"สีสด" ยกระดับข้าวไทย ด้วยนวัตกรรมสู่แบรนด์สุขภาพ อยู่ในใจคนรุ่นใหม่

จากธุรกิจครอบครัวด้านเครื่องจักรการเกษตร สู่การสร้างนวัตกรรมหลังการเก็บเกี่ยว และแบรนด์ “สีสด” ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้ข้าวไทย วัชรา ลี้โกมลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท CLP ผู้หญิงที่มีความเชื่อว่า ธุรกิจที่ยั่งยืนไม่ได้เริ่มจากการมองว่าจะขายอะไร แต่ต้องเริ่มจากการเข้าใจว่าปัญหาคืออะไร และจะใช้นวัตกรรมเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร
เส้นทางของ วัชรา ลี้โกมลชัย ไม่ได้เริ่มต้นจากการสร้างแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค แต่เริ่มจากธุรกิจครอบครัวที่ทำเกี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วนและเครื่องจักรด้านการเกษตร ซึ่งเป็นธุรกิจที่ยังดำเนินอยู่จนถึงวันนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน เมื่อเธอมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกอุตสาหกรรม และเชื่อว่าธุรกิจจำเป็นต้องขยายไปสู่ตลาดใหม่ โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่มีความเชื่อมโยงกับคนจำนวนมากในสังคม
“การเกษตรเป็นตลาดที่มีความสำคัญกับประเทศ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นตลาดที่มีข้อจำกัดด้านกำลังซื้อ เราจึงคิดว่าถ้าจะเข้าไปทำธุรกิจ เราอยากสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย”
จากโจทย์ดังกล่าว CLP จึงไม่ได้มองการเกษตรเพียงในมิติของการผลิตเครื่องจักร แต่เริ่มเข้าไปทำความเข้าใจตั้งแต่ต้นน้ำ โดยเฉพาะการลงพื้นที่พบเกษตรกรในหลายจังหวัดทั่วประเทศ สิ่งที่ได้เห็นจากพื้นที่จริง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอีกหนึ่งธุรกิจที่สำคัญ นั่นคือการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะช้าว
การลงพื้นที่ทำให้เห็นว่า ปัญหาของเกษตรกรไม่ได้มีเพียงเรื่องการผลิต แต่ยังรวมถึงคำถามสำคัญว่าผลิตแล้วจะขายให้ใคร ประเทศไทยมีข้าวหลากหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีรสชาติ คุณสมบัติ และเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ขณะที่บางสายพันธุ์กลับค่อย ๆ หายไป เพราะเกษตรกรไม่สามารถหาตลาดที่เหมาะสมได้
“เรารู้สึกเสียดายมาก เพราะข้าวไทยมีความหลากหลายและมีอัตลักษณ์ที่น่าสนใจ แต่บางสายพันธุ์กำลังหายไปเพียงเพราะเกษตรกรไม่รู้ว่าจะขายให้ใคร”
นี่จึงกลายเป็นโจทย์สำคัญในการสร้างแบรนด์สีสด โดยต้องการนำข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ จากเกษตรกรเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคในเมือง เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการขายข้าว แต่คือการสร้างตลาดให้กับข้าวเหล่านี้ เพื่อให้เกษตรกรยังมีแรงจูงใจที่จะปลูกต่อ ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็มีโอกาสได้รู้จักและบริโภคข้าวไทยที่มีความหลากหลายมากขึ้น
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนวิธีคิดในการทำธุรกิจของวัชราอย่างชัดเจน นั่นคือ การสร้างคุณค่าร่วมกันตั้งแต่เกษตรกร ผู้แปรรูป ไปจนถึงผู้บริโภค เมื่อคนรุ่นใหม่กินข้าวน้อยลง ธุรกิจจึงต้องสร้างเอกลักษณ์ให้กับข้าว หนึ่งในเทรนด์ที่แบรนด์ให้ความสำคัญคือ ผู้บริโภคยุคใหม่รับประทานข้าวน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดคำถามว่า หากพฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป แล้วธุรกิจข้าวจะทำอย่างไรให้ข้าว ยังคงอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน
คำตอบของสีสดคือการนำข้าวไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยหนึ่งในผลิตภัณฑ์ล่าสุดคือ “น้ำนมข้าว” ซึ่งเปิดตัวในปี 2569 ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ เพราะการเปิดตัวสินค้าใหม่ในช่วงเศรษฐกิจที่มีแรงกดดันสูงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็เป็นโอกาสจากตลาด Plant-Based ที่กำลังขยายตัว และยังมีพื้นที่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำข้าวไทยมาเป็นวัตถุดิบหลักอย่างชัดเจน
กลยุทธ์จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การบอกผู้บริโภคว่าข้าวมีประโยชน์ แต่ต้องเปลี่ยนภาพจำของข้าวใหม่ จากอาหารที่บางคนอาจมองว่าเป็นอาหารของผู้สูงอายุ หรือคนที่ใส่ใจสุขภาพเป็นพิเศษ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถบริโภคได้ในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า หลังออกกำลังกาย หรือก่อนนอน กลายเป็นแบรนด์ที่สนุก เข้าถึงคนทุกเพศทุกวัย และทำให้คำว่าข้าวกว้างขึ้นกว่าที่เคยเป็น
ปัจจุบันน้ำนมข้าวสีสดมี 3 รสชาติ ได้แก่ Original, Linzy และ Matcha และมีแผนที่จะพัฒนารสชาติและผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีข้าวเป็นส่วนประกอบ โดยยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและความสนุกในการบริโภค
ทั้งนี้การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันไม่สามารถพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่งได้อีกต่อไป การสร้างแบรนด์จำเป็นต้องทำทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะ AI และ Data สิ่งที่แบรนด์ให้ความสำคัญคือการสร้างฐานข้อมูลที่แข็งแรง ทั้งในส่วนของหน้าบ้านที่เข้าใจลูกค้า และหลังบ้านที่สามารถนำข้อมูลมาช่วยบริหารธุรกิจ
อีกหนึ่งความท้าทายคือการเข้ามาบริหารธุรกิจในอุตสาหกรรมที่มีทั้งเครื่องจักร วิศวกร โรงงาน และเทคโนโลยี ซึ่งในหลายพื้นที่ยังเป็นสภาพแวดล้อมที่ผู้ชายมีบทบาทสูง CLP เป็นธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ วิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการผลิตเครื่องจักร ทำให้เธอต้องทำงานร่วมกับทีมวิศวกรและบุคลากรที่มีประสบการณ์สูง รวมถึงต้องบริหารคนหลายเจเนอเรชัน
ในช่วงแรก ความแตกต่างด้านภาษาและวิธีคิดระหว่างผู้บริหารกับทีมวิศวกรอาจเป็นอุปสรรค แต่การสื่อสารเป็นเครื่องมือในการลดช่องว่าง แทนที่จะพยายามแสดงให้เห็นว่าตัวเองรู้ทุกเรื่อง เธอเลือกที่จะถามจากนั้นจึงค่อย ๆ ทำความเข้าใจและจับประเด็นสำคัญ ความเป็นผู้นำไม่ได้หมายความว่าต้องรู้มากกว่าทุกคน แต่ต้องสามารถดึงความรู้และความเชี่ยวชาญของคนในทีมออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สิ่งที่สำคัญคือความเป็นผู้หญิงสามารถกลายเป็นจุดแข็งได้ หากรู้จักนำมาใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ ทั้งความใจเย็น การรับฟัง และการสร้างความสัมพันธ์ เช่นเดียวกับเวลาลงพื้นที่พบเกษตรกร จากบรรยากาศที่อาจเหมือนการเข้าไปขายสินค้า แต่คล้ายกับลูกหลานกลับไปเยี่ยมครอบครัวมากกว่า
“สุดท้ายแล้วเพศไม่ควรเป็นข้อจำกัดในการทำงานหรือการเป็นผู้นำ แต่แต่ละคนมีเสน่ห์และจุดแข็งที่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าเราจะหยิบจุดแข็งนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างไร”
วันนี้ CLP Group มีธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมด้านการเกษตร เครื่องจักรหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการต่อยอดผลผลิตทางการเกษตรเป็นสินค้า FMCG นอกจากพืชไร่และข้าวแล้ว บริษัทกำลังขยายการพัฒนานวัตกรรมไปสู่พืชเศรษฐกิจอื่น ๆ เช่น โกโก้ และผลไม้
อีกหนึ่งโอกาสที่บริษัทมองเห็นคือการพัฒนาเครื่องจักรสำหรับชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย โดยเน้นเครื่องจักรที่ใช้งานง่าย ค่าบำรุงรักษาไม่สูง และมีราคาที่เข้าถึงได้ โดยสามารถผลิตตามความต้องการในจำนวนไม่มากได้ ที่น่าสนใจคือ CLP กำลังพัฒนาโมเดลธุรกิจจากการขายเครื่องจักร ไปสู่รูปแบบ Subscription และ Profit Sharing
เหตุผลสำคัญคือเครื่องจักรการเกษตรบางประเภทมีราคาสูง การให้ผู้ประกอบการหรือเกษตรกรต้องลงทุนทั้งหมดตั้งแต่ต้นอาจเป็นข้อจำกัด บริษัทจึงมองหาโมเดลที่ช่วยลดภาระการลงทุน และทำให้คนกลุ่มใหม่สามารถเข้ามาทำธุรกิจด้านการเกษตรได้ง่ายขึ้น นี่เป็นการขยายมุมมองของ CLP จากการเป็นผู้ผลิตเครื่องจักร ไปสู่การเป็นผู้สร้างโอกาสทางธุรกิจในภาคเกษตร
เป้าหมายของ CLP ไม่ได้อยู่เพียงการเติบโตของบริษัท แต่ต้องการสร้างแบรนด์นวัตกรรมที่เกิดจากคนไทย ภาพดังกล่าวทำให้ธุรกิจทั้งสองด้านของ CLP เชื่อมโยงกัน ตั้งแต่เครื่องจักรที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ไปจนถึงการนำผลผลิตจากเกษตรกรที่ใช้เครื่องจักรของบริษัทมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค ข้าวสีสดจึงไม่ใช่เพียงสินค้า FMCG แต่เป็นปลายทางของระบบนิเวศธุรกิจที่เริ่มต้นจากนวัตกรรมการเกษตร และย้อนกลับไปสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกร
ขณะที่สำหรับคนรุ่นใหม่ คุณวัชรา กล่าวว่า “อย่ากลัว” เพราะความกลัวมักเป็นสิ่งที่ทำให้คนไม่กล้าลงมือทำ ทั้งที่บางครั้งโอกาสที่ดีที่สุดอาจอยู่หลังความเสี่ยงนั้น ตลอดเส้นทางการทำธุรกิจมากกว่า 10 ปี เธอยอมรับว่าเส้นทางไม่ได้ราบรื่นหรือสวยหรู ทุกก้าวเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่สิ่งที่ทำให้เดินต่อมาได้คือการมีจิตใจที่เข้มแข็ง และการเปลี่ยนทุกความผิดพลาดให้กลายเป็นบทเรียน
ในวันที่โลกธุรกิจเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่พฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี AI ไปจนถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจ ความสำเร็จของ CLP จึงไม่ได้เกิดจากการยึดติดกับธุรกิจเดิม แต่เกิดจากความกล้าที่จะตั้งคำถามใหม่ว่าจะสร้างคุณค่าอะไรให้กับตลาดได้
จากเครื่องจักรสู่ข้าว จากข้าวสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพ และจากผู้ผลิตสู่การสร้างระบบนิเวศใหม่ของภาคเกษตร เส้นทางของสีสดจึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการใช้นวัตกรรมผสานความเข้าใจผู้คน และความกล้าที่จะเปลี่ยน เป็นเครื่องมือสร้างธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับสังคม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
