รีเซต

มช. ผนึก เครือซีพี พัฒนา “FireMan Tracker” หนุนภารกิจรับมือไฟป่า-PM2.5

มช. ผนึก เครือซีพี พัฒนา “FireMan Tracker” หนุนภารกิจรับมือไฟป่า-PM2.5
TNN ช่อง16
9 เมษายน 2569 ( 17:39 )
29

 ท่ามกลางวิกฤตไฟป่าและหมอกควันที่เกิดซ้ำทุกปีในภาคเหนือ ข้อมูลจาก GISTDA ระบุว่า ในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมาเกิดจุดความร้อน (Hotspots) หลายหมื่นจุด ขณะที่ค่าฝุ่น PM2.5 จากกรมควบคุมมลพิษพุ่งสูงเกินมาตรฐานในหลายพื้นที่ของจังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง ขณะเดียวกัน อาสาสมัครดับไฟป่าหลายพันคนซึ่งเป็นกำลังหลักในพื้นที่ กลับต้องปฏิบัติงานในป่าลึกที่ขาดการสื่อสาร ทำให้การติดตามสถานการณ์และการช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นไปอย่างจำกัด 

ล่าสุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ อำเภออมก๋อย และเครือเจริญโภคภัณฑ์ นำเทคโนโลยี “LoRa Mesh” มาพัฒนาเป็นระบบติดตามอาสาดับไฟ “FireMan Tracker” และทดลองใช้งานจริงในพื้นที่ “ซีพีพัฒนา–อมก๋อยโมเดล” เพื่อปิดจุดอับสัญญาณในป่า ยกระดับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่าในพื้นที่เสี่ยง

ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ (UNISERV) และหัวหน้าศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCDC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกับทีมวิจัย และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท พัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนการทำงานของชุดปฏิบัติการภาคสนาม หรือ อาสาสมัครดับไฟป่า 

โดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยี LoRa Mesh ในพื้นที่อับสัญญาณ ระบบสื่อสารนี้อาศัยการตั้งสถานีส่งสัญญาณในระดับอำเภอ และออกแบบการเชื่อมต่อในรูปแบบโครงข่าย (Mesh Network) เพื่อใช้เป็นช่องทางหลักในการรับส่งข้อมูลและติดตามพิกัด (GPS) ของอาสาดับไฟ ทำให้ศูนย์สั่งการสามารถระบุตำแหน่งของผู้ปฏิบัติงานได้อย่างแม่นยำแม้ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือ

จุดเด่นและผลลัพธ์ของการพัฒนาระบบ ได้แก่ ความเสถียรของโครงข่ายในพื้นที่ห่างไกล รูปแบบ Mesh Network ช่วยให้สัญญาณสามารถเชื่อมต่อถึงกันได้ เอื้อต่อการส่งข้อมูลในภูมิประเทศที่ซับซ้อน จากการทดสอบใช้งานจริงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าระบบสามารถทำงานในจุดอับสัญญาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับในการพัฒนาระบบในอนาคต นอกเหนือจากการระบุพิกัดตำแหน่ง ระบบนี้ได้ถูกวางแผนให้สามารถรองรับการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ และประเมินข้อมูลสุขภาพเบื้องต้นของอาสาดับไฟ เพื่อการดูแลความปลอดภัยอย่างรอบด้าน 

การนำเทคโนโลยี LoRa Mesh มาใช้ในพื้นที่อำเภออมก๋อย ถือเป็นแนวทางในการนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างความมั่นใจและเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้กับเจ้าหน้าที่และอาสาดับไฟในการปฏิบัติภารกิจ

“พื้นที่อำเภออมก๋อยมีลักษณะเป็นภูเขาสูงชันและมีจุดอับสัญญาณจำนวนมาก  ที่ผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปในพื้นที่ป่าลึก ศูนย์บัญชาการไม่สามารถติดตามสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน เทคโนโลยีนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาจุดนี้โดยเฉพาะ”  ศาสตราจารย์ปฏิบัติ ดร.เศรษฐ์ สัมภัตตะกุล กล่าวเพิ่มเติม 

ทั้งนี้จากการติดตั้งและทดสอบภาคสนามในพื้นที่จริง พบว่าระบบสามารถทำงานได้ใน “จุดบอด” ของการสื่อสาร โดยอาสาดับไฟสามารถส่งข้อมูลตำแหน่งและสถานะกลับมายังศูนย์บัญชาการได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การติดตามสถานการณ์ การสั่งการ และการช่วยเหลือฉุกเฉินมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้านนายปรีชาพล พูลทวี นายอำเภออมก๋อย กล่าวว่า “ที่ผ่านมา เราไม่สามารถรู้ได้แบบเรียลไทม์ว่าเจ้าหน้าที่อยู่ตรงไหนในป่าลึก หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะช่วยเหลือได้ยาก ระบบนี้ช่วยปิดช่องว่างดังกล่าว ทำให้การดูแลกำลังพลและการสั่งการมีประสิทธิภาพขึ้นอย่างชัดเจน” ในระยะนำร่อง ได้มีการติดตั้งอุปกรณ์ LoRa Mesh ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงในอำเภออมก๋อย โดยอุปกรณ์จะเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่าย ทำให้ข้อมูลสามารถส่งต่อกันจนถึงศูนย์บัญชาการ แม้ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ

 นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “การจัดการไฟป่าและ PM2.5 จำเป็นต้องอาศัยทั้งข้อมูล เทคโนโลยี และการทำงานภาคสนามร่วมกัน การนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยให้เรามองเห็นสถานการณ์จริงในพื้นที่ป่าลึก ถือเป็นการยกระดับการบริหารจัดการ และช่วยลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงาน”

ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนการนำงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริงในพื้นที่ โดยมีการสนับสนุนจากภาคเอกชนในการผลักดันให้เกิดการทดลองและใช้งานภาคสนาม ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้เทคโนโลยีสามารถสร้างผลลัพธ์ได้จริง นอกจากนี้ ระบบยังมีแผนต่อยอด ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลกับจุดความร้อน (Hotspots) การสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ และการติดตามข้อมูลสุขภาพของอาสาดับไฟ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน

นายกฤตยรัฐ ปารมี ผู้ช่วยเลขาธิการ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท กล่าวว่า “มูลนิธิฯ ทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่อมก๋อยมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ ‘ซีพีพัฒนา–อมก๋อยโมเดล’ ซึ่งมุ่งสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การสนับสนุนนวัตกรรม LoRa Mesh เข้ามาใช้ในครั้งนี้จึงเป็นการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีเข้ากับการปฏิบัติงานของอาสาดับไฟป่าจริงในพื้นที่ 

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติหน้าที่” ความเคลื่อนไหวในพื้นที่อมก๋อยครั้งนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างของการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน ในการนำเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งลดความเสี่ยงของผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า และเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่าในพื้นที่เสี่ยงของประเทศ

#ซีพีร้อยเรียงความดี
#ร้อยเรียงความดีซีพีไฟต์หมอกควัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง