กันยายน 2564 ( 12:23 )
41
โบรกฯ มองหุ้นกลุ่มไหนรับผลกระทบจาก SCB ปรับโครงสร้าง

 

ทันหุ้น-บล.เคทีบีเอสที ระบุว่าการที่ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ปรับโครงสร้างองค์กร และจัดตั้บริษัทโฮลดิ้ง คือ SCBX ผ่านการโอนย้ายธุรกิจจาก SCB ให้อยู่ภายใต้ SCBX จำนวน 9 บริษัท และจัดตั้งบริษัทใหม่จำนวน 5 บริษัท มองว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าว จะทำให้สินเชื่อผู้ประกอบการไฟแนนซ์มีโอกาสที่จะขยายตัวต่ำคาดจากการแข่งขันที่สูงขึ้น โดยฝ่ายวิจัยมองเป็นลบเล็กน้อยต่อผู้ประกอบการสินเชื่อกลุ่มไฟแนนซ์ จากผลกระทบทางอ้อมที่ทำให้สินเชื่อมีโอกาสที่จะขยายตัวน้อยกว่าคาด 

 

ภายหลังที่บริษัทย่อยของ SCBX ได้ปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วง 2-3 ปี หนุนโดยความรวดเร็วในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของธนาคาร , ความสามารถในการกู้ยืมเงินมาดำเนินธุรกิจ และทำให้ปล่อยกู้ได้สูงขึ้น และได้รับการสนับสนุนข้อมูล และการวิเคราะห์เชิงลึกจาก Data X ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน 

 

ฝ่ายวิจัยประเมินว่าบริษัทย่อยของ SCBX ที่จะกระทบผู้ประกอบการไฟแนนซ์ได้แก่ 

 

-Card X ที่ได้แยกธุรกิจสินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคลจากธนาคาร กระทบต่อหุ้น AEONTS และ KTC 

 

-Auto X จากการเริ่มดำเนินธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ เบื้องต้นคาดว่า Auto X จะเน้นการปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ และรถยนต์ที่ SCB มีความเชี่ยวขาญเดิม กระทบต่อ MTC, AMANAH, TIDLOR และ SAWAD

 

-Alpha X ที่ได้ร่วมมือตั้งเป็น JV กับบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด สำหรับการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถ  Supercar และ Big bike กระทบ THANI

 

ในระยะสั้นประเมินว่าทุกๆ สินเชื่อที่ได้รับผลกระทบที่ลดลง -1% จะกระทบต่อกำไรสุทธิปี 2565 จากมากไปน้อยได้แก่ AEONTS, MTC, AMANAH, TIDLOR, KTC, SAWAD และ THANI ขณะที่ระยะยาวฝ่ายวิจัยขอดูแนวโน้มของธุรกิจ Card X, Auto X และ Alpha X ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของกลุ่มไฟแนนซ์ ในด้านต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำ นโยบายการแข่งขันด้านราคาและช่องทางการหาลูกค้า 

 

ฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นไฟแนนซ์ เท่ากับตลาด จากแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2564 ที่ยังได้รับแรงกดดันจาก Loan yield ที่ต่ำ, ยอดการใช้จ่าย และสินเชื่อบัตรเครดิต ที่จะหดตัวในไตรมาส 3/64 จากการล็อคดาวน์, ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่จะเพิ่มขึ้นจาก  incentive fee ที่สูงขึ้น เพื่อกระตุ้นการติดตามหนี้ และเพิ่มยอดปล่อยสินเชื่อในช่วงที่มีการระบาดโควิด-19 ทั้งนี้ Top pick คือ Singer จากสินเชื่อที่จะขยายตัว ตามฐานเงินทุนที่เพิ่มขึ้น และคาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาดำเนินงานของ Auto อย่างมีนัย และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ต่ำ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง