เตือน หลังน้ำลดระวัง “โรคไข้ฉี่หนู” แนะสวมรองเท้าบูต–ถุงมือยาง ขณะทำความสะอาดบ้าน

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า 10 ตุลาคม 2569 ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย ประชาชนจำนวนมากจะทยอยกลับเข้าบ้านเรือนเพื่อสำรวจความเสียหาย ทำความสะอาดบ้านเรือนและพื้นที่โดยรอบ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้อาจทำให้ต้องสัมผัสน้ำขัง ดินโคลน หรือสิ่งปฏิกูลที่ปนเปื้อนเชื้อโรค จึงขอให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคควบคู่ไปกับการฟื้นฟูบ้านเรือน
โรคไข้ฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซิส เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเลปโตสไปรา ซึ่งอาจปนเปื้อนอยู่ในน้ำหรือดินที่สัมผัสปัสสาวะของสัตว์ที่มีเชื้อ โดยเฉพาะหนู รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิด เมื่อประชาชนสัมผัสน้ำหรือโคลนที่ปนเปื้อนเชื้อ เชื้ออาจเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผลหรือรอยถลอก แม้เป็นแผลขนาดเล็กที่มองเห็นได้ยาก รวมถึงผิวหนังที่แช่น้ำเป็นเวลานาน และเยื่อบุตา จมูก หรือปาก ความเสี่ยงจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่ต้องลุยน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ที่ทำความสะอาดบ้านเรือนหรือพื้นที่โดยรอบหลังน้ำลดด้วย
กรมควบคุมโรคขอแนะนำให้ประชาชนเตรียมอุปกรณ์ป้องกันให้พร้อมก่อนเริ่มทำความสะอาดบ้าน โดยสวมรองเท้าบูตและถุงมือยาง หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าหรือสัมผัสโคลนโดยตรง และไม่ควรลุยน้ำหรือแช่น้ำเป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น พร้อมทำความสะอาดและกำจัดขยะอย่างถูกสุขลักษณะ รวมถึงจัดการพื้นที่ไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนูและสัตว์พาหะนำโรค นอกจากนี้ หลังทำความสะอาดบ้านหรือสัมผัสน้ำและโคลน ควรรีบอาบน้ำและล้างร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที รวมถึงล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนรับประทานอาหารหรือสัมผัสใบหน้า
สำหรับอาการของโรคไข้ฉี่หนู มักปรากฏภายในประมาณ 2 สัปดาห์หลังสัมผัสเชื้อ โดยอาการสำคัญที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อหรือกดเจ็บตามกล้าเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง ต้นขา หรือหลัง บางรายอาจมีตาแดง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ตัวเหลือง ตาเหลือง ในกรณีที่มีอาการรุนแรงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตวาย เลือดออกผิดปกติ ไอเป็นเลือด หรือหายใจลำบาก ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งนี้ หากประชาชนมีประวัติลุยน้ำหรือสัมผัสโคลนหลังน้ำท่วม แล้วมีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อภายใน 2 สัปดาห์ ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือโคลนอย่างชัดเจน ไม่ควรรอดูอาการหรือซื้อยารับประทานเอง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
กรมควบคุมโรคเน้นย้ำว่า แม้น้ำจะลดลงและประชาชนสามารถกลับเข้าบ้านได้ตามปกติแล้ว แต่ความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่ปนเปื้อนในน้ำและโคลนอาจยังคงอยู่ ขอให้ประชาชนไม่ละเลยการสวมอุปกรณ์ป้องกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและโคลนโดยตรง รักษาความสะอาดของร่างกายและสิ่งแวดล้อม พร้อมหมั่นสังเกตอาการเจ็บป่วยของตนเองและคนในครอบครัว หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อ หลังสัมผัสน้ำหรือโคลน ควรรีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือโคลนให้แพทย์ทราบ ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
