รัฐบาลเดินหน้าปรับโครงสร้างค่าไฟ เล็งเจรจาแก้สัญญารับซื้อไฟฟ้า ลดภาระประชาชน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาโครงสร้างค่าไฟฟ้าว่า ภายหลังคณะกรรมการพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดจากการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน ซึ่งมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาแนวทางปรับปรุงสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม โดยมีเป้าหมายลดภาระค่าไฟของประชาชนผ่านการปรับโครงสร้างต้นทุนในระยะยาว
รัฐบาลย้ำว่า นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้การดำเนินงานทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างรอบคอบ อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย และคำนึงถึงผลกระทบในทุกมิติ เพื่อให้การปรับโครงสร้างเกิดความสมดุลทั้งต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และระบบพลังงานของประเทศ
นางสาวรัชดา ระบุว่า นายปกรณ์ได้ชี้แจงว่า แนวทางของคณะกรรมการฯ สอดคล้องกับความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุด ที่เห็นว่าสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างรัฐกับเอกชนเป็นสัญญาทางปกครอง ซึ่งรัฐสามารถดำเนินการได้เพื่อประโยชน์สาธารณะ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ เห็นว่าการเปิดการเจรจากับภาคเอกชนเพื่อปรับปรุงเงื่อนไขสัญญา เป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า เนื่องจากสามารถสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน ควบคู่กับการรักษาความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและหลักนิติธรรม
คณะกรรมการฯ ยังเห็นว่ามีเงื่อนไขบางประการในสัญญาที่ควรได้รับการทบทวน โดยเฉพาะข้อกำหนดที่ทำให้สัญญามีผลต่อเนื่องโดยไม่มีโอกาสกลับมาเจรจาใหม่ ทั้งที่ต้นทุน เทคโนโลยี และสภาพตลาดพลังงานได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก รวมถึงข้อเสนอให้พิจารณาปรับองค์ประกอบของราคารับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน
หลังจากนี้ คณะกรรมการฯ จะเสนอผลการพิจารณาต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อกำหนดเป็นนโยบาย ก่อนมอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการหารือกับคู่สัญญา เพื่อหาแนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ใช่มาตรการระยะสั้น และไม่มุ่งกระทบบรรยากาศการลงทุน แต่เป็นการปรับโครงสร้างต้นทุนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากค่าไฟที่เป็นธรรม ขณะเดียวกันประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการเคารพกฎหมายและสัญญา พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
รัฐบาลยืนยันว่า การปรับปรุงสัญญาในครั้งนี้ไม่ใช่การเปลี่ยนกติกาย้อนหลัง แต่เป็นการเปิดการเจรจาบนพื้นฐานของกฎหมายและความสมัครใจ เพื่อให้สัญญาสอดคล้องกับต้นทุนและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเชื่อว่าการลดค่าไฟและการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนสามารถดำเนินควบคู่กันได้ หากทุกฝ่ายร่วมกันหาแนวทางที่เป็นธรรม โปร่งใส และยึดประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
