รีเซต

สรุป 10 ประเด็นสำคัญ ตำรวจ CIB แถลงคดี “บุ๋ม ปนัดดา” เงินบริจาค 800 ล้าน

สรุป 10 ประเด็นสำคัญ ตำรวจ CIB แถลงคดี “บุ๋ม ปนัดดา” เงินบริจาค 800 ล้าน
TNN ช่อง16
7 พฤศจิกายน 2569 ( 12:31 )
9

เปิด 10 ประเด็นสำคัญจากแถลงตำรวจสอบสวนกลาง

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดเผยรายละเอียดการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคเพื่อสาธารณกุศล ก่อนขยายผลตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง

การแถลงครั้งนี้มีประเด็นสำคัญทั้งยอดเงินบริจาคสะสมกว่า 800 ล้านบาท การใช้บัญชีส่วนบุคคลรับบริจาค การตรวจสอบธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย โดยข้อมูลทั้งหมดเป็นรายละเอียดจากการสืบสวนของตำรวจ ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย

1. จุดเริ่มต้นคดี ผู้บริจาคร้องเรียนสงสัยการใช้เงิน

คดีเริ่มจากประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาจำนวนหนึ่งเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. หลังร่วมบริจาคเงินผ่านการประชาสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและผู้ยากไร้ แต่ภายหลังเกิดข้อสงสัยว่าเงินบริจาคอาจไม่ได้ถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ จึงขอให้ตำรวจตรวจสอบข้อเท็จจริง

2. พบยอดเงินบริจาคสะสมกว่า 800 ล้านบาท

จากข้อมูลการสืบสวน ตำรวจระบุว่าพบยอดเงินรับบริจาคสะสมในบัญชีที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 800 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีในนามบุคคลมากกว่า 600 ล้านบาท และบัญชีมูลนิธิมากกว่า 200 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นยอดเงินรับบริจาคสะสมตามข้อมูลของตำรวจ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าเงินทั้งหมดถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

3. ตรวจสอบการใช้บัญชีส่วนบุคคลรับเงินบริจาค

ตำรวจพบว่าการประชาสัมพันธ์รับบริจาคผ่านเพจเฟซบุ๊กมีการใช้ทั้งบัญชีส่วนบุคคลและบัญชีในนามมูลนิธิ โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับชื่อบัญชีและรูปแบบการเชิญชวน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นบัญชีรับบริจาคอย่างเป็นทางการขององค์กร

ประเด็นนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องของการรับเงินและการบริหารจัดการตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งต่อผู้บริจาค

4. พบธุรกรรมโอนเงินไปยังบัญชีบุคคลใกล้ชิด

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นตามที่ตำรวจแถลง ระบุว่าพบรายการโอนเงินจากบัญชีรับบริจาคไปยังบัญชีส่วนบุคคลของผู้เกี่ยวข้องและบุคคลใกล้ชิด

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบที่มาของเงิน ผู้รับโอน และวัตถุประสงค์ของแต่ละธุรกรรม เพื่อพิจารณาว่ามีรายการใดเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามข้อกล่าวหาหรือไม่

5. ตรวจสอบรายการใช้จ่ายบัตรเครดิต สินค้าแบรนด์เนม และกองทุนรวม

ตำรวจเปิดเผยว่าพบธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับการชำระหนี้บัตรเครดิต การซื้อสินค้าแบรนด์เนม และการลงทุนในกองทุนรวม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายการทางการเงินที่เจ้าหน้าที่นำมาตรวจสอบ

ทั้งนี้ ยังต้องพิสูจน์แหล่งที่มาของเงินและความเกี่ยวข้องของแต่ละรายการ โดยไม่อาจสรุปได้ว่าการใช้จ่ายทั้งหมดเป็นการกระทำผิดกฎหมาย

6. ขยายผลธุรกรรมก่อสร้างอาคารและพูลวิลล่า

อีกประเด็นสำคัญคือการตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสัญญาก่อสร้างอาคารและพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ตและปทุมธานี

ตำรวจระบุว่าพบรายการโอนเงินไปยังผู้รับเหมา ก่อนมีธุรกรรมเงินสดและเงินโอนบางส่วนกลับเข้าสู่บัญชีของกลุ่มผู้เกี่ยวข้อง จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารสัญญาและเส้นทางการเงิน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงของธุรกรรมดังกล่าว

7. ตรวจสอบการซื้อที่ดินหลายจังหวัด

จากการขยายผล ตำรวจพบข้อมูลธุรกรรมเกี่ยวกับการซื้อที่ดินในหลายพื้นที่ พร้อมตรวจยึดเอกสารสิทธิ์และสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินในจังหวัดกระบี่และภูเก็ต

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเงินที่ใช้ซื้ออสังหาริมทรัพย์กับบัญชีรับบริจาค รวมถึงผู้ถือครองกรรมสิทธิ์และผู้เกี่ยวข้องในธุรกรรม

8. ตรวจค้น 4 จุด ยึดรถยนต์และทรัพย์สินหลายรายการ

ตำรวจเข้าตรวจค้นสถานที่ 4 แห่งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดปทุมธานี ประกอบด้วยบ้านพักย่านเกษตร-นวมินทร์ ที่ทำการมูลนิธิคลอง 8 บ้านพักในอำเภอหนองเสือ และอาคารที่ตั้งมูลนิธิเดิมในซอยรามอินทรา 23

ของกลางและพยานหลักฐานที่ตรวจยึด ได้แก่ รถยนต์ Toyota Alphard รถยนต์ของมูลนิธิ 5 คัน รถยนต์ส่วนบุคคลอีก 1 คัน กระเป๋าแบรนด์เนม 32 ใบ อาวุธปืน 5 กระบอก ใบอนุโมทนาบัตร 130 เล่ม รวมถึงเครื่องประดับ เอกสารทางการเงิน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

การตรวจยึดทรัพย์สินเป็นขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าทรัพย์สินทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

9. ศาลออกหมายจับ 2 ราย ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธเบื้องต้น

ศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ได้แก่

น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี อายุ 50 ปี ตามหมายจับที่ 6491/2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบโดยทุจริตหรือหลอกลวง และร่วมกันฟอกเงิน

นายอธิป อนันทวรรณ อายุ 53 ปี ตามหมายจับที่ 6492/2569 ในข้อหาร่วมกันฟอกเงิน

ตำรวจจับกุม น.ส.ปนัดดา ได้ที่บ้านพักย่านเกษตร-นวมินทร์ ส่วนนายอธิปถูกจับกุมบริเวณด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ตามเอกสารแถลงข่าวของตำรวจ ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธในชั้นจับกุมและสอบสวนเบื้องต้น โดยคดียังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน

10. ประสาน ปปง. และมหาดไทย ตรวจสอบทรัพย์สินและสถานะการเงินมูลนิธิ

ตำรวจสอบสวนกลางได้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบธุรกรรมและดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

พร้อมกันนี้ ยังประสานกระทรวงมหาดไทยให้ตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิองค์กรทำดี โดยเฉพาะประเด็นการจัดทำและนำส่งรายงานสถานะการเงินหรืองบดุลประจำปีต่อนายทะเบียน ซึ่งตำรวจระบุว่าไม่พบการดำเนินการตามข้อกำหนด

ส่วนการพิจารณาความรับผิดของผู้เกี่ยวข้องจะต้องอาศัยพยานหลักฐานและกระบวนการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ข้อมูลทั้ง 10 ประเด็นเป็นรายละเอียดตามเอกสารแถลงข่าวของตำรวจสอบสวนกลาง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ศาลวินิจฉัยแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสองรายยังได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง