โลกเผชิญปัญหาสลับขั้วจาก"คนล้นโลก"เป็น"เด็กเกิดน้อย

โลกกำลังเปลี่ยนจากยุคที่เคยกังวลเรื่อง “ประชากรล้นโลก” มาสู่โจทย์ใหม่ที่กำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ นั่นคือ “เด็กเกิดน้อย”ข้อมูลจากสหประชาชาติ หรือ UN ระบุว่า ปัจจุบัน 55% ของประเทศทั่วโลก มีอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำกว่าระดับทดแทนที่ 2.1 คนต่อผู้หญิง 1 คน และเกือบ 1 ใน 5 ของประเทศ มีอัตราการเจริญพันธุ์ต่ำกว่า 1.4 ซึ่งเป็นระดับที่ประชากรมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว
เกาหลีใต้ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด โดยปี 2024 มีอัตราการเจริญพันธุ์เพียง 0.75 และขยับขึ้นมาอยู่ที่ 0.80 ในปี 2025 แต่ก็ยังห่างจากระดับทดแทน 2.1 อย่างมาก ขณะที่ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง รวมถึงหลายประเทศในยุโรป ต่างเผชิญปัญหาเด็กเกิดน้อยมาเป็นเวลานาน ส่วนประเทศไทยก็เดินเข้าสู่เส้นทางเดียวกัน โดยอัตราการเจริญพันธุ์ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.2 และจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่ต่อเนื่องหลายปี ปัญหานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่อง “คนเกิดน้อยลง” แต่กำลังกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจโดยตรง เพราะเด็กที่ไม่ได้เกิดในวันนี้ ก็คือแรงงาน ผู้เสียภาษี ผู้บริโภค และผู้ประกอบการที่หายไปจากระบบเศรษฐกิจในอนาคต
ขณะเดียวกัน เมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ภาระของคนวัยทำงานก็สูงขึ้นตาม ทั้งค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการ บำนาญ และสาธารณสุข หลายประเทศจึงพยายามแก้ปัญหาด้วยมาตรการสนับสนุนครอบครัว ทั้งเงินอุดหนุนเด็ก การรักษาภาวะมีบุตรยาก ศูนย์เด็กเล็ก สิทธิลาเลี้ยงดูบุตร การทำงานแบบยืดหยุ่น รวมถึงมาตรการด้านภาษีและที่อยู่อาศัย
แต่บทเรียนสำคัญคือ “เงินอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ” อย่างเช่นกรณีของเกาหลีใต้ แม้รัฐบาลใช้งบประมาณจำนวนมากและออกมาตรการสนับสนุนครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง แต่อัตราการเกิดก็ยังอยู่ในระดับต่ำมาก เพราะสุดท้ายแล้ว การตัดสินใจมีลูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินอุดหนุนเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับค่าครองชีพ ราคาที่อยู่อาศัย ความมั่นคงในการทำงาน ชั่วโมงการทำงาน และภาระการเลี้ยงดูบุตร
ดังนั้น นโยบายประชากรอาจต้องเปลี่ยนคำถามจาก “ทำอย่างไรให้คนมีลูกมากขึ้น” มาเป็น “ทำอย่างไรให้คนที่อยากมีลูก สามารถมีลูกได้” ต้องลดต้นทุนและอุปสรรคตั้งแต่การตั้งครรภ์ การเลี้ยงดู ไปจนถึงการทำงานและการใช้ชีวิตของครอบครัว ขณะเดียวกัน ประเทศก็ไม่สามารถแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มจำนวนประชากรเพียงอย่างเดียว
สำหรับประเทศไทย การส่งเสริมให้คนมีลูกยังจำเป็น แต่ต้องเดินควบคู่กับการสร้าง “คุณภาพของคน”เพราะในโลกที่ประชากรลดลง ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจอาจไม่ใช่ประเทศที่มีคนมากที่สุด
แต่เป็นประเทศที่สามารถทำให้คนที่มีอยู่ สร้างมูลค่าได้มากที่สุดนี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของไทยว่า จะทำอย่างไรให้คนอยากสร้างครอบครัว ขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อได้ แม้จำนวนประชากรจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
ไปดูที่สิงคโปร์ปัญหาเด็กเกิดน้อยกำลังเข้าสู่โจทย์ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัญหาอาจไม่ได้อยู่แค่เรื่อง “เลี้ยงลูกแพง” แต่คือ คนจำนวนหนึ่งกำลังเลือกที่จะ “ไม่มีลูกตั้งแต่แรก”
ผลสำรวจ YouGov ล่าสุดในเดือนกรกฎาคม จากชาวสิงคโปร์อายุ 18–44 ปี จำนวน 496 คน พบว่า 23% ระบุว่า ปัจจุบันไม่มีลูก และไม่มีแผนจะมีลูกในอนาคต ใกล้เคียงกับผลสำรวจเมื่อปี 2023 ที่อยู่ที่ 25%ที่น่าสนใจคือ 30% บอกว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการอะไร ก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาเต็มใจมีลูกมากขึ้นได้
นี่จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลสิงคโปร์ เพราะแม้รัฐจะออกมาตรการช่วยเหลือครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเงินอุดหนุนการมีบุตร เงินช่วยเหลือเด็ก เงินสนับสนุนด้านสุขภาพ ค่าเล่าเรียนอนุบาล และการลดค่าบริการศูนย์รับเลี้ยงเด็ก แต่คนจำนวนหนึ่งก็ยังไม่เปลี่ยนใจ
ขณะที่อัตราเจริญพันธุ์รวมของผู้มีถิ่นพำนักในสิงคโปร์ ปี 2025 ลดลงเหลือเพียง 0.87 จาก 0.97 ในปี 2024 ถือเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และอยู่ในกลุ่มต่ำที่สุดของโลกเป็นอันดับสองรองจากเกาหลีใต้ รัฐบาลจึงพยายามแก้โจทย์ให้ลึกกว่าเดิม โดยมาตรการใหม่ที่นายกรัฐมนตรีลอว์เรนซ์ หว่อง ประกาศเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมจะมุ่งช่วยพ่อแม่ตั้งแต่เด็กเกิดไปจนถึงเติบโต ไม่ใช่ช่วยเฉพาะช่วงตั้งครรภ์หรือแรกเกิด
หนึ่งในมาตรการคือ เพิ่มสิทธิลาดูแลบุตร โดยพ่อแม่ที่มีลูก 1 คน จะได้ลา 8 วันต่อปี หากมีลูก 2 คน ได้ 10 วัน และถ้ามีลูกตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้ 12 วันต่อปี สำหรับการดูแลลูกอายุไม่เกิน 12 ปี ด้านเงินช่วยเหลือ เด็กแรกเกิดแต่ละคนจะได้รับการสนับสนุนรวมเกือบ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท จนถึงอายุ 17 ปี โดยเริ่มจากเงินก้อนแรก 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 257,000 บาท
รัฐบาลยังตั้งเป้าลดค่าบริการศูนย์ดูแลเด็กเต็มวันเหลือ 150 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน และค่าดูแลทารกเหลือ 300 ดอลลาร์ต่อเดือน โดยไม่ขึ้นกับรายได้ของพ่อแม่ พร้อมเพิ่มเงินอุดหนุนสำหรับครอบครัวรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีจึงจะเห็นชัดว่า มาตรการชุดใหม่นี้จะหยุดการลดลงของอัตราเกิดได้หรือไม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
