"สภาพัฒน์" หั่น GDP เหลือร้อยละ 1.3 คาดราคาน้ำมัน 150 เหรียญ// ย่อโลกค่ำ 3 มีค

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางว่า ได้มีการประเมินความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยใหม่ จากเดิมที่คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ไว้ที่ 2%
ทั้งนี้ โดยกรณีฐาน หากสถานการณ์ยุติลงภายใน 1 เดือน คาดว่า GDP ไทยจะชะลอตัวลงเหลือ 1.6% แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้อและลุกลามจนกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเฉพาะการปิด ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ อย่างเต็มรูปแบบ เศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงจะขยายตัวได้เพียง 1.3%
เลขาธิการ สศช. ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สัดส่วนสูงของโลก หากเกิดการปิดเส้นทางดังกล่าว จะกระทบอุปทานน้ำมันโลกอย่างรุนแรง และอาจผลักดันราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งแตะระดับ 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผ่านต้นทุนมายังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ เพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพ ภาคขนส่ง และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ ซึ่งอาจซ้ำเติมกำลังซื้อและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง
สำหรับมาตรการภายในประเทศ ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีฐานะเป็นบวกประมาณ 2,000 ล้านบาท และเตรียมความพร้อมในการนำเงินกองทุนเข้ามาช่วยพยุงราคาขายปลีก หากราคาน้ำมันพุ่งเกิน 35 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเป็นระดับที่ต้องเริ่มพิจารณาเข้าแทรกแซง
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยืดเยื้อจนวงเงินกองทุนไม่เพียงพอ รัฐบาลอาจต้องพิจารณามาตรการเสริมอื่นเพิ่มเติม เช่น การบริหารโครงสร้างภาษีสรรพสามิต หรือแนวทางช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เหมือนที่เคยดำเนินการในช่วงวิกฤตราคาพลังงานที่ผ่านมา
นายดนุชา ยอมรับว่า การคาดการณ์สถานการณ์ในระยะต่อไปทำได้ยาก เนื่องจากปัจจัยต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน โดยตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางและระยะเวลาของความขัดแย้ง ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะท่าทีของ สหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ ภาครัฐจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในระยะถัดไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
