งานวิจัยชี้จีนปลูกต้นไม้มหาศาล แต่ผลข้างเคียงคือฝนไม่ตกที่เดิม!

นโยบายปลูกป่าขนาดใหญ่ของจีนซึ่งดำเนินมาอย่างยาวนาน ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่า ความพยายามดังกล่าวไม่เพียงช่วยชะลอการเสื่อมโทรมของผืนดินและต่อสู้กับโลกร้อนเท่านั้น หากยังส่งผลต่อระบบน้ำของประเทศในลักษณะที่คาดไม่ถึง และเกิดความเหลื่อมล้ำในบางพื้นที่
ภายใต้โครงการ “กำแพงสีเขียวขนาดใหญ่” หรือ Great Green Wall จีนได้ขยายพื้นที่ป่าและฟื้นฟูทุ่งหญ้าอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในพื้นที่แห้งแล้งทางตอนเหนือ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ส่งผลแค่ภาพภูมิประเทศ แต่ยังเปลี่ยนวิธีการหมุนเวียนของน้ำระหว่างพื้นดินและชั้นบรรยากาศ
นักอุตุนิยมวิทยา “เจนนิเฟอร์ เกรย์” อธิบายว่า ปัจจัยสำคัญคือกระบวนการที่เรียกว่า “การคายน้ำและการระเหย” ซึ่งเป็นการที่ต้นไม้ดูดน้ำจากดินผ่านราก แล้วปล่อยไอน้ำออกสู่บรรยากาศผ่านใบไม้ เปรียบเสมือนปั๊มธรรมชาติของโลก เมื่อจีนปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นหลายพันล้านต้น ปั๊มเหล่านี้ก็เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล
ข้อมูลระบุว่า ในช่วงกว่า 50 ปีที่ผ่านมา จีนสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าได้มากถึงร้อยละ 15 ส่งผลให้มีความชื้นจำนวนมากถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศอย่างต่อเนื่อง แม้ในพื้นที่ที่แทบไม่มีฝนตก
ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Earth’s Future พบว่า ระหว่างปี 2001–2020 ปริมาณน้ำจืดที่ใช้งานได้ลดลงในพื้นที่มรสุมภาคตะวันออกของจีนและเขตแห้งแล้งทางตะวันตกเฉียงเหนือ ขณะที่บริเวณที่ราบสูงทิเบตกลับมีน้ำเพิ่มขึ้น
นักวิจัยระบุว่า ต้นไม้สามารถดึงน้ำจากชั้นดินลึกขึ้นมาได้ และปล่อยความชื้นสู่บรรยากาศในพื้นที่ที่ไม่ได้มีฝนตกโดยตรง อีกทั้งลมและกระแสอากาศยังสามารถพาความชื้นเคลื่อนที่ไกลกว่า 4,000 ไมล์ ทำให้ฝนไปตกในพื้นที่ที่ห่างไกลจากจุดปลูกป่า
ผลที่ตามมาคือ บางพื้นที่ที่มีการปลูกต้นไม้กลับแห้งแล้งลง ขณะที่บางพื้นที่ซึ่งอยู่ไกลออกไปกลับมีฝนเพิ่มขึ้น เกิดการกระจายน้ำที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกษตรกร ชุมชนขนาดเล็ก และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง ทั้งในรูปแบบภัยแล้งและน้ำท่วม
ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า แม้การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวจะให้ประโยชน์อย่างมหาศาลต่อสิ่งแวดล้อมและโลกโดยรวม แต่ผลกระทบในระดับท้องถิ่นจำเป็นต้องได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยต้องมีการทำงานร่วมกันระหว่างนักผังเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำ
งานวิจัยชิ้นนี้จึงเป็นทั้งสัญญาณแห่งความหวังและคำเตือน ว่าการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศต้องคำนึงถึงความสมดุล เพื่อไม่ให้ประโยชน์ในพื้นที่หนึ่ง กลายเป็นต้นทุนของอีกพื้นที่หนึ่งในที่สุด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
